โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัส “จีนยุคใหม่” จากโรงงานโลกสู่มหาอำนาจนวัตกรรม! กูรูชี้ผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัวก่อนตกขบวน

สยามรัฐ

อัพเดต 48 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถอดรหัสยุทธศาสตร์ความแข็งแกร่งและผลิตผลแห่งอนาคตของจีน พร้อมแนะแนวทางผู้ประกอบการไทยเร่งปรับตัวสร้างพันธมิตรในยุคนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน ได้จัดการบรรยายในหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทยจีน หรือ บทจ. รุ่นที่ 3 โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ Strong + Strength กับผลิตผลของจีน เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ ห้องพาโนรามา 2 โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ท่ามกลางผู้เข้ารับการอบรมจากภาคธุรกิจ สื่อมวลชน ภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งล้วนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหลักสูตรดังกล่าวร่วมจัดโดย ศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group หรือ CMG และ หอการค้าไทย-จีน ภายใต้การสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย

การบรรยายพิเศษในครั้งนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงภาพสะท้อนของการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของสาธารณรัฐประชาชนจีนในช่วงกว่าสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์โลกยุคใหม่ จีนเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นมากกว่าหนึ่งพันสี่ร้อยล้านคน และมีขนาดพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่ใหญ่กว่าประเทศไทยถึงประมาณสิบแปดเท่า แต่สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความอัศจรรย์ใจให้กับนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกคือ ความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับเฉลี่ยประมาณร้อยละแปดต่อปีได้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าสี่สิบปี ผลลัพธ์จากการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างจริงจังส่งผลให้จีนสามารถพลิกโฉมจากประเทศที่เคยประสบปัญหาความยากจนอย่างรุนแรง ก้าวขึ้นสู่การเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก พร้อมทั้งสามารถยระดับคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศได้อย่างมหาศาล ขจัดปัญหาความยากจนขั้นรุนแรงให้หมดไปได้อย่างเบ็ดเสร็จ และสร้างกลุ่มประชากรชนชั้นกลางจำนวนมหาศาลขึ้นมาเป็นกำลังซื้อหลักในปัจจุบัน

ปัจจัยสำคัญที่เป็นหัวใจหลักและเป็นจุดแข็งอันโดดเด่นของจีนคือกระบวนการคิดและพฤติกรรมการปรับตัวตลอดเวลาอย่างไม่หยุดยั้ง จีนไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับความสำเร็จในอดีตและมีความกล้าหาญอย่างยิ่งที่จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกอยู่เสมอ หากมองย้อนกลับไปในยุคแรกเริ่มของการเปิดประเทศ จีนขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการผลิตสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นเป็นหลัก เช่น เสื้อผ้าสำเร็จรูป รองเท้า และของเล่นเด็ก ก่อนที่จะพัฒนาต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมที่จำเป็นต้องใช้ทักษะฝีมือและเทคโนโลยีที่สูงขึ้นในยุคถัดมา อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ จนกระทั่งในปัจจุบัน จีนได้ก้าวข้ามผ่านอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง และมุ่งทะยานสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า การวิจัยระบบปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีหุ่นยนต์อัจฉริยะ พลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีอวกาศ ตลอดจนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์อันเป็นหัวใจของอุปกรณ์ดิจิทัล การปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบนี้ ส่งผลให้จีนเปลี่ยนบทบาทจากอดีตที่เป็นผู้ตามทางเทคโนโลยี กลายมาเป็นผู้นำนวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรมระดับโลกในปัจจุบัน

เป้าหมายสูงสุดในระยะยาวของจีนไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การสร้างความมั่งคั่งทางตัวเลขเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป้าหมายใหญ่คือการยกระดับประเทศให้กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสมบูรณ์ภายในปีสองพันห้าร้อยเก้าสิบสาม โดยมุ่งหวังที่จะเป็นประเทศสังคมนิยมสมัยใหม่ที่มั่งคั่ง มีเสถียรภาพ และมีการพัฒนาในทุกมิติอย่างรอบด้าน ด้วยเหตุนี้ ทุก ๆ นโยบายที่รัฐบาลจีนประกาศใช้ในปัจจุบันจึงได้รับการออกแบบและกลั่นกรองมาอย่างละเอียดเพื่อตอบสนองต่อการบรรลุเป้าหมายระยะยาวนี้อย่างมีทิศทาง ทั้งการเร่งเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในทุกระดับ การยกระดับผลิตภาพของแรงงานผ่านมาตรการฝึกอบรมขั้นสูง การมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างนวัตกรรมที่เป็นของตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาชาติอื่น ตลอดจนการดำเนินนโยบายเชิงรุกเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและกระจายรายได้อย่างทั่วถึง

การปรับเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างเชิงลึกนี้กำลังเปลี่ยนสถานะของจีนจากเดิมที่ทั่วโลกเคยขนานนามว่าเป็นโรงงานของโลกให้กลายมาเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมของโลกอย่างแท้จริง ในอดีตผู้บริโภคมักจะมองว่าสินค้าที่ผลิตจากประเทศจีนเป็นสินค้าที่มีราคาถูกและอาจมีคุณภาพไม่สูงนัก แต่ในปัจจุบันภาพจำเหล่านั้นได้ถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของแบรนด์สินค้าจีนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ เทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง ตลอดจนแพลตฟอร์มออนไลน์ระดับโลกต่าง ๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกวันนี้ผู้บริโภคจำนวนมหาศาลทั่วโลกต่างกำลังเลือกใช้สินค้าและบริการที่มาจากนวัตกรรมของจีนในชีวิตประจำวันโดยที่อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งนี่คือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดของการยกระดับคุณภาพการผลิตขั้นสูงและการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ

ในมิติของตลาดภายในประเทศ แม้ว่าในปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนอาจจะไม่ได้ขยายตัวในระดับร้อนแรงถึงร้อยละสิบเหมือนในทศวรรษที่ผ่านมา แต่อัตราการเติบโตที่ระดับประมาณร้อยละห้าในปัจจุบันของจีนนั้น มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและขนาดที่ใหญ่โตมหาศาล ซึ่งเทียบเท่ากับการเกิดขึ้นของระบบเศรษฐกิจใหม่ของหลายประเทศรวมกัน ดังนั้น ประเทศจีนจึงยังคงสถานะการเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีกำลังซื้อสูงอย่างต่อเนื่อง การขยายตัวของกลุ่มประชากรชนชั้นกลางภายในประเทศยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและการบริการที่มีคุณภาพสูงและมีมาตรฐานระดับสากลยังคงเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับผู้ส่งออกทั่วโลก

นอกจากนี้ ปัจจัยเร่งที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศจีนมีความแข็งแกร่งและสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือการตัดสินใจลงทุนอย่างมหาศาลในระบบโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมโยงเมืองต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบทั่วทั้งประเทศ ความสำเร็จในการวางโครงข่ายคมนาคมนี้ทำให้เกิดแนวคิดทางเศรษฐกิจแบบใหม่ที่เรียกว่าเศรษฐกิจหนึ่งชั่วโมง ซึ่งหมายถึงความสามารถในการเดินทางติดต่อค้าขายและเคลื่อนย้ายประชากรระหว่างเมืองหลักและเมืองรองรอบข้างได้ภายในเวลาอันสั้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยกระตุ้นให้มูลค่าการค้าภายในประเทศเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดการกระจายการลงทุนไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ช่วยส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างกว้างขวาง และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเมืองใหม่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศ

ในขณะเดียวกัน จีนยังคงมุ่งมั่นขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการค้าเชื่อมโยงออกไปสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่องผ่านนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือที่รู้จักกันดีในนามยุทธศาสตร์บีอาร์ไอ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงมิติด้านการค้า การลงทุน ระบบโลจิสติกส์ และโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ร่วมกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เปิดโอกาสให้ประเทศในเส้นทางสามารถเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และตลาดขนาดใหญ่ของจีนได้อย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น นำมาซึ่งผลประโยชน์ร่วมกันในเชิงการค้าและการพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว

ช่วงท้ายของการบรรยายพิเศษ ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร ได้สะท้อนมุมมองอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งว่า บทเรียนและสิ่งที่ประเทศไทยควรเรียนรู้จากความสำเร็จของจีนในปัจจุบันนั้น แท้จริงแล้วไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานด้านการมีจำนวนประชากรที่มากเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญที่นำพาจีนมาถึงจุดนี้คือ การที่ประเทศมีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจน มีการวางแผนยุทธศาสตร์ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายสิบปี ควบคู่ไปกับการรักษาความต่อเนื่องของนโยบายบริหารประเทศที่นโยบายสำคัญๆ จะถูกขับเคลื่อนอย่างจริงจังไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใด ประกอบกับการทุ่มเทลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างมหาศาล ทั้งในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง และที่สำคัญที่สุดคือการที่ผู้นำและประชาชนมีความกล้าหาญที่จะปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เมื่อบริบทของโลกเปลี่ยนไป จีนพร้อมที่จะเปลี่ยนตามเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ

จากภาพรวมของการบรรยายทั้งหมดสามารถสรุปได้ว่า ความแข็งแกร่งของจีนในวันนี้ไม่ได้มาจากต้นทุนแรงงานราคาถูกเหมือนในอดีต แต่มาจากการลงทุนด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และการพัฒนาคนอย่างต่อเนื่อง การเข้าใจประเทศจีนในปัจจุบันจำเป็นต้องมองผ่านมิติของนวัตกรรม เศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาคุณภาพการผลิตที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่แสดงให้เห็นว่าการปรับตัวและการวางแผนระยะยาวคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ สำหรับผู้ประกอบการและนักธุรกิจไทยในปัจจุบัน สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่การตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวต่อการเข้ามาของทุนจีน แต่คือการทำความเข้าใจจีนอย่างลึกซึ้ง เรียนรู้จากความสำเร็จของจีน และปรับเปลี่ยนมุมมองโดยไม่ควรมองจีนเพียงในฐานะคู่แข่ง แต่ควรมองจีนเป็นทั้งตลาดขนาดใหญ่ แหล่งเทคโนโลยีชั้นนำ และพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญ เพื่อที่จะร่วมมือกันแสวงหาช่องทางและโอกาสในการขับเคลื่อนธุรกิจให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของจีนในอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...