สหรัฐฯ ฟื้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ตอบโต้โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียด
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านยิงโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ บริเวณน่านน้ำของประเทศโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านทำไว้ร่วมกันอย่างร้ายแรง สหรัฐฯ มีมาตรการตอบโต้ที่หลากหลายต่อการละเมิดข้อตกลงของอิหร่าน และตอนนี้พวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดอยู่
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ เปิดเผยว่า เรือ "อัล-ราคิยัต" (al-Rakiyat) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ติดธงกาตาร์ กำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงที่เรือถูกโจมตี กาตาร์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและชัดเจน
พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะราน ยุติการกระทำทั้งหมดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค หรือคุกคามความปลอดภัยของการเดินเรือระหว่างประเทศโดยทันที
ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า ได้รับรายงานการโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย โดยเรือของกาตาร์อยู่ห่างจากเมืองลิมาห์ ประเทศโอมาน ไปทางทิศตะวันออกราว 8 ไมล์ทะเล ในตอนที่ถูกโจมตีซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง”
เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ จะร่วมประชุมสุดยอดนาโต ที่กรุงอังคารา ประเทศตุรกี ซึ่งคาดว่าบรรดาผู้นำจะหารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านกำลังจัดพิธีศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ รัฐบาลเตหะรานได้ระงับการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามอย่างถาวรกับสหรัฐฯ ชั่วคราว ระหว่างจัดพิธีศพอดีตผู้นำสูงสุด แต่หลังเกิดเหตุโจมตีเรือล่าสุดสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือ “จัดการเรื่องนี้ให้จบไป” พร้อมย้ำคำขู่ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีสะพานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความตอบโต้ว่า การเจรจาระหว่าง อิหร่านและสหรัฐเพื่อจัดทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะไม่สามารถเริ่มต้นขึ้น หากสหรัฐยังคงเดินหน้าข่มขู่อิหร่านต่อไป
อารักชี ย้ำถึง MOU ข้อ 13 ว่าด้วยสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฯ ซึ่งระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ รวมทั้งการยุติสงครามในทุกแนวรบ ก่อนจะสามารถเริ่มการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้
สหรัฐฯ โจมตีกลับทันที พร้อมสั่งถอนใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน
ต่อมา สหรัฐฯ ได้ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตทั่วไป ที่เคยอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมันของอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็น "พฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง" และยืนยันว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อไป
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ชี้แจงว่า แม้ใบอนุญาตดังกล่าวจะถูกเพิกถอนแล้ว แต่จะมีการกำหนดช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับการดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยอนุญาตให้ดำเนินการได้จนถึงวันที่ 17 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ก่อนที่มาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
ภายหลังการประกาศดังกล่าว ตลาดพลังงานตอบสนองทันที โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อสถานการณ์ด้านพลังงาน
ขณะเดียวกัน เหตุการณ์โจมตีเรือและมาตรการตอบโต้ของสหรัฐฯ ได้สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาในระยะต่อไป และเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้าง หากทุกฝ่ายไม่สามารถลดระดับความตึงเครียดและหาทางออกผ่านการเจรจาได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ยูเอ็นหยุดภารกิจคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเรือสินค้าถูกโจมตี
- เปิด 14 ข้อ MOU สหรัฐฯ-อิหร่าน ปูทางยุติสงคราม-เปิดช่องแคบฮอร์มุซ
- นักวิเคราะห์ ชี้ "ราคาน้ำมัน" อาจใช้เวลา 4-8 สัปดาห์กว่าจะมีเสถียรภาพ
- "ทรัมป์" เผยเรือน้ำมันจำนวนมากกำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ
- “สหรัฐฯ-อิหร่าน” บรรลุข้อตกลงสันติภาพ เรารู้อะไรบ้างแล้ว ช่องแคบฮอร์มุซใกล้เปิดหรือยัง