โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภูเขา สายน้ำ เรื่องเล่า สามแรงขับปั้น 'กุ้ยหลิน'ขุมทรัพย์ท่องเที่ยวจีน

Amarin TV

อัพเดต 10 มิ.ย. เวลา 11.54 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. เวลา 11.38 น.
ภูเขา สายน้ำ และเรื่องเล่า สามแรงขับที่ปั้น ‘กุ้ยหลิน’ ให้เป็นขุมทรัพย์ท่องเที่ยวของจีน

กระแส Natural Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่เริ่มมองหาประสบการณ์การเดินทางที่มีความหมายมากกว่าการท่องเที่ยวแบบเช็กอินตามจุดหมายยอดนิยมเพียงอย่างเดียว

พฤติกรรมดังกล่าวทำให้กิจกรรมที่อิงกับธรรมชาติ เช่น การเดินป่า วิ่งเทรล ล่องเรือ หรือท่องเที่ยวในพื้นที่ภูเขาและแม่น้ำ กลายเป็น “แม่เหล็ก” สำคัญในการดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่เมืองต่างๆ พร้อมสร้างผลต่อเนื่องทางเศรษฐกิจไปยังธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า การเดินทาง และบริการท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง

หนึ่งในเมืองดาวรุ่งของเอเชียที่สะท้อนเทรนด์นี้ได้อย่างชัดเจนคือ “กุ้ยหลิน” (Guilin) เมืองท่องเที่ยวทางตอนใต้ของจีน ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีภูมิทัศน์งดงามที่สุดของประเทศ ด้วยภาพจำของแม่น้ำหลีเจียง (Li River) ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา จนกลายเป็นแรงบันดาลใจของภาพทิวทัศน์บนธนบัตร 20 หยวนของจีน

ความน่าสนใจของกุ้ยหลินไม่ได้อยู่เพียงความงดงามของธรรมชาติ แต่ยังอยู่ที่ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง โดยนักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมพักในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว และมีระยะเวลาการเดินทางเฉลี่ยนานถึง 8 วัน ข้อมูลในปี 2025 ระบุว่า กุ้ยหลินสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 10,650 ล้านหยวน จากจำนวนนักท่องเที่ยว 9.42 ล้านคน

ท่ามกลางศักยภาพดังกล่าว รัฐบาลจีนและ Trip.com Group จึงพยายามผลักดันกุ้ยหลินให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ผ่านการผสมผสานระหว่างภูมิทัศน์ วัฒนธรรม และการเล่าเรื่อง โดยหนึ่งในกลยุทธ์ที่ถูกนำมาใช้คือการดึงภาพจำของ “เฉินหลง” หรือ Jackie Chan ซูเปอร์สตาร์นักบู๊ระดับตำนานของเอเชียและฮอลลีวูด เข้ามาช่วยขยายเรื่องเล่าของเมืองสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก

บทความนี้ SPOTLIGHT จะพาไปรู้จัก “กุ้ยหลิน” ผ่านสามแรงขับสำคัญ ได้แก่ ภูเขา สายน้ำ และเรื่องเล่า ที่กำลังเปลี่ยนเมืองธรรมชาติแห่งนี้ให้กลายเป็นหนึ่งในขุมทรัพย์การท่องเที่ยวของจีน

รู้จัก ‘กุ้ยหลิน’ เมืองที่เปลี่ยนภูเขาและแม่น้ำ ให้เป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ

กุ้ยหลิน (Guilin) ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ทางตอนใต้ของจีน หากเดินทางโดยเครื่องบินจากเซี่ยงไฮ้จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง เมืองแห่งนี้มีจุดขายสำคัญอยู่ที่ภูมิทัศน์ทางธรรมชาติ ซึ่งได้รับการยกย่องว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ด้วยภาพจำของภูเขาหินปูนแบบคาสต์ (Karst) ที่ตั้งเรียงรายสลับกับสายน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำหลีเจียง (Li River) ซึ่งเป็นต้นแบบของภาพทิวทัศน์บนธนบัตร 20 หยวนของจีน

นอกจากนี้ กุ้ยหลินยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่นอีกหลายแห่ง เช่น

