3 โบรกประเมิน PTTEP Q2 พีคสุดปี แต่ราคาน้ำมันกดอัพไซด์
#ทันหุ้น – 3 โบรกฯ ประเมิน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP กำไร Q2/69 โดดเด่นระดับ 2.55–2.66 หมื่นล้านบาท โตแรงทั้ง YoY และ QoQ แรงหนุนหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ปริมาณขายเพิ่ม และกำไรป้องกันความเสี่ยงน้ำมันพลิกบวก กสิกรไทย-เคจีไอ มอง Q2 เป็นจุดสูงสุดของปี แต่ราคาน้ำมันอ่อนตัวอาจจำกัดอัพไซด์หุ้นระยะสั้น ดาโอเด่นสุด คงคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 180 บาท ลุ้นปันผลกลางปีสูงขึ้น หลังผลงาน 1H69 แข็งแกร่ง
บล.กสิกรไทย ส่องหุ้น PTTEP คาดกำไรไตรมาส 2/69 ทำจุดสูงสุดของปีที่ 2.66 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 97% YoY และ 125% QoQ จาก ASP ที่สูงขึ้น ปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และการพลิกกลับมามีกำไรจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน
คาดเงินปันผลระหว่างกาล 1H69 อยู่ที่ 4.5–4.8 บาท/หุ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนราคาหุ้นได้ 3–10% ในระยะสั้น แต่ราคาหุ้นอาจกลับมาอ่อนตัวตามปัจจัยพื้นฐานของราคาน้ำมันดิบที่อ่อนแอลง
คงคำแนะนำ “ถือ” และ TP 152 บาท จากความเสี่ยงที่ตลาดน้ำมันดิบอาจเผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดในปี 2570 แต่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงอาจเก็งกำไรจากประเด็นเงินปันผลในระยะสั้น
ด้าน บล.เคจีไอ คาดว่ากำไรสุทธิของ PTTEP ใน Q2/69F จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.62 หมื่นล้านบาท (+94% YoY, +121% QoQ) มีสาเหตุสำคัญมาจากราคาขายเฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้น โดยฝ่ายวิจัยคาดว่า ASP ของ PTTEP จะเพิ่มขึ้น 20% YoY และ 14% QoQ เป็น US$52.6/BOE เนื่องจากฝ่ายวิจัยคาดว่าราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลวจะเพิ่มขึ้น 45% YoY และ 24% QoQ เป็น US$96.1/bbl ตามราคาน้ำมันดิบดูไบที่พุ่งขึ้นมาอยู่ที่ US$96/bbl ใน 2Q69 (+44% YoY, +11% QoQ)
ขณะเดียวกันฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำถือ PTTEP โดยประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F ที่ 145.00 บาท อิงจาก WACC ที่ 7.6% และ terminal growth ที่ 1.0% ถึงแม้ว่าผลประกอบการจะมีแนวโน้มแข็งแกร่งขึ้นใน Q2/69F ฝ่ายวิจัยคาดว่าราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจะจำกัด upside ในระยะสั้นของราคาหุ้น
ฟาก บล.ดาโอ คาด PTTEP กำไรสุทธิ Q2/69E ที่โดดเด่น; Q3/69E ชะลอลงแต่ยังโต YoY โดยประเมินว่าจะรายงานกำไรสุทธิ Q2/69E ที่แข็งแกร่งที่ 2.55 หมื่นล้านบาท (+89% YoY, +115% QoQ) โดยมีแรงหนุนหลักๆ จากราคาขายน้ำมันเฉลี่ย (liquid ASP) ที่ปรับตัวขึ้นแรงและปริมาณขายเฉลี่ยที่ดีขึ้น โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ ดังนี้
1) บริษัทน่าจะเห็นราคาขายเฉลี่ย (blended ASP) ที่แข็งแกร่งจากแรงหนุนของน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz)
2) ฝ่ายวิจัยคาดว่า PTTEP จะรายงานปริมาณขายเฉลี่ยที่สูงเป็นสถิติใหม่ต่อเนื่องโดยมีปัจจัยผลักดันจากการรับรู้แปลง A-18 ในพื้นที่ MTJDA, ปริมาณขายที่สูงขึ้นของโครงการในอ่าวไทย, และรอบการโหลดน้ำมันของโครงการในแอฟริกาและตะวันออกกลาง
3) อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไร Q2/69E จะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ และมีแนวโน้มที่อ่อนตัว QoQ ใน Q3/69E ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับสู่ระดับปกติมากขึ้นหลังสงครามมีแนวโน้มผ่อนคลายลงและ Strait of Hormuz กลับมาเปิดอีกครั้ง
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569E/2570E ที่ 6.94/6.87 หมื่นล้านบาท เทียบกับ 6.03 หมื่นล้านบาทในปี 2568 โดยมีสมมติฐานที่สำคัญ คือ 1) ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยสูงขึ้น 2) ราคาขายเฉลี่ยก๊าซธรรมชาติ (gas ASP) ดีขึ้น และ 3) ปริมาณขายเฉลี่ยสูงขึ้น ทั้งนี้ หากกำไรสุทธิ Q2/69E เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาด กำไร 1H69 จะคิดเป็น 53.8% ของปริมาณกำไรทั้งปีของฝ่ายวิจัย
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569E ที่ 180.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC 6.7%, TG 0%) และราคาน้ำมันดิบระยะยาวเดิมที่ USD65.0/bbl ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าบริษัทจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่สูงขึ้น (เทียบกับ 4.1 บาทต่อหุ้นสำหรับ 1H68)