หลอกซ้ำ!เหยื่อโดนโกงทอง จะแจ้งความเจอเพจ "สอท.ปลอม" สูญเกือบ 3 ล้าน
รวบบัญชีม้า! แก๊งคอลเซนเตอร์แสบเปิดเพจตร.ไซเบอร์ปลอม ดักรอเหยื่อลงทุนทอง หลอกซ้ำ อ้าง "โอนเงินมาเซฟ" สุดท้ายสูญเกือบ 3 ล้านบาท
วันที่ 9 ก.ค.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย, พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก, พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์ พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 2
ร่วมกันจับกุมตัว นางสาวไลซิมฯ อายุ 54 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1544/2569 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมีใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา”
สถานที่จับกุม หน้าบ้านพักใน ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินเพื่อเทรดทองคำออนไลน์ และต้องการจะแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง จึงหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต และพบโฆษณาแอบอ้างเป็นเพจเฟซบุ๊กของตำรวจใช้ชื่อว่า “ศูนย์แจ้งความออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
จากนั้น ผู้เสียหายจึงกดลิงก์เข้าไปเพื่อกรอกข้อมูลโดยหวังว่าให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเพื่อรับแจ้งความ แต่ปรากฏว่า มีบัญชีไลน์ใช้ชื่อโปรไฟล์ว่า “ศูนย์แจ้งความออนไลน์ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ส่งข้อความติดต่อมาหาผู้เสียหาย และอ้างตัวว่าเป็น เจ้าหน้าที่ศูนย์ช่วยเหลือแจ้งความออนไลน์ บช.สอท. เพื่อมาสอบถามรายละเอียดทางคดีที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้ลงทุนเทรดทองคำออนไลน์ และอ้างว่าสามารถติดตามเงินคืนกลับมาให้ผู้เสียหายได้ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และให้ข้อมูลส่วนตัว พร้อมกับยอมทำตามขั้นตอนที่อีกฝ่ายหลอกล่อให้ทำ
ต่อมา มีบุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.สอท. ติดต่อให้ผู้เสียหายโอนเงินมาเก็บไว้ที่บัญชีของหน่วยงาน โดยอ้างว่า เพื่อความปลอดภัยและรักษาเงินที่เหลือของผู้เสียหายไว้ จะได้ไม่ถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนอีก ซึ่งผู้เสียหายโอนเงินไปยังบัญชีต่างๆ ที่บุคคลอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุไว้ จำนวน 9 ครั้ง เป็นเงิน 2,806,659 บาท หลังจากนั้น ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับการติดต่ออีกเลย และเมื่อพยายามติดต่อกลับไป ปรากฏว่า ถูกปิดกั้นการติดต่อทุกช่องทาง ผู้เสียหายจึงมั่นใจว่า ถูกกลุ่มแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกซ้ำอีก จึงรีบแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในท้องที่รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นางสาวไลซิมฯ ผู้ต้องหา ที่มีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินเป็นยอดจำนวน 500,000 บาท เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567
จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม สืบทราบว่า ผู้ต้องหารับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติที่กบดานอยู่ในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงติดตามจนพบผู้ต้องหาอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมแสดงหมายจับ จากนั้น ควบคุมตัวผุ้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.สอท.2 เพื่อดำเนินคดีต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นางสาวไลซิมฯ ให้การว่า ถูกนายบอยฯ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) หลอกว่าจะให้ไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว สวัสดิการดีมีที่พักและอาหารให้แต่ไม่บอกว่าจะทำงานอะไร เมื่อไปถึงที่นัดพบ นายบอยฯ พาข้ามช่องทางธรรมชาติไปอยู่ที่ประเทศกัมพูชากว่า 1 สัปดาห์ และถูกบังคับให้เปิดบัญชีธนาคาร ก่อนจะถูกให้กลับมายังประเทศไทย จึงปฏิเสธรู้เห็นกระบวนการที่หลอกลวงผู้เสียหาย
เตือนภัยสังคม การรับจ้างเปิดบัญชีให้ผู้อื่นกระทำความผิด ผู้เปิดบัญชีต้องได้รับโทษเท่าเสมอกับความผิดของผู้ที่นำไปหลอกลวง เพราะฉะนั้นอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่มาหลอกลวง ให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อแลกค่าตอบแทนเพราะอาจถูกดำเนินคดีในภายหลัง