  • เขางวงช้าง หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกุ้ยหลิน เป็นภูเขาหินปูนที่ถูกธรรมชาติกัดเซาะจนมีรูปร่างคล้ายช้างกำลังใช้งวงดูดน้ำจากแม่น้ำ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองที่นักท่องเที่ยวมักนึกถึงเมื่อพูดถึงกุ้ยหลิน
  • Reed Flute Cave หรือถ้ำหลอตี้หยาน ถ้ำชื่อดังที่ได้รับฉายาว่าเป็น “วังแห่งธรรมชาติ” ด้วยความงดงามของโลกใต้พิภพที่เต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย แสงสี และลักษณะทางธรณีวิทยาที่น่าตื่นตา
  • Longji Rice Terraces หรือนาขั้นบันไดหลงจี๋ นาขั้นบันไดอายุกว่า 600 ปี ซึ่งติดอันดับ 3 ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวกุ้ยหลินบน Trip.Best
  • Yulong River หรือแม่น้ำยวี่หลง จุดหมายยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในจังหวะที่ช้าลง ผ่านกิจกรรมล่องแพชมทิวทัศน์
  • Ruyi Peak หรือยอดเขารูยี่ แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติยุคใหม่ที่ติดอันดับ 8 ในรายชื่อ Trip.Best ของกุ้ยหลิน ถูกวางภาพให้เป็นเสมือน “สวนสาธารณะทางอากาศ” ที่ผสานภูมิทัศน์หินปูนเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยว ทั้งกระเช้าลอยฟ้า สะพานแขวน และทางเดินชมวิว 360 องศา

อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของกุ้ยหลินไม่ได้จำกัดอยู่เพียงความงามที่เห็นได้ด้วยตาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวจ้วง เย้า ม้ง และด้ง ซึ่งยังคงถ่ายทอดวิถีชีวิต อาหาร งานฝีมือ และประเพณีดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น

จากจุดเด่นด้านธรรมชาติและวัฒนธรรมดังกล่าว กุ้ยหลินจึงเป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงในฐานะเมืองท่องเที่ยวดาวรุ่งของจีน โดยข้อมูลจากTrip.com ชี้ให้เห็นการเติบโตทั้งในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติและตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศจีน ผ่านตัวเลขสำคัญดังนี้

  • ยอดจองเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้าสู่กุ้ยหลินในไตรมาส 1 ปี 2026 เติบโต 75% เมื่อเทียบกับปีก่อน
  • กุ้ยหลินติดอันดับ 15 เมืองที่เติบโตเร็วที่สุดของจีน ในสายตานักท่องเที่ยวต่างชาติ
  • การท่องเที่ยวภายในประเทศจีนมายังกุ้ยหลินเติบโต 13% ในปี 2025
  • 3 ประเทศที่เดินทางเข้ากุ้ยหลินมากที่สุด ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย

ข้อมูลจาก Trip.com ยังสะท้อนลักษณะของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนกุ้ยหลินว่า เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายและรูปแบบการเดินทางที่น่าสนใจ ดังนี้

  • นิยมพักโรงแรมระดับ 4-5 ดาว โดยเกือบ 60% ของการจองโรงแรมเป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวขึ้นไป
  • มักไม่เดินทางท่องเที่ยวเฉพาะกุ้ยหลินเมืองเดียว แต่มีการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับเมืองอื่นๆ ในจีน
  • มีระยะเวลาทริปเฉลี่ยประมาณ 8 วัน
  • นักท่องเที่ยวจากไทย อังกฤษ และเยอรมนี มักใช้เวลาท่องเที่ยวนานกว่าค่าเฉลี่ย

รายงานจาก Trip.com ระบุว่า สิ่งที่น่าสนใจของกุ้ยหลิน คือ เมืองใช้จุดเด่นด้านความสวยงามของธรรมชาติในการต่อยอดเป็นระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยว ทำให้รายได้ไม่ได้มาจากค่าตั๋วเข้าชมเพียงอย่างเดียว แต่กระจายไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า และบริการต่างๆ ในเมือง

ตัวอย่างการต่อยอดด้านการท่องเที่ยวของกุ้ยหลิน ได้แก่

  • การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น การล่องเรือแม่น้ำหลีเจียง การปั่นจักรยานในหยางซั่ว การเดินเขา และการชมภูเขาหินปูน
  • การท่องเที่ยวกลางคืน เช่น การแสดงแสงสีริมแม่น้ำ ตลาดกลางคืน และการล่องเรือชมเมืองยามค่ำคืน
  • การท่องเที่ยวชนบท เช่น หมู่บ้านชนเผ่า นาขั้นบันไดหลงจี๋ โฮมสเตย์ และเกษตรท่องเที่ยว
  • เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เช่น ร้านกาแฟวิวภูเขา โรงแรมบูติก และคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

กุ้ยหลินในสายตาเฉินหลง จากแม่น้ำหลีถึงนาขั้นบันไดหลงจี

เฉินหลง หรือ Jackie Chan นักแสดงแอ็กชันระดับตำนานของเอเชียและฮอลลีวูด เล่าถึงความประทับใจต่อกุ้ยหลินว่า ภูเขา แม่น้ำ และบรรยากาศโดยรอบทำให้รู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในภาพวาดจีน ขณะที่จังหวะชีวิตของเมืองก็แตกต่างจากเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ เพราะกุ้ยหลินทำให้ผู้มาเยือนได้ชะลอฝีเท้า และมองเห็นอีกด้านหนึ่งของจีนที่สงบ ลึกซึ้ง และใกล้ชิดกับวิถีชีวิตมากขึ้น

