แม่ตรอมใจป่วยติดเตียง ส่วนลูกชายโรครุมเร้า สิ้นใจวันเดียวกันคาบ้านพัก
สลดใจ! แม่ตรอมใจป่วยติดเตียง ส่วนลูกชายโรครุมเร้า สิ้นใจวันเดียวกันคาบ้านพัก สามีเผยลางบอกเหตุ "มื้อสุดท้าย" แปลกใจกินโจ๊กหมดชาม
เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 7 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตพร้อมกันถึง 2 ราย ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศลระยอง และแพทย์เวร
ในที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้าน พบร่างของ นายธนวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ สภาพสวมกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ และเมื่อเข้าตรวจสอบภายในห้องพักด้านในบ้าน พบร่างของ นางสรวง (สงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี ซึ่งเป็นมารดาของนายธนวัฒน์ และเป็นผู้ป่วยติดเตียง นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงภายในห้องพัก โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์ในชุด PPE เข้าทำการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติพี่น้องและชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์
นายผจญ (สงวนนามสกุล) อายุ 68 ปี สามีของนางสรวง และมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยงของนายธนวัฒน์ เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนยังได้ป้อนโจ๊กให้ทั้งคู่ทานคนละชาม ซึ่งปกติแล้วทั้งสองคนจะไม่ค่อยยอมทานข้าว
"ทุกวันป้อนข้าวเค้าไม่ค่อยกินหรอก แต่เมื่อเช้านี้กินโจ๊กหมดคนละชามเลย แปลกใจอยู่เหมือนกัน" นายผจญ กล่าว
หลังจากนั้นในช่วงสาย นายผจญซึ่งมีอาชีพปล่อยเช่าพระเครื่องก็ได้ออกไปทำมาหากินตามปกติ โดยไม่มีลางสังหรณ์หรือคำพูดสั่งเสียใดๆ จนกระทั่งกลับมาบ้านในช่วงเย็นราว 18.00 น. ก็ต้องช็อกเมื่อพบว่าลูกเลี้ยงนอนนิ่งไม่หายใจอยู่หน้าบ้าน จึงรีบไปตามหลานชายให้เข้ามาช่วยดูนางสรวงที่นอนอยู่ในห้อง จนพบว่าทั้งคู่เสียชีวิตตามกันไปแล้ว
ด้าน นายเอก อายุ 33 ปี หลานชายของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ปกติบ้านหลังนี้จะอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน คือ ยาย ตา และลุง ส่วนตนจะแวะเวียนมาดูแล และส่งข้าวส่งน้ำให้ทุกวัน โดยเมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน แม่ของตนซึ่งเป็นลูกสาวของยายเพิ่งเสียชีวิตไป ทำให้นางสรวงเสียใจอย่างมาก จนกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงในลักษณะคล้ายคนตรอมใจ
ส่วนคุณลุงก็มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับลำไส้ ต้องขับถ่ายผ่านถุงหน้าท้อง แม้ปกติจะพอเดินเหินได้ แต่เมื่อวานนี้ จู่ๆ ลุงก็เกิดอาการอ่อนแรงคล้ายคนหมดแรงจนเดินไม่ได้ และต้องนอนอยู่ด้านนอก
นายเอก ระบุว่า เนื่องจากตอนเกิดเหตุไม่มีใครอยู่บ้าน จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าระหว่างยายกับลุง ใครเป็นฝ่ายจากไปก่อนกัน แต่ก็น่าสลดใจอย่างยิ่งที่ทั้งคู่ต้องมาเสียชีวิตในวันเดียวกันเช่นนี้ และหลังจากนี้ตนคงต้องคอยดูแลนายผจญ ซึ่งเป็นตาที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวต่อไป
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ พร้อมแพทย์เวรได้ทำการบันทึกภาพและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ก่อนให้กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งสองส่งชันสูตรอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไปตามขั้นตอนกฎหมาย