โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ฟื้นคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ตอบโต้โจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง หลังอิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ ด้าน สหรัฐฯ โจมตีกลับทันที พร้อมสั่งถอนใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน เพราะถือเป็นการละเมิด MOU ร้ายแรง

ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาตึงเครียด

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า อิหร่านยิงโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำ บริเวณน่านน้ำของประเทศโอมาน ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวานนี้ ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านทำไว้ร่วมกันอย่างร้ายแรง สหรัฐฯ มีมาตรการตอบโต้ที่หลากหลายต่อการละเมิดข้อตกลงของอิหร่าน และตอนนี้พวกเขากำลังพิจารณาทางเลือกทั้งหมดอยู่

ด้านกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ เปิดเผยว่า เรือ "อัล-ราคิยัต" (al-Rakiyat) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ติดธงกาตาร์ กำลังแล่นผ่านบริเวณใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ในช่วงที่เรือถูกโจมตี กาตาร์กล่าวโทษอิหร่านว่าเป็นผู้ก่อเหตุ พร้อมประณามการโจมตีดังกล่าวว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงและชัดเจน

พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะราน ยุติการกระทำทั้งหมดที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค หรือคุกคามความปลอดภัยของการเดินเรือระหว่างประเทศโดยทันที

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) ระบุว่า ได้รับรายงานการโจมตีในอ่าวเปอร์เซีย โดยเรือของกาตาร์อยู่ห่างจากเมืองลิมาห์ ประเทศโอมาน ไปทางทิศตะวันออกราว 8 ไมล์ทะเล ในตอนที่ถูกโจมตีซึ่งทำให้เกิดไฟไหม้บนเรือ แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันของกาตาร์ถูกโจมตีขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ “หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนหลายครั้ง”

เหตุโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่สหรัฐฯ จะร่วมประชุมสุดยอดนาโต ที่กรุงอังคารา ประเทศตุรกี ซึ่งคาดว่าบรรดาผู้นำจะหารือกันเกี่ยวกับความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะที่อิหร่านกำลังจัดพิธีศพ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ กับอิสราเอล เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ รัฐบาลเตหะรานได้ระงับการเจรจาเพื่อหาทางยุติสงครามอย่างถาวรกับสหรัฐฯ ชั่วคราว ระหว่างจัดพิธีศพอดีตผู้นำสูงสุด แต่หลังเกิดเหตุโจมตีเรือล่าสุดสหรัฐฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน หรือ “จัดการเรื่องนี้ให้จบไป” พร้อมย้ำคำขู่ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ จะโจมตีสะพานและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

ด้าน อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ข้อความตอบโต้ว่า การเจรจาระหว่าง อิหร่านและสหรัฐเพื่อจัดทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะไม่สามารถเริ่มต้นขึ้น หากสหรัฐยังคงเดินหน้าข่มขู่อิหร่านต่อไป

อารักชี ย้ำถึง MOU ข้อ 13 ว่าด้วยสันติภาพระหว่างอิหร่านและสหรัฯ ซึ่งระบุว่าทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ รวมทั้งการยุติสงครามในทุกแนวรบ ก่อนจะสามารถเริ่มการเจรจาข้อตกลงขั้นสุดท้ายได้

สหรัฐฯ โจมตีกลับทันที พร้อมสั่งถอนใบอนุญาตขายน้ำมันอิหร่าน

ต่อมา สหรัฐฯ ได้ประกาศเพิกถอนใบอนุญาตทั่วไป ที่เคยอนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการจำหน่ายน้ำมันของอิหร่าน เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อสถานการณ์ล่าสุด ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็น "พฤติกรรมที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง" และยืนยันว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อไป

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ชี้แจงว่า แม้ใบอนุญาตดังกล่าวจะถูกเพิกถอนแล้ว แต่จะมีการกำหนดช่วงเวลาผ่อนผันสำหรับการดำเนินธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน โดยอนุญาตให้ดำเนินการได้จนถึงวันที่ 17 กรกฎาคมนี้เท่านั้น ก่อนที่มาตรการใหม่จะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ

ภายหลังการประกาศดังกล่าว ตลาดพลังงานตอบสนองทันที โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่ามาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อสถานการณ์ด้านพลังงาน

ขณะเดียวกัน เหตุการณ์โจมตีเรือและมาตรการตอบโต้ของสหรัฐฯ ได้สร้างความกังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการเจรจาในระยะต่อไป และเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะขยายวงกว้าง หากทุกฝ่ายไม่สามารถลดระดับความตึงเครียดและหาทางออกผ่านการเจรจาได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...