โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมดยุคกอดโฉนดกินดอกเบี้ย ต้องธุรกิจWealthใช้เงินต่อเงิน

เดลินิวส์

อัพเดต 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.12 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
หมดยุคกอดโฉนดกินดอกเบี้ย ต้องธุรกิจWealthใช้เงินต่อเงินสร้างความมั่งคั่งที่แท้จริงในยุคนี้

ในยุคสมัยเปลี่ยนไป ทำให้ภาพของเศรษฐีรุ่นใหญ่วัย 70 ปี ที่เคยมองว่าการเก็บเงินสดในบัญชีเงินฝากประจำหรือการซื้อที่ดินตุนไว้ คือความปลอดภัยสูงสุด กำลังถูกทำลายลงด้วยโลกความจริงที่ว่า "เงินต่อเงิน" ภายในประเทศกำลังเผชิญทางตัน ตลาดหุ้นไทยและสินทรัพย์ในประเทศที่เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเริ่มอิ่มตัว ดอกเบี้ยเงินฝากแทบวิ่งไม่ทันอัตราเงินเฟ้อแฝง

ขณะที่การไล่ซื้ออสังหาริมทรัพย์และที่ดินในประเทศก็ถูกสกัดด้วยมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ขยับเขี้ยวเล็บขึ้นทุกปี…นี่ยังไม่นับรวมสมรภูมิการค้าโลกและภูมิรัฐศาสตร์ที่พร้อมจะฉีกตำราการลงทุนเล่มเก่าทิ้งได้ทุกเมื่อ การจำกัดตัวเองให้อยู่แต่ในน่านน้ำเดิม ๆ จึงไม่ต่างอะไรจากการยืนดูมูลค่าเงินในกระเป๋าค่อย ๆ ละลายหายไปต่อหน้าต่อตา

ลูกหลานไปรับช่วงธุรกิจ

ซ้ำร้ายกว่านั้น วิกฤตินี้กำลังถูกซ้อนทับด้วย "ระเบิดเวลา" ลูกใหญ่ที่วันนี้ทายาทรุ่นลูก รุ่นหลาน ที่เรียนจบจากต่างประเทศ ไม่ได้อยากกลับมานั่งคุมโรงงาน บริหารตึกแถวให้เช่า หรือรับช่วงต่อธุรกิจดั้งเดิมที่เสี่ยงต่อการถูกดิชรัปชั่นอีกต่อไป แต่ต้องการความคล่องตัว ต้องการสินทรัพย์ดิจิทัล สินทรัพย์ระดับโลก หรือนวัตกรรมที่เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่าย ขณะที่ผู้ใหญ่ในบ้านยังกอดโฉนดที่ดินและหุ้นกู้รูปแบบเดิมไว้ ทำให้ปัญหาช่องว่างระหว่างวัยนี้บานปลายกลายเป็นความเสี่ยงของตระกูล

โอกาสทองธุรกิจWealth

เมื่อเงินในประเทศเริ่มหมุนไม่ไป มรดกพันล้านกำลังจะกลายเป็นชนวนเหตุแห่งความขัดแย้ง ทำให้ขณะนี้นักวิเคราะห์จากทุกสำนักพร้อมใจกันชี้ว่า ในโลกยุคนี้ ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง หรือWealth Management จะกลายเป็นเครื่องมือกู้ระเบิดเวลา และ สะพานเชื่อมความมั่งคั่งสู่อนาคตได้ดีที่สุด ทำให้เริ่มเห็น “กลุ่มสถาบันการเงิน” และ “บริษัทหลักทรัพย์” วิ่งเข้าหาธุรกิจนี้กันอย่างคึกคักมาในปีนี้

ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) คือ บริการทางการเงินแบบครบวงจรที่ไม่ได้เน้นแค่การชวนออมเงินหรือซื้อกองทุนทั่วไป แต่เป็นการดูแล "สินทรัพย์ทั้งหมด" ของลูกค้า โดยครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนการลงทุน การจัดพอร์ตระดับสากล การวางแผนภาษี การประกันภัย ไปจนถึงการวางแผนมรดกและการส่งต่อทรัพย์สินสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน

แบ่งประเภทสินทรัพย์

ในกลุ่มธุรกิจนี้จะเน้นเสนอผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่เดินไปซื้อที่เคาน์เตอร์ธนาคารได้ แต่เป็นสินทรัพย์ที่เรียกว่า Alternative & Sophisticated Products แบ่งเป็น Global Fixed Income & Equities หุ้นกู้ต่างประเทศเกรดพรีเมียม, Private Markets สินทรัพย์นอกตลาด , Structured Notes (หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง) ออกแบบมาเพื่อคุ้มครองเงินต้นหรือสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดนิ่ง/ขาลง ,Alternative Assets (สินทรัพย์ทางเลือก) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับโลก กองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน และ Family Office & Trust Services การจัดตั้งกองทุนทรัสต์เพื่อการส่งต่อมรดก และการบริหารภาษีครอบครัว เป็นต้น

