Fast Retailing เจ้าของแบรนด์ Uniqlo กำไรไตรมาสพุ่ง 45.7% ปรับเพิ่มเป้ากำไรทั้งปี
Fast Retailing เจ้าของแบรนด์ Uniqlo รายงานกำไรไตรมาสล่าสุดพุ่ง 45.7% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาด พร้อมปรับเพิ่มเป้ากำไรทั้งปี แม้ต้องเผชิญผลกระทบจากสงครามอิหร่าน
วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัท Fast Retailing เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้า Uniqlo เปิดเผยว่า กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม 2569 เพิ่มขึ้น 45.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต้องเผชิญผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่งจากสงครามอิหร่าน โดยบริษัทมั่นใจว่าจะทำสถิติกำไรสูงสุดเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน
Fast Retailingระบุว่า กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 213,790 ล้านเยน (ราว 1.32 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 146,740 ล้านเยน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ 7 รายซึ่งสำรวจโดย LSEG คาดการณ์ไว้ที่ 177,730 ล้านเยน
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง บริษัทจึงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงานตลอดปีเป็น 730,000 ล้านเยน จากเดิม 700,000 ล้านเยน
Fast Retailing ถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญของการใช้จ่ายผู้บริโภคในญี่ปุ่นและจีน ซึ่งบริษัทมีร้านค้าเกือบ 900 สาขาในจีนแผ่นดินใหญ่ ปัจจุบัน Uniqlo ขยายเครือข่ายจากร้านแห่งแรกในเมืองฮิโรชิมาเมื่อปี 2527 สู่ร้านค้ากว่า 2,500 สาขาทั่วโลก โดยจำหน่ายเสื้อผ้าราคาย่อมเยาที่ผลิตเป็นหลักในฐานการผลิตของเอเชีย
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Fast Retailingเร่งขยายธุรกิจในยุโรปและอเมริกาเหนือ เพื่อลดการพึ่งพาตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดต่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบริษัท ขณะที่ยอดขายในญี่ปุ่นยังได้รับแรงหนุนจากการท่องเที่ยวที่คึกคัก อันเป็นผลจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าระดับใกล้ต่ำสุดในรอบ 40 ปี
อย่างไรก็ตาม การเติบโตในจีนชะลอตัวลงจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ ส่งผลให้บริษัทต้องทยอยปิดบางสาขาและปรับโครงสร้างธุรกิจในประเทศ
ด้านผู้ค้าปลีกแฟชั่นทั่วโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง รวมถึงสภาพอากาศที่แปรปรวนซึ่งกระทบต่อความต้องการซื้อเสื้อผ้า
นายทาเคชิ โอกาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของFast Retailing เคยระบุเมื่อเดือนเมษายนว่า สงครามอิหร่านทำให้การขนส่งทางอากาศจากฐานการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความซับซ้อนมากขึ้น และหากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ก็อาจทำให้ต้นทุนเส้นใยสังเคราะห์เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ คลื่นความร้อนรุนแรงที่เกิดขึ้นในยุโรปและอเมริกาเหนือในปีนี้ ยังทำให้ผู้ค้าปลีกเสื้อผ้าหลายรายต้องปรับกลยุทธ์สินค้า โดยH&M เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับไลน์สินค้าและแผนการตลาดให้สอดรับกับฤดูร้อนที่ยาวนานและร้อนจัดมากขึ้น
อ้างอิง : www.reuters.com