โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

WHO ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับโลก "อีโบลา" ระบาดหนักในคองโก-ยูกันดา

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน

WHO ประกาศภาวะฉุกเฉิน "อีโบลา" สายพันธุ์หายากระบาดหนักในคองโก-ยูกันดา ดับแล้วเฉียดร้อยและติดเชื้อต่อเนื่อง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยกระดับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) และประเทศยูกันดา ให้เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ" (PHEIC) อย่างเป็นทางการแล้ว หลังวิกฤตการณ์ดังกล่าวทวีความรุนแรงอย่างรวดเร็ว จนมียอดผู้ป่วยต้องสงสัยพุ่งทะลุ 336 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 88 ราย โดยผู้เชี่ยวชาญแสดงความกังวลขั้นสูงสุดเนื่องจากพบว่าเป็นการระบาดของสายพันธุ์หายากที่ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาจำเพาะในปัจจุบัน

ดร. เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ของ WHO ระบุในแถลงการณ์ว่า แม้สถานการณ์ในขณะนี้จะยังไม่เข้าข่ายการแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic Emergency) เหมือนวิกฤตโควิด-19 แต่ถือเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติที่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและการประสานงานระดับนานาชาติอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเชื้อไวรัสได้เริ่มแพร่ระบาดข้ามพรมแดนและขยายตัวเข้าสู่เขตเมืองใหญ่แล้ว

รายงานจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) เปิดเผยว่า ผลการตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่า ต้นตอของการระบาดครั้งนี้เกิดจาก "ไวรัสอีโบลาสายพันธุ์บุนดิบูเกียว" (Bundibugyo virus) ซึ่งถือเป็นการระบาดของสายพันธุ์นี้เพียงไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์ ความท้าทายสำคัญคือ วัคซีนและยารักษาโรคอีโบลาที่มีอยู่ในคลังสำรองระดับโลกปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยับยั้งสายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire strain) เป็นหลัก ส่งผลให้การระบาดในปัจจุบัน "ไม่มีวัคซีนหรือการรักษาจำเพาะที่ได้รับการรับรอง" เจ้าหน้าที่จึงต้องควบคุมโรคผ่านมาตรการกักกันและการรักษาประคับประคองอาการเท่านั้น

สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่ ศูนย์กลางการระบาดหลักเริ่มขึ้นในเขตเหมืองแร่และชุมชนหนาแน่นในจังหวัดอิตูรี (Ituri) ทางตะวันออกของคองโก ก่อนจะแพร่กระจายไปยังเมืองสำคัญ 3 เขต ได้แก่ บูเนีย, รวามปารา และมองบวาลู ล่าสุดมีรายงานการตรวจพบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 1 รายในกรุงกินชาซา เมืองหลวงของคองโก ซึ่งเดินทางกลับมาจากพื้นที่ระบาด ยิ่งไปกว่านั้น เชื้อยังได้หลุดข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยทางการยูกันดายืนยันพบผู้ติดเชื้อ 2 รายในกรุงกัมปาลา ซึ่งขณะนี้เข้ารับการรักษาในห้องไอซียูและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย

นอกจากนี้ WHO ยังแสดงความกังวลต่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ หลังมีรายงานยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย จากอาการไข้เลือดออก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ในการควบคุมการติดเชื้อภายในสถานพยาบาล ประกอบกับพื้นที่ระบาดในจังหวัดอิตูรีกำลังเผชิญกับปัญหาความไม่สงบจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธ และการเคลื่อนย้ายประชากรข้ามแดนที่สูงมาก ทำให้การแกะรอยผู้สัมผัสใกล้ชิดเป็นไปได้อย่างยากลำบาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...