กลุ่มการเงินเร่งปรับตัว

ยกตัวอย่างได้จากบล. เอเซีย พลัส ที่ขณะนี้ไม่ได้มองแค่การหาหุ้นเด่นรายวันอีกต่อไป แต่มุ่งเน้นการเป็นพันธมิตรที่ร่วมออกแบบรากฐานความมั่นคงระยะยาวให้กลุ่มเศรษฐีระดับสูง ผ่านศิลปะการผสานโครงสร้างภาษี การจัดพอร์ตแบบผสมผสานเพื่อเน้นความนิ่งและความชัดเจนของโครงสร้างสินทรัพย์ตระกูล ก้าวข้ามแค่การเก็งกำไรระยะสั้น บล. เกียรตินาคินภัทร ยืนผู้บุกเบิก Private Banking ของไทย ปรับตัวโดยใช้จุดแข็งเรื่อง Global Connectivity จับมือกับสถาบันการเงินระดับโลกเพื่อพาลูกค้าไทยไปลงทุนในสินทรัพย์นอกตลาดระดับพรีเมียม และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝง

ด้านบลจ. กสิกรไทย ปรับโครงสร้างการทำงานร่วมกับทีม K WEALTH และพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง J.P. Morgan Asset Management เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริหารจัดการกองทุนในลักษณะ Fund of Funds ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ทั่วโลกได้ทันท่วงทีตามความผันผวนของตลาด

บลจ. วรรณ สรรหาสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่มีใครเหมือน ออกกองทุนสำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ เช่น กองทุนที่ลงทุนในสิทธิการรับเงินสินไหมทดแทนประกันชีวิตในต่างประเทศ หรือหุ้นกู้ต่างประเทศที่มีโครงสร้างซับซ้อน เพื่อตัดขาดความเชื่อมโยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วไป

ไม่ใช่กระแสแต่คืออนาคต

สอดคล้องกับ “ศรชัย สเนต์ตา” CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product กลุ่มธุรกิจ Consumer Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มองว่า การลงทุนในในสินทรัพย์ทางเลือกไม่ใช่แค่กระแสแต่ คือ อนาคตของการลงทุนระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่ความไม่แน่นอนและความผันผวนในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูง

การลงทุนในสินทรัพย์ดั้งเดิม อย่างหุ้นและตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสินทรัพย์เหล่านี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันมากขึ้น ฉะนั้นผู้ลงทุนจะต้องขยายการกระจายความเสี่ยงออกไปไกลกว่าแค่หุ้นกับตราสารหนี้ ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกที่ไม่ได้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับตลาดดั้งเดิม ซึ่งสามารถช่วยลดความผันผวนของพอร์ต และเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในระยะยาว

มุมมองครึ่งหลังปี69

ขณะที่ “ธงชัย ศิริพิน” AFPTTM Assistant Wealth Manager ธนาคารทิสโก้ ประเมินว่า ภาพการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี69 อาจเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม นักลงทุนสถาบันจำนวนมากจึงไม่พึ่งพาหุ้นและตราสารหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เลือกกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีปัจจัยขับเคลื่อนแตกต่างกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับพอร์ตการลงทุน

แม้หุ้นโลกยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากกระแส AI และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี แต่ระดับมูลค่าที่อยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต อาจทำให้ผลตอบแทนในระยะข้างหน้าไม่ได้โดดเด่นเหมือนในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น การทยอยปรับพอร์ตเพื่อลดการกระจุกตัวในหุ้นโลกบางส่วน และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Commodityและกลุ่ม Energy อย่างเหมาะสม อาจเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการสร้างความสมดุล กระจายความเสี่ยง และเตรียมรับมือกับวัฏจักรเศรษฐกิจใหม่ที่เงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นปัจจัยสำคัญของตลาดการเงินโลกอีกครั้ง

ฉะนั้น ความมั่งคั่งที่แท้จริงในยุคนี้ไม่ใช่การ "กอดสินทรัพย์เดิมให้แน่นที่สุด" แต่คือการ กระจายสินทรัพย์ไปในน่านน้ำสากลที่ยืดหยุ่นที่สุด และการเปลี่ยนผ่านจากโฉนดที่ดินสู่พอร์ตการลงทุนระดับโลก รวมทั้งเปลี่ยนจากระบบกงสีแบบเดิมสู่การบริหารสินทรัพย์ครอบครัวจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่คือ"การกู้ระเบิดเวลา" เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของคนในตระกูล ส่งต่อความมั่งคั่งแบบไร้รอยต่อระหว่างเจเนอเรชัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...