โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันพิพากษา 9 ก.ค. ! ลุ้นมติ ศาลรธน. ล็อก 6 ต่อ 3 วินิจฉัย “พรก.กู้เงิน” ชี้ชะตา “ครม.หนู2”

สยามรัฐ

อัพเดต 2 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 9 ก.ค.2569 ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัย กรณี “ฝ่ายค้าน” ยื่นคำร้อง ให้ “9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ” ลงมติวินิจฉัยคำว่า การที่รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” มีมติคณะรัฐมนตรี ออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาท ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่ ?

ผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อคำร้องนี้ ย่อมผูกพันทุกองค์กร โดยเฉพาะจะมีผลต่อ “ชะตากรรม” ของ “นายกฯอนุทิน” และ ครม.ทั้งคณะตามมาทันที ไม่ว่าจะออกมาในทางที่เป็น “คุณ” หรือ “โทษ” เพราะผลจากคำวินิจฉัยนี้ จะเป็นคำตอบได้ว่า รัฐบาล “อนุทิน 2” จะได้เดินหน้าต่อ หรือ “พอแค่นี้” หากศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ออกมาในทางที่ “เลวร้าย” นั่นคือ การออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท นั้น“ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

ผลคือ พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่มีผล ในทางกฎหมายมาตั้งแต่แรก แม้ฝ่ายรัฐบาลจะยก“ความจำเป็นเร่งด่วน” มาเป็นเหตุผล ตามมาตรา 172 ของรัฐธรรมนูญ ก็ตาม

และหากเป็นเช่นนั้นจริง เท่ากับว่า ทางเดินของนายกฯอนุทินและครม. จะถูก “บีบ” เข้าสู่เกมการเมืองให้นำไปสู่ “การลาออก” หรือ “ยุบสภา” ตามมาทันที เพราะนี่คือ กฎหมายทางการเงิน และยังถูกศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่า “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า ยังมี อีกแนวทางซึ่งนักวิชาการ ทั้งด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ ต่างประเมินว่า คำวินิจฉัย ในวันที่ 9 ก.ค.นั้นอาจออกมาในลักษณะที่ว่า “ชอบด้วยกฎหมาย” แต่ในส่วนของ พ.รก.กู้เงิน ก้อน 2 แสนล้าน เพื่อปรับโครงสร้างพลังงาน ของประเทศ นั้นไม่ใช่เรื่องความมั่นคง และไม่จำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉิน ศาลฯ อาจสั่งให้รัฐบาลนำไปปรับแก้ไข

ทั้งนี้ ในฝ่ายของรัฐบาลเอง ดูเหมือนว่ามีแผนรองรับเอาไว้แล้ว ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะออกมาทางใด ขณะที่พรรคภูมิใจไทยและตัวนายกฯอนุทิน เองที่บอกกับสื่อว่า “อยู่ที่ศาลฯจะวินิจฉัย” แต่ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองและปัญหาที่รุมเร้ารัฐบาล เวลานี้ยังไม่พบว่ามีสัญญาณ “ถอดใจ” แต่อย่างใด !

ต้องไปลุ้นกันต่อว่า ในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นั้นใน มาตราที่ 173 ระบุเอาไว้ว่า “ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172วรรคหนึ่งให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาแต่ต้น

คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามมาตรา 172 วรรคหนึ่งต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่”

หมายความว่า หากจะมีคำวินิจฉัยออกมาในทางที่เป็น “โทษ” จะต้องได้เสียงตุลาการรัฐธรรมนูญ6 ใน 9 เท่านั้น ไม่ใช่ 5 ต่อ 4 แต่อย่างใด ซึ่งฉันทามติในระดับสูงขององค์คณะตุลาการฯ จึงจะเป็น "ปัจจัย" ที่ฝั่งรัฐบาล ยังพอได้ลุ้น !!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...