โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รูเปียห์ทรุด 7.6% เซ่นนโยบาย Danantara แบงก์ชาติอินโดฯ งัดเทสู้หมดหน้าตัก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 12.31 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 05.26 น.

KResearch เจาะโยบาย Danantara ของรัฐบาลอินโดฯ ที่พ่นพิษ ทำรูเปียห์ทรุด 7.6% บีบแบงก์ชาติงัดมาตรการ All-Out Defense ขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบสู้

10 มิ.ย.2569 ดร.ทัศน์วรรณ ขาวอุปถัมภ์ เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด หรือ KResearch ระบุในบทวิเคราะห์ถึงกรณีที่ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) มีมติขึ้นดอกเบี้ย 25 basis points สู่ระดับ 5.50% ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ก่อนกำหนดการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 มิ.ย. ส่งผลให้ BI ปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมเป็น 75bps ภายในเวลา 3 สัปดาห์ หลังจากเพิ่งปรับขึ้นดอกเบี้ย 50bps ในการประชุมเดือน พ.ค. ซึ่งมากกว่าที่ตลาดคาดไว้ พร้อมกันนี้ BI ยังปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากสู่ระดับ 4.50% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สู่ระดับ 6.25%

การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบครั้งที่ 2 ในรอบ 8 ปี และสะท้อนว่าความเปราะบางของค่าเงินรูเปียห์ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน โดยความท้าทายในรอบนี้แตกต่างจากปี 2561 ที่ BI เคยขึ้นดอกเบี้ยนอกรอบเพื่อชะลอการไหลออกของเงินทุนจากตลาดเกิดใหม่และลดแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก

ในขณะที่การอ่อนค่าของรูเปียห์ในรอบนี้สาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายในประเทศจากความเชื่อมั่นต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล นอกเหนือไปจากผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนผ่านการอ่อนค่าของค่าเงินรูเปียห์ 7.6%YTD ตั้งแต่ต้นปีมาอยู่ที่ 18,058 รูเปียห์/ดอลลาร์ฯ ณ วันที่ 9 มิ.ย. 2569 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นอินโดนีเซียสุทธิกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ฯ ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับลดลงมากกว่า 38.2% (8 มิ.ย.) สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 ปี

จากแรงกดดันภายนอก สู่การจับตาทิศทางนโยบายภายในประเทศ

ดร.ทัศน์วรรณ กล่าวอีกว่า ในช่วงต้นปี 2569 ตลาดการเงินอินโดนีเซียเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกหลายด้าน ทั้งความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเพิ่มภาระทางการคลังในการอุดหนุนราคาน้ำมัน และเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไตรมาส 2 ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับปัจจัยภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 รัฐบาลประกาศมาตรการหลายด้านเพื่อดึงเงินตราต่างประเทศกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจและสนับสนุนค่าเงินรูเปียห์ อาทิ การรวมศูนย์การส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น ถ่านหิน น้ำมันปาล์ม และ Ferroalloys ผ่านหน่วยงานภายใต้การดูแลของกองทุน Danantara โดยกำหนดให้ผู้ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติต้องนำรายได้จากการส่งออก 100% กลับมาฝากในระบบธนาคารในประเทศ และการเพิ่มบทบาทของ Danantara ในการบริหารรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติและการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์

แม้มาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มเงินตราต่างประเทศในประเทศและลดแรงกดดันต่อค่าเงินรูเปียห์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง นักลงทุนบางส่วนมองว่าเป็นการเพิ่มบทบาทของภาครัฐในระบบเศรษฐกิจและเพิ่มความไม่แน่นอนด้านนโยบาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจลงทุนและการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติในระยะข้างหน้า

กฎหมายใหม่เพิ่มคำถามเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลาง (BI)

ดร.ทัศน์วรรณ เผยว่า รัฐสภาอินโดนีเซียผ่านกฎหมายปฏิรูประบบการเงินฉบับใหม่เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมาขยายบทบาทของ BI ในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน ควบคู่ไปกับภารกิจเดิมด้านการรักษาเสถียรภาพราคาและเสถียรภาพระบบการเงิน

นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังให้อำนาจรัฐสภาในการประเมินผลการดำเนินงานและออกข้อเสนอแนะที่มีผลผูกพันต่อ BI สำนักงานกำกับดูแลภาคการเงิน (OJK) และสถาบันประกันเงินฝาก (LPS) รวมถึงเพิ่มกลไกการถอดถอนคณะกรรมการผู้ว่าการ BI

แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าความเป็นอิสระของธนาคารกลางยังคงได้รับการคุ้มครอง แต่การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่าบทบาทของ BI ในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร โดยเฉพาะภายใต้เป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต 8% ภายในปี 2572

