โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

เจาะสูตร ‘ทุเรียนภูเขาไฟต้นคู่’ สวนลุงแว่น ผู้ว่าฯ ศรีสะเกษการันตีคุณภาพ GI โชว์เคล็ดลับ ‘แตะลิ้น’ พิสูจน์แก่-อ่อน

เดลินิวส์

อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 07.25 น. • เดลินิวส์
ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เริ่มคึกคัก! ผู้ว่ารฯ นำทีมลงพื้นที่ อ.ขุนหาญ เยี่ยมชมสวนต้นแบบ

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ที่สวนทุเรียนภูเขาไฟลุงแว่น บ้านภูทอง หมู่ที่ 5 ต.ภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายศดิศ ณิชกุล นายอำเภอขุนหาญ นายธวัชชัย ดีลาส เกษตรอำเภอขุนหาญ และคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสวนทุเรียนภูเขาไฟ “ลุงแว่น” ของ นายภัทรพงศ์ ชินทอง เจ้าของสวน เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภูเขาไฟ สินค้า GI ชื่อดังของจังหวัด พร้อมชื่นชมให้เป็นสวนต้นแบบที่มีการบริหารจัดการดีเยี่ยม ผลผลิตมีคุณภาพสูง และมีนวัตกรรมการปลูกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรูปแบบการปลูกทุเรียนแบบ “ต้นคู่” ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะที่สวนทุเรียนภูเขาไฟลุงแว่น นำมาใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สวนทุเรียนภูเขาไฟลุงแว่น ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมากของการใช้ศาสตร์และศิลป์ในการเกษตร ซึ่งการปลูกทุเรียนแบบ “ต้นคู่” คือการปลูกทุเรียน 2 ต้นในหลุมเดียวกันหรือปลูกในระยะที่ใกล้กันมาก เพื่อให้ระบบรากและลำต้นช่วยพยุงกันเอง พร้อมทั้งสร้างทรงพุ่มร่วมกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ตอบโจทย์อย่างยิ่งสำหรับพื้นที่ที่มีลมพายุพัดแรง ดินไม่สมบูรณ์ หรือมีพื้นที่จำกัด

การปลูกต้นคู่ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องต้นโค่นล้มจากลมพายุในช่วงที่ผลผลิตดกเต็มต้นเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างทรงพุ่มที่สมดุล ลดปัญหาแดดเผาลำต้น และหากเลือกปลูกต่างสายพันธุ์คู่กัน ก็จะยิ่งช่วยเรื่องการผสมเกสร ทำให้ติดผลได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด

แม้ว่าการปลูกแบบต้นคู่จะมีข้อดีเด่นชัดในเรื่องความแข็งแรงและการประหยัดพื้นที่ แต่ในแง่ของการจัดการ เกษตรกรจำเป็นต้องมีความใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ต้องพึงระวัง เช่น การแข่งขันแย่งอาหาร ต้นทุเรียนทั้งสองจะแย่งน้ำและธาตุอาหารกันเอง หากบำรุงไม่ถึงอาจทำให้ต้นโตช้า และผลผลิตไม่ได้ขนาดตามมาตรฐาน

นอกจากนี้ ความเสี่ยงเรื่องโรคพืช ทรงพุ่มที่หนาแน่นเกินไปจะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก กลายเป็นแหล่งสะสมของความชื้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเชื้อรา อาทิ โรครากเน่าโคนเน่า และความยากในการจัดการ การตัดแต่งกิ่ง การพ่นสารป้องกันแมลง รวมถึงการเก็บเกี่ยวจะทำได้ยากกว่าการปลูกแบบต้นเดี่ยว

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่ทำให้สวนทุเรียนภูเขาไฟลุงแว่นประสบความสำเร็จจนมีผลผลิตคุณภาพเยี่ยม คือ “การจัดการสวนอย่างมืออาชีพ” หากเกษตรกรรายใดต้องการเดินตามรอยทำการปลูกแบบต้นคู่ จะต้องมั่นใจว่ามีเวลาและกำลังในการตัดแต่งทรงพุ่มอย่างสม่ำเสมอ ให้น้ำและปุ๋ยอย่างเพียงพอ และเฝ้าระวังเรื่องโรคพืชอย่างใกล้ชิด สำหรับเกษตรกรทั่วไปหรือสวนเชิงการค้าในปัจจุบัน การปลูกแบบ “ต้นเดี่ยวทรงเตี้ย” ยังคงเป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากจัดการง่าย ควบคุมคุณภาพของผลผลิตได้นิ่งกว่า และสอดรับกับมาตรฐานการผลิตเพื่อการส่งออกในระยะยาว

การเยี่ยมสวนในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการให้กำลังใจเกษตรกรแล้ว ยังเป็นการตอกย้ำความพร้อมของทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ ประจำปี 2569 ว่ามีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และพร้อมอวดโฉมสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนภูเขาไฟแล้ว ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ได้สาธิตการตัดทุเรียนภูเขาไฟ พร้อมสาธิตเคล็ดลับวิธีเช็คว่าทุเรียนลูกนั้นแก่จัดหรืออ่อน โดยการใช้ลิ้นแตะที่บริเวณก้านจุดที่ตัดออกจากต้นใหม่ๆ หากมีรสชาติหวาน แสดงว่าทุเรียนลูกนั้นแก่จัด แต่ถ้าหากมีรสชาติขม แสดงว่าทุเรียนอ่อน โดยวิธีการนี้ใช้ได้เฉพาะทุเรียนที่เพิ่งตัดออกจากต้นสดๆเท่านั้น ห้ามเอาลิ้นแตะลูกที่มีการป้ายยาแล้วเด็ดขาด เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ผลปรากฏว่าลูกที่ ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ใช้ลิ้นพิสูจน์นั้น ออกรสชาติจืดๆ ขมนิดหน่อย ไม่ขมจัด ก็ถือว่าเป็นทุเรียนที่อยู่ในเกณฑ์แก่พร้อมตัด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...