แม่พา “น้องบอส” ป.6 แจ้งความเอาผิดครู ตีจนแขนช้ำ-มีไข้ จี้โรงเรียนชี้แจงมาตรการคุ้มครองเด็ก
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 นางสาวสุรีย์ญา อายุ 40 ปี ผู้ปกครองของ “น้องบอส” นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสมุทรปราการ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดี หลังกล่าวอ้างว่าบุตรชายถูกครูภายในโรงเรียนใช้ความรุนแรงจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมขอความเป็นธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางสาวสุรีย์ญา เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้นำตัวลูกชายเข้าตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ โดยแพทย์ออกใบรับรองแพทย์ระบุพบร่องรอยฟกช้ำบริเวณข้อศอกและไหล่ซ้าย ซึ่งยืนยันว่ามีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้นจริง
ผู้ปกครองเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างเวลาเรียน หลังโทรทัศน์ภายในห้องเรียนของนักเรียนชำรุด ครูจึงให้นักเรียนย้ายไปเรียนที่ห้องอื่น โดยเพื่อน ๆ ได้ขึ้นไปก่อน ขณะที่ลูกชายลงมาเอาสิ่งของที่ชั้น 2 เพื่อนำขึ้นไปเรียน ระหว่างนั้นครูคนดังกล่าวเดินลงมาและต่อว่าลูกชาย ก่อนใช้ไม้ตีโดยไม่มีเหตุอันสมควร
นางสาวสุรีย์ญา ระบุว่า ลูกชายตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจากการสอบถามทราบว่ายังมีนักเรียนคนอื่นถูกครูคนเดียวกันตีด้วย โดยตนเพิ่งทราบเรื่องหลังลูกกลับมาบ้านและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง จึงพยายามติดต่อโรงเรียนเพื่อขอพูดคุยกับครู แต่ได้รับเพียงการประสานงานจากครูประจำชั้น
ผู้ปกครองกล่าวว่า ครูคู่กรณีได้ส่งข้อความชี้แจงว่าเป็นเพียงการตีเบา ๆ เพื่อสั่งสอน และไม่คาดคิดว่าผิวเด็กจะบางจนเกิดรอยช้ำ แต่ตนมองว่าไม่ใช่เหตุผลที่สามารถนำมาอ้างได้ เพราะการใช้ความรุนแรงกับเด็กเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานศึกษา
ทั้งนี้ นางสาวสุรีย์ญา ต้องการให้โรงเรียนและครูชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงมีมาตรการเยียวยาสภาพร่างกายและจิตใจของเด็ก พร้อมกำหนดแนวทางทำให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับนักเรียน
โดยการเข้าแจ้งความครั้งนี้ ผู้ปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดีอาญาในข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 รวมถึงความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ให้ถึงที่สุด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันกับเด็กคนอื่นอีก
นางสาวสุรีย์ญา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ลูกชายมีอาการป่วย มีไข้ และยังอยู่ในภาวะหวาดกลัวจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากนี้ต้องการเชิญทางโรงเรียนและครูคู่กรณีเข้าพูดคุยที่สถานีตำรวจ เพื่อรับฟังคำชี้แจงและแนวทางแก้ไข ส่วนการดำเนินการทางวินัยของครูนั้น ขอให้เป็นหน้าที่ของโรงเรียนและหน่วยงานต้นสังกัดพิจารณาต่อไป
“อยากให้โรงเรียนมีมาตรการดูแลความปลอดภัยของเด็กอย่างจริงจัง เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับลูกชายเพียงคนเดียว แต่ยังมีนักเรียนคนอื่นได้รับผลกระทบด้วย” ผู้ปกครองกล่าว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้เด็กคนใดต้องถูกทำร้ายโดยไม่มีเหตุผลในสถานศึกษาอีกต่อไป.