สำหรับเฉินหลง กุ้ยหลินจึงไม่ใช่เพียงจุดหมายปลายทางสำหรับการชมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แต่เป็นเมืองที่ทำให้เห็นว่า “การท่องเที่ยว” คือการเชื่อมต่อกับวัฒนธรรม วิถีชีวิต และเรื่องราวของผู้คนในพื้นที่อย่างแท้จริง

หากต้องเลือกจุดเริ่มต้นของการทำความรู้จักกุ้ยหลิน เฉินหลงมองว่าต้องเริ่มจาก “แม่น้ำหลี” เสมอ โดยเขาอธิบายว่า “แม่น้ำหลีคือวิญญาณของกุ้ยหลิน” เพราะเพียงได้นั่งอยู่บนเรืออย่างสงบและมองไปรอบตัว นักท่องเที่ยวก็จะเห็นทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปแทบทุกนาที

เส้นทางล่องเรือตามแม่น้ำหลีจากกุ้ยหลินสู่หยางซั่ว ยังเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของเมือง เพราะพานักท่องเที่ยวผ่านภูเขาหินปูนสูงเสียดฟ้า หมู่บ้านชาวประมง และ “ภาพสะท้อนผ้าเหลือง” อันเลื่องชื่อ บริเวณลำน้ำใกล้เมืองเก่าซิงผิง ซึ่งเป็นภาพที่ปรากฏอยู่บนธนบัตร 20 หยวนของจีน

นอกจากแม่น้ำหลี อีกหนึ่งสถานที่โปรดของเฉินหลงคือ Longji Rice Terraces หรือขั้นบันไดนาข้าวหลงจี ซึ่งติดอันดับ 3 ในรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวกุ้ยหลินบน Trip.Best รายชื่อที่คัดสรรด้วย AI ของ Trip.com Group นาขั้นบันไดอายุกว่า 600 ปีแห่งนี้มีภูมิทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ทุ่งนาที่ขังน้ำและสะท้อนแสงในฤดูใบไม้ผลิ ไปจนถึงลูกคลื่นสีทองในช่วงเวลาเก็บเกี่ยว

ภูเขา แม่น้ำ วัฒนธรรม สูตรปั้นกุ้ยหลินสู่เมืองท่องเที่ยวดาวรุ่ง

Trip.com Group ระบุว่า การนำเสนอเรื่องราวของกุ้ยหลินในครั้งนี้สะท้อนกระแสการเดินทางที่กำลังขยายตัวในเอเชีย โดยนักท่องเที่ยวเริ่มให้ความสำคัญกับการเดินทางแบบช้าๆ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง มากกว่าการท่องเที่ยวแบบเช็กลิสต์

ในบริบทดังกล่าว กุ้ยหลินจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางสำหรับชมสถานที่ท่องเที่ยวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อหยุดพัก เชื่อมต่อกับธรรมชาติ เดินเลาะริมแม่น้ำ ค้นพบอาหารท้องถิ่น และชื่นชมความงามของผืนดินที่รายล้อมเมืองแห่งนี้

สำหรับเฉินหลง ความสมดุลระหว่างธรรมชาติและวัฒนธรรมคือสิ่งที่นิยามกุ้ยหลิน โดยเขากล่าวว่า “คนจำภูเขาและแม่น้ำได้ แต่พวกเขาก็จำความรู้สึกที่สถานที่และวัฒนธรรมมอบให้ได้เช่นกัน”

เมื่อพูดถึงการท่องเที่ยวจีนในภาพรวม เฉินหลงมองว่านักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ยังสัมผัสประเทศนี้ได้ไม่ถึงครึ่ง พร้อมให้คำแนะนำว่า “อย่ารีบ” เพราะหลายคนที่เดินทางมาจีนครั้งแรกมักมุ่งหน้าไปยังเมืองใหญ่หรือสถานที่ที่เห็นในโซเชียลมีเดียเป็นหลัก ทั้งที่จีนเป็นประเทศที่กว้างใหญ่และหลากหลาย มีหลายแง่มุมที่ไม่อาจค้นพบได้หมดในทริปเดียว

เขายังแนะนำให้นักท่องเที่ยวเปิดใจต่อประสบการณ์ใหม่ๆ โดยกล่าวว่า “จงอยากรู้อยากเห็น ทิ้งภาพจำเดิมๆ ไว้ข้างหลัง แล้วมาด้วยใจที่เปิดกว้าง”

ทั้งหมดนี้ทำให้กุ้ยหลินเป็นตัวอย่างของเมืองที่เปลี่ยน “ภูเขาและแม่น้ำ” ให้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเศรษฐกิจ โดยการท่องเที่ยวสร้างรายได้หลายหมื่นล้านหยวนต่อปี กระตุ้นธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร การคมนาคม และการจ้างงาน จนกลายเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของจีน และเป็นต้นแบบของการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนของจีนในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...