โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ปิดถนนทวงแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด

INN News

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 19.25 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ม็อบโคนมบุกทำเนียบ! ปิดถนนทวงรัฐแก้วิกฤตน้ำนมล้นตลาด รมต.พรรคเพื่อไทย รุดเจรจารับหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายหลังจากได้รับคำตอบ

ที่หน้าสำนักงาน ก.พ. (เดิม) ตรงข้ามประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร กลุ่มชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด นำโดย นายสุบิน ป้อมโอชา ประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด พร้อมประธานสหกรณ์โคนม 60 แห่งทั่วประเทศ และตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกว่า 10,000 ครอบครัว เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อสะท้อนความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมทั่วประเทศ

นายสุบิน กล่าวว่า วิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเปิดเสรีการนำเข้านมผงภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-นิวซีแลนด์ (TNZCEP) และไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ส่งผลให้การนำเข้านมผงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ประกอบการบางส่วนลดการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ ราคาน้ำนมตกต่ำ สหกรณ์ขาดสภาพคล่อง และมีภาระหนี้สินทั้งต่อสมาชิกและสถาบันการเงิน กระทบต่ออาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานที่ได้รับการส่งเสริมมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ ชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ได้ยื่นข้อเสนอ 4 ประการ ได้แก่ ขอชะลอการพิจารณานำเข้านมผงขาดมันเนย งวดที่ 2 ประจำปี 2569 จนกว่าจะรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรไทยครบถ้วน พร้อมเร่งจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) รับซื้อน้ำนมดิบปี 2569/2570 ขอขยายโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และเพิ่มวันดื่มนมเป็น 365 วันต่อปี ขอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาการค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกร และขอปรับปรุงหลักเกณฑ์การแสดงฉลากผลิตภัณฑ์นม โดยแยกผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมโคสดออกจากผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากนมผงนำเข้า เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง

ต่อมาเวลา 09.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้ลงบนผิวการจราจรถนนพิษณุโลกบริเวณหน้าประตู 4 ทำเนียบรัฐบาล ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอำนวยความสะดวกด้านการจราจรตั้งแต่แยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ถึงแยกสวนมิสกวัน โดยรถที่สัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวต้องหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น

จากนั้นผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมายังบริเวณประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรอการยื่นหนังสือต่อผู้แทนนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าจะยื่นหนังสือเฉพาะต่อนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเท่านั้น โดยไม่ยื่นต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยยื่นหนังสือหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

เวลา 10.00 น. นายพันศักดิ์ เจริญ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล พร้อมนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ด้านการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ เชิญตัวแทนผู้ชุมนุมจากแต่ละภาค จำนวน 6 คน พร้อมผู้แทนจากองค์การอาหารและยา (อย.) กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าหารือนอกรอบภายในทำเนียบรัฐบาล บริเวณประตู 5 เพื่อทำความเข้าใจข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม

กระทั่งเวลา 10.30 น. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นผู้แทนรับหนังสือจากกลุ่มผู้ชุมนุม

นายวัชระพลกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและรับทราบปัญหาแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อน พร้อมกล่าวว่า “ใจแลกใจ” และขอให้เกษตรกรมั่นใจว่ารัฐบาลจะเร่งดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะตรวจสอบข้อมูลและตัวเลขตามข้อเรียกร้องให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือที่เหมาะสม

ภายหลังการรับหนังสือ กลุ่มผู้ชุมนุมรับทราบคำชี้แจง ก่อนแยกย้ายเดินทางกลับ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพิจารณาและดำเนินการตามข้อเสนอทั้ง 4 ประการ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รักษาอาชีพการเลี้ยงโคนม และสร้างความมั่นคงด้านอาหารของประเทศในระยะยาว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...