โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทะเลอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เวลา 60 วันสำหรับเจรจาข้อตกลงถาวร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน พร้อมเริ่มนับกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสู่ข้อตกลงถาวร นอกจากนี้ สหรัฐฯยังได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน และเปิดทางให้เรือกลับมาเดินทางได้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ ที่กลับมาเปิดใช้งานได้

สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน พร้อมเริ่มนับกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสู่ข้อตกลงถาวร นอกจากนี้ สหรัฐฯยังได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน และเปิดทางให้เรือกลับมาเดินทางได้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ ที่กลับมาเปิดใช้งานได้

สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของกระบวนการสันติภาพ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็นโอยู เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน

เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ระยะเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเริ่มนับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะพยายามเจรจารายละเอียดที่ซับซ้อนเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงถาวร

นอกจากนี้ แวนซ์ยังได้ตอบโต้เสียงวิจารณ์จากนักการเมืองอิสราเอลที่ไม่พอใจกับข้อตกลงดังกล่าว โดยย้ำว่า ทรัมป์เป็นผู้นำโลกที่สนับสนุนอิสราเอลมากที่สุดในเวลานี้

เขาระบุว่า อิสราเอลควรเคารพกระบวนการสันติภาพกับอิหร่าน และกล่าวว่าการโจมตีในกรุงเบรุตของเลบานอน ที่ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้"

แวนซ์ เปิดเผยว่า การเจรจาทางเทคนิคระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดเริ่มต้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หากคณะผู้แทนอิหร่านสามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้

เขาระบุด้วยว่า ตนเองจะเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของสหรัฐฯ ในการหารือรอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นที่บือร์เกนสต็อก รีสอร์ท (Bürgenstock Resort) ในสวิตเซอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากยังสงสัยว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ได้ภายในกรอบเวลา 60 วันหรือไม่ เนื่องจากประเด็นสำคัญหลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไขและถูกเลื่อนไปเจรจาในรอบถัดไป

ด้านทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ คาดหวังให้เกิด "การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ" ไม่เพียงแต่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่รวมถึงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับฮิซบอลเลาะห์, เลบานอนและอิสราเอลด้วย

เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในตะวันออกกลางสนับสนุนกระบวนการเจรจาและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลว

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยเรือทุกลำสามารถเข้าและออกท่าเรืออิหร่านได้อีกครั้ง

แม้จะยุติการปิดล้อม แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน เพื่อเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง

ตามเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมอย่างสมบูรณ์ภายใน 30 วัน และจะทยอยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบอิหร่านหลังจากมีข้อตกลงฉบับสุดท้าย

ข้อตกลงฉบับดังกล่าวกำหนดให้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันทีด้วย

อิหร่านตกลงที่จะอำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานได้โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน เพื่อฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูการเดินเรือให้กลับสู่ภาวะปกติอาจต้องใช้เวลาถึง 30 วัน เนื่องจากยังต้องดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและขจัดอุปสรรคทางทหารที่หลงเหลืออยู่

ส่วนโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยว่า เขาได้อนุมัติบันทึกความเข้าใจดังกล่าวที่ลงโดยประธานาธิบดีอิหร่านและสหรัฐฯแล้ว แม้จะมีมุมมองที่แตกต่างในบางประเด็น

เขาระบุว่า ตัดสินใจให้การรับรองหลังได้รับคำยืนยันจากประธานาธิบดีเปเซชเคียนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า สิทธิและผลประโยชน์ของอิหร่าน รวมถึงกลุ่มพันธมิตรที่อิหร่านสนับสนุนในภูมิภาค จะได้รับการคุ้มครอง

นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ในอนาคตไม่ได้หมายความว่าอิหร่านจะยอมรับจุดยืนของฝ่ายตรงข้าม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...