ธปท. ชี้ยังเร็วไปที่จะประเมิน GDP เหตุช่องแคบฮอร์มุซ ยันบาทอ่อนไม่น่าห่วง
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ เปิดเผยว่า ธปท. ได้ให้ความเห็นต่อสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในแถบตะวันออกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง โดยระบุว่าหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ทั้งนี้ ธปท. ประเมินเบื้องต้นว่า หากความขัดแย้งเป็นเพียงระยะสั้น และสามารถกลับสู่ภาวะสงบได้ในเวลาไม่นาน จะไม่ส่งผลให้ต้องปรับเปลี่ยนการคาดการณ์เศรษฐกิจในภาพรวม
อย่างไรก็ตาม ธปท. ยอมรับว่าจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากสถานการณ์ลุกลามจนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงและยืดเยื้อ
จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจกระทบต่อทั้งอัตราเงินเฟ้อ และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทย อย่างไรก็ตามในขณะนี้ ธปท. ยังไม่ได้แสดงความกังวลจนเกินไป โดยมองว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งและการประกาศเก็บค่าผ่านทางร้อยละ 20.ที่เพิ่งปรากฏเป็นข่าวนั้นเป็นเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียง 2-3 วัน
จึงยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบที่ชัดเจนต่อตัวเลขการส่งออกและ GDP ในไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ โดยจำเป็นต้องรอความชัดเจนจากสถานการณ์และข้อสรุปที่แน่ชัดก่อน
สำหรับประเด็นเสถียรภาพค่าเงินบาท และการเคลื่อนย้ายเงินทุนนั้น ธปท. ยืนยันว่ายังไม่มีความกังวลเป็นพิเศษ โดยสถานการณ์ปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณร้อยละ 5-6 ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค โดยมีหลายประเทศที่มีค่าเงินอ่อนค่ามากกว่าหรือน้อยกว่าเงินบาทไทย
ซึ่งถือว่าอยู่ในสถานการณ์ปกติ พร้อมทั้งระบุว่าระดับการอ่อนค่าในปัจจุบันยังถือเป็นปัจจัยที่สามารถช่วยสนับสนุนภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทยได้ดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง