โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกฯ ไทย–มาเลเซีย เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนสองประเทศ

สวพ.FM91

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกฯ ไทย–มาเลเซีย เห็นพ้องเร่งเชื่อมโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เปิดประตูการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนสองประเทศ

วันนี้ (9 กรกฎาคม 2569) เวลา 13.10 น. (ตามเวลาท้องถิ่นมาเลเซีย ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง) ณ สำนักนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือเต็มคณะ กับดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือในทุกมิติ สร้าง “พื้นที่แห่งโอกาส” ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตและรายได้ของประชาชนทั้งสองประเทศ

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญของการหารือครั้งนี้คือการเร่งเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานระหว่างไทยกับมาเลเซีย เพื่อให้การเดินทางของประชาชนสะดวกขึ้น ลดต้นทุนการขนส่งสินค้า และเพิ่มศักยภาพการค้าชายแดน โดยในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศจะร่วมเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่และด่านบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งเป็นจุดผ่านแดนที่มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดของไทยกับมาเลเซีย

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงเร่งเดินหน้าโครงการสำคัญหลายด้าน ทั้งการกลับมาเปิดเดินเรือเฟอร์รี่ระหว่างจังหวัดสตูลกับเมืองกัวลาปะลิส การเชื่อมระบบจำหน่ายตั๋วรถไฟเส้นทางกรุงเทพฯ–หาดใหญ่–บัตเตอร์เวิร์ธให้ใช้ระบบเดียวกัน การฟื้นฟูเส้นทางรถไฟสุไหงโก-ลก–รันเตาปันจัง และการก่อสร้างสะพานแห่งใหม่ เพื่อยกระดับการเดินทางและโลจิสติกส์ของทั้งภูมิภาคควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันส่งเสริมการลงทุน พัฒนาผู้ประกอบการท้องถิ่น สร้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง

ด้านความมั่นคง ทั้งสองประเทศยืนยันความร่วมมือในการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นตรงกันว่าการพัฒนาทางเศรษฐกิจและการสร้างสันติภาพต้องเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมเพิ่มความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ และอาชญากรรมบริเวณชายแดน รวมถึงจัดตั้งคณะทำงานร่วมดูแลพื้นที่ริมแม่น้ำโก-ลก และพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมระหว่างสองประเทศ
ในด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้บรรลุเป้าหมาย 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐได้ในอนาคตอันใกล้ พร้อมเร่งเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานในสาขาความมั่นคงทางอาหาร พลังงาน และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงมอบหมายรัฐมนตรีเกษตรของทั้งสองประเทศหาทางออกร่วมกันในการเปิดตลาดสินค้าเกษตรและประมงให้เร็วที่สุด

ในโอกาสเดียวกัน ผู้นำทั้งสองประเทศร่วมเป็นสักขีพยานการแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจด้านการเกษตร ซึ่งครอบคลุมความร่วมมือด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาบุคลากร และการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารของทั้งสองประเทศ

นายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ปี 2570 จะครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–มาเลเซีย จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนผลการหารือครั้งนี้ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงจะขับเคลื่อน MOU ที่อยู่ระหว่างการจัดทำระหว่างหน่วยงานของไทยและมาเลเซียให้เสร็จสิ้นโดยเร็วพร้อมเชิญนายกรัฐมนตรีมาเลเซียเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนของทั้งสองประเทศ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีมาเลเซียยังชื่นชมบทบาทของไทยในประเด็นเมียนมา โดยมาเลเซียและไทยต่างมองว่าปัญหาเมียนมาจะแก้ไขได้ด้วยการเข้ามามีส่วนร่วมของทุกฝ่ายอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งไทยในฐานะประเทศที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาก็ได้มีความพยายามในการแก้ไขความไม่สงบในเมียนมา รวมถึงมีการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนประเด็นกุ้งและปลากระพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของทั้งสองประเทศ ได้หาทางออกร่วมกันเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งจะเร่งผลักดันให้การปฏิบัติเกิดขี้นโดยเร็วเพื่อคลี่คลายปัญหาของเกษตรกร

สำหรับคณะรัฐมนตรีที่ร่วมหารือเต็มคณะ ประกอบด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพลเอก ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...