โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

EMPIRE เชิญผถห. EGM 29 พ.ค. ร่วมกำหนดอนาคตองค์กร ย้ำดีลโปร่งใส-สร้างมูลค่าระยะยาว

Wealthy Thai

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 27 พ.ค. เวลา 05.27 น.

EMPIRE เชิญผู้ถือหุ้นร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2569วันที่ 29พฤษภาคมนี้ ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมพิจารณามติการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจเต็มรูปแบบ ชูจุดเด่นเชิงกลยุทธ์ พร้อมก้าวสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีศักยภาพสูง สร้างผลตอบแทนและกระแสเงินสดระยะยาว ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และ วินัยทางการเงินแข็งแกร่ง เดินหน้าสร้างการเติบโตยั่งยืน ฟื้นความเชื่อมั่นผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบ
นางสาววัชราภรณ์ สุวินย์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น โกลบอล เอมไพร์ จำกัด (มหาชน) หรือ EMPIREในฐานะคณะกรรมการบริษัท กล่าวเชิญผู้ถือหุ้นเข้าร่วม การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) ครั้งที่ 2/2569ในวันที่ 29พฤษภาคม 2569ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อร่วมพิจารณาและอนุมัติ การทำธุรกรรมการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และการปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัท ซึ่งครอบคลุมการจำหน่ายหุ้นสามัญทั้งหมดของกลุ่มบริษัท DRJ การเข้าซื้อหุ้นบริษัท มัลทิตา จำกัด หรือ MTT และ การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท เอสพีที เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SPTX โดยบริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ส่งคำถามล่วงหน้า เพื่อให้ได้รับข้อมูลเชิงลึก รวมถึงข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนประกอบการตัดสินใจลงคะแนนเสียง
การทำธุรกรรมดังกล่าวถือเป็นการปรับพอร์ตธุรกิจเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับโครงสร้างรายได้และสร้างศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯในระยะยาว โดยเป็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจเดิมที่มีอัตรากำไรน้อย การแข่งขันสูง และต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก ไปสู่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและองค์ความรู้ รวมถึงบริการโซลูชัน เพื่อเสริมการทำงานของลูกค้าอย่างครบวงจร ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงธุรกิจ พันธมิตร และ นวัตกรรมให้สนับสนุนกันทั้งกลุ่มธุรกิจ ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การวางระบบ ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อสร้างสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขัน สนับสนุนการเติบโตของรายได้ อัตราการทำกำไร และ มีกระแสเงินสดอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ บริษัทฯเล็งเห็นว่า ธุรกรรมการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ดังกล่าว เป็นธุรกรรมที่มีความเหมาะสมและสมดุลในเชิงกลยุทธ์ โดยเป็นการนำสินทรัพย์ที่มีข้อจำกัดด้านการแข่งขัน และความพร้อมในการเติบโตไปสู่โครงสร้างใหม่ที่มีความเหมาะสม ทั้งการมีลักษณะธุรกิจและวิสัยทัศน์การดำเนินงาน ตลอดจนความมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในอุตสาหกรรมเดียวกัน พร้อมเปิดโอกาสทางธุรกิจให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจปัจจุบัน
“หากธุรกรรมดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจะเดินหน้าแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรักษาสมดุลระหว่างธุรกิจเดิมที่ยังดำเนินงาน ไปพร้อมกับการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมครบวงจร เพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่จะเข้ามาเสริมความสามารถในการทำกำไร และการเติบโตระยะยาว โดยมุ่งเน้นบริหารจัดการสินทรัพย์ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
ขณะเดียวกัน ประเด็นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ MTTโดยมีการตกลงรับโอนหนี้จำนวนไม่เกิน 9.1ล้านบาท เป็นเทคนิคการเจรจาเพื่อเปลี่ยนสถานะเป็น ‘เจ้าหนี้’ที่สามารถจัดการหนี้ได้โดยสมบูรณ์ ซึ่งถือเป็นสิทธิประโยชน์และทรัพย์สินที่บริษัทจะได้รับในอนาคต อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการและฝ่ายบริหารได้มีการพิจารณาธุรกรรมดังกล่าวอย่างรอบด้าน คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ พร้อมดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งกับการรักษาวินัยทางการเงิน การควบคุมต้นทุน และ การบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง และฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทั้งระบบอย่างยั่งยืน” นางสาววัชราภรณ์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...