นรกมีจริงแต่เมสซี่ไม่ไป! ทัพฟ้าขาวพลิกสถานการณ์โกงความตายแซงดับมัมมี่สุดระทึก 3-2 ทะลุ 8 ทีมบอลโลก
นรกมีจริงแต่เมสซี่ไม่ไป! ทัพฟ้าขาวพลิกสถานการณ์โกงความตายแซงดับมัมมี่สุดระทึก 3-2 ทะลุ 8 ทีมบอลโลก
พลิกโผตั้งแต่เริ่ม: อียิปต์วางหมากรับแน่น ก่อนสวนกลับสะท้านโลก
ตามหน้าเสื่อ อาร์เจนตินาในฐานะเบอร์ 1 ของโลกและเต็งแชมป์ เหนือกว่าอียิปต์ (อันดับ 29 ของโลก) อยู่หลายช่วงตัว ทว่าเริ่มเกมกลับไม่เป็นตามคาด อียิปต์แพ็กเกมรับแดนต่ำอย่างมีวินัย และใช้ทีเด็ดจากการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว (Counter-attack) จนมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 15 จากการทะยานโหม่งของ ยาเซอร์ อิบราฮีม ส่งผลให้ทัพฟ้าขาวตกเป็นฝ่ายตามหลังอย่างช็อกแฟนบอล
ฝันร้ายซ้ำสอง: เมสซี่พลาดโทษ และกำแพงเหล็กของอียิปต์
อาร์เจนตินามีโอกาสทองในการทวงประตูคืนอย่างรวดเร็วเมื่อมาได้จุดโทษในนาทีที่ 21 แต่ ลิโอเนล เมสซี่ กลับยิงไปติดเซฟของ มอสตาฟา โซเบอี นายด่านจอมหนึบของอียิปต์ที่โชว์ฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซในครึ่งแรก ป้องกันลูกอันตรายไว้ได้หมด ทำให้จบครึ่งแรก อียิปต์ยังคงรักษาสกอร์นำไว้ได้
สถานการณ์หลังพิงฝาของแชมป์โลก
ครึ่งหลังอาร์เจนตินาพยายามเปิดเกมรุกเข้าใส่แบบพับสนามบุก แต่มังกรกินหมี่กลับต้องเจอความบอบช้ำเพิ่มในนาทีที่ 67 เมื่อ มอสตาฟา ซีโก้ ฉวยโอกาสบวกประตูที่สองให้อียิปต์หนีห่างเป็น 2-0 สถานการณ์ของอาร์เจนตินาในเวลานั้นเรียกได้ว่าก้าวขาออกจากการแข่งขันฟุตบอลโลกไปแล้วครึ่งตัว
ถอดรหัสอัจฉริยะ: ลิโอเนล เมสซี่ ขยับตำแหน่งเปลี่ยนเกม
เมื่อพื้นที่แดนบนถูกปิดตาย เมสซี่โชว์คลาสระดับโลกด้วยการดรอปตัวเองลงมาต่ำในแดนกลางเพื่อทำหน้าที่เป็น "จอมทัพ" คอยเชื่อมเกมและจ่ายบอล ขยับหมากแก้เกมคู่แข่งด้วยตัวเอง และเริ่มจุดประกายความหวังในนาทีที่ 79 จากการแอสซิสต์ให้ คริสเตียน โรเมโร่ พังประตูตีไข่แตกเป็น 1-2
ปรากฏการณ์ "ตายแล้วฟื้น" และประตูชัยนาทีบาป
หลังจากได้ประตูปลุกวิญญาณ อาร์เจนตินากลับมาเล่นด้วยความกระหาย ก่อนที่เมสซี่จะสวมบทฮีโร่ซัดประตูตีเสมอ 2-2 ได้สำเร็จในนาทีที่ 83 (เป็นประตูที่ 8 ของเจ้าตัวในทัวร์นาเมนต์นี้) และในช่วงท้ายเกมนาทีวิกฤต เป็น เอ็นโซ่ เฟอร์นันเดซ ที่สอดขึ้นมาพังประตูชัย พาอาร์เจนตินาแซงชนะไปอย่างเหลือเชื่อ 3-2
เกมนี้ต้องยอมรับหัวใจและระบบการวางหมากของอียิปต์ที่ทำได้ไร้ที่ติเกือบ 70 นาที แต่ความแตกต่างเดียวที่ทำให้อาร์เจนตินารอดพ้นจากความตายคือ "สปิริตที่ไม่ยอมแพ้" และ "ความอัจฉริยะของ ลิโอเนล เมสซี่" (คะแนนความสามารถสูงถึง 9.1) ที่พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่า ในยามที่ทีมวิกฤตที่สุด เขายังคงเป็นผู้เล่นที่สามารถแบกรับความหวังของคนทั้งชาติและเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ส่งผลให้ทัพฟ้าขาวตีตั๋วสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างสง่างามสมราคาแชมป์โลก