สมช.ย้ำไม่รื้อยุทธศาสตร์ชายแดนใต้ จับตาสถานการณ์ไทย-กัมพูชาใกล้ชิด หลังฮุน เซน ส่งสัญญาณแข็งกร้าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เผย ในช่วงบ่ายวันนี้ (10 มิ.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจต่างประเทศ จะเข้าร่วมประชุมผ่านระบบโฟนอิน ขณะที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเข้าร่วมประชุมด้วย
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมานายสีหศักดิ์ และนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้ ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน พบว่ามีกลุ่มผู้เห็นต่างหลายกลุ่มที่พร้อมให้ความร่วมมือ ขณะที่ภาคประชาสังคมและผู้นำศาสนาในพื้นที่ต่างให้ความสำคัญกับกระบวนการพูดคุยสันติสุข และต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการดังกล่าว
สำหรับการประชุมครั้งนี้ จะหารือแนวทางบริหารจัดการและขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ โดยประสานการทำงานของ กอ.รมน. ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่าแผนยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ของ สมช. จะไม่มีการปรับรื้อใหม่ เนื่องจากเป็นนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาและเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม จึงถือเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนและจะใช้เป็นกรอบหลักในการดำเนินงานต่อไป
ส่วนกรณีข้อพิพาทเขตแดนทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชาภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS) นายฉัตรชัยระบุว่า อยู่ระหว่างการดำเนินการของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะมีกลไกพิจารณารายละเอียดในขั้นต่อไป
ขณะเดียวกัน สมช. ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังมีรายงานว่ากัมพูชาได้รับรถถังจากจีนและเคลื่อนย้ายเข้าใกล้พื้นที่ชายแดน โดยยอมรับว่าสถานการณ์ยังมีความเปราะบาง แต่ทั้งสองฝ่ายยังยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิง และสามารถใช้กลไกการพูดคุยในระดับพื้นที่เพื่อคลี่คลายปัญหาได้
ส่วนกรณีสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ระบุว่าจะใช้ทั้งการเจรจาและกำลังทหารในการทวงคืนดินแดนจากไทยนั้น นายฉัตรชัยกล่าวว่า ไทยมีแนวทางดำเนินการที่เหมาะสมตามนโยบายรัฐบาล แม้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่ากัมพูชาจะดำเนินการตามถ้อยแถลงดังกล่าวจริงหรือไม่ แต่พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงยังคงเป็นกรอบสำคัญที่ทั้งสองประเทศต้องยึดถือร่วมกัน
นอกจากนี้ กรณีคณะผู้แทนสหรัฐอเมริกา รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) เข้าพบนายกรัฐมนตรีไทยในช่วงเช้าวันเดียวกัน เลขาธิการ สมช. ระบุว่า เป็นการหารือความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมและความมั่นคงตามปกติ ไม่มีวาระพิเศษหรือประเด็นที่น่ากังวลแต่อย่างใด