ตารางที่ 1: รัฐสภาอินโดนีเซียมีมติผ่านกฎหมายปฏิรูประบบการเงินประกาศเมื่อ 4 มิ.ย.2569

ประเด็นสำคัญ ก่อน 4 มิ.ย. 2569 รายละเอียดเบื้องต้นหลังประกาศ 4 มิ.ย. 2569 เป้าหมายหลักของ BI รักษาเสถียรภาพค่าเงิน ควบคุมเงินเฟ้อ และดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน เพิ่มภารกิจสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงาน ความเป็นอิสระของ BI BI มีอิสระค่อนข้างสูงในการกำหนดนโยบายการเงิน รัฐสภามีบทบาทกำกับดูแลเพิ่มขึ้น อำนาจของรัฐสภา เรียก BI ชี้แจงและตรวจสอบตามปกติ สามารถประเมินผลการดำเนินงานและออกข้อเสนอแนะที่มีผลผูกพันต่อ BI สำนักงานกำกับดูแลภาคการเงิน (OJK) สถาบันประกันเงินฝาก (LPS) การถอดถอนผู้ว่าการ/คณะกรรมการ BI มีกระบวนการตามกฎหมายเดิม เพิ่มกลไกใหม่ในการถอดถอนคณะกรรมการผู้ว่าการ BI ความสัมพันธ์ระหว่าง BIกับรัฐบาล แยกบทบาทชัดเจน มีการประสานงานด้านนโยบาย เน้นความร่วมมือด้านการคลัง-การเงินมากขึ้น บทบาทด้านการเติบโตเศรษฐกิจ เป็นผลลัพธ์ทางอ้อมจากเสถียรภาพเศรษฐกิจ ถูกกำหนดเป็นเป้าหมายโดยตรงของ BI บทบาทในการจ้างงาน ไม่มีเป้าหมายโดยตรง เพิ่มเป้าหมายสนับสนุนการจ้างงาน Danantara ไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายการเงิน เพิ่มกฎเกณฑ์รองรับการออกพันธบัตร Danantara ตลาดทุนและสินค้าโภคภัณฑ์ อยู่ภายใต้กฎหมายเดิม รองรับตลาดซื้อขายแร่และสินค้าโภคภัณฑ์เชิงยุทธศาสตร์

ที่มา: Reuters, รวบรวมโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย

BI ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

ทั้งนี้การขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจึงเป็นเพียงหนึ่งในมาตรการรักษาเสถียรภาพค่าเงินของ BI โดย BI เลือกใช้มาตรการแบบ All-Out Defense ครอบคลุมทั้งการขึ้นดอกเบี้ย การเพิ่มผลตอบแทนตราสาร SRBI อายุ 6-12 เดือน การลดต้นทุน Hedging Swap สำหรับนักลงทุนต่างชาติ การเปิด Repo Facility อายุ 3-12 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องให้ระบบธนาคารและตลาดเงิน รวมถึงการเพิ่มความเข้มข้นของการแทรกแซงตลาดเงินผ่าน Spot Intervention, DNDF และ Offshore NDF

พร้อมกันนี้ BI และกระทรวงการคลังยังประกาศความร่วมมือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนของสินทรัพย์การเงินอินโดนีเซียและดึงดูดเงินทุนต่างชาติกลับเข้าประเทศ สะท้อนว่าทางการกำลังใช้ทั้งนโยบายการเงินและการคลังร่วมกันเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงิน

ผลของมาตรการดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านยอดคงค้างตราสาร SRBI ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.พ. 2569 ขณะที่ผลตอบแทน SRBI อายุ 1 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 7.25% สูงกว่าผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ 6.90% สะท้อนความพยายามของทางการในการเพิ่มแรงจูงใจให้เงินทุนไหลเข้าสู่สินทรัพย์สกุลรูเปียห์และช่วยลดแรงกดดันต่อค่าเงิน

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าความเสี่ยงเศรษฐกิจอินโดนีเซียอยู่ที่ความน่าเชื่อถือของนโยบาย มากกว่าพื้นฐานเศรษฐกิจ โจทย์สำคัญของอินโดนีเซียในระยะข้างหน้าไม่ได้อยู่ที่พื้นฐานเศรษฐกิจ แต่อยู่ที่รัฐบาลจะสามารถรักษาความน่าเชื่อถือของกรอบนโยบายเศรษฐกิจได้หรือไม่ ท่ามกลางความกังวลของตลาดต่อวินัยการคลัง ความเป็นอิสระของ BI และบทบาทของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่ความผันผวนของราคาพลังงานโลกอาจเป็นตัวเร่งให้ความกังวลด้านความเชื่อมั่นพัฒนาไปสู่แรงกดดันต่อเศรษฐกิจจริงได้ หากทางการไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้อย่างทันท่วงที”

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...