โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตกำลังจะมา

ไทยโพสต์

อัพเดต 20 พฤษภาคม 2569 เวลา 3.43 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ถูกแล้วครับ รัฐบาลอย่าไปยุ่งเรื่องถ่ายทอดสดฟรีฟุตบอลโลกเลย

ปล่อยเอกชนเขาทำดีกว่า

และไม่เฉพาะครั้งนี้

ให้ถือเป็นบรรทัดฐานเลยครับว่าการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหลังจากนี้ ไม่ใช่งานของรัฐบาล

งบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ ๑,๓๐๐ ล้านบาท ดูยังไงก็ไม่คุ้ม สู้เอาไปทำอย่างอื่นดีกว่า

อีกอย่างเศรษฐกิจประเทศไทย เศรษฐกิจโลก ไม่ได้อยู่ในภาวะปกติ ฉะนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า

คิดว่าคอบอลจะเข้าใจ

ส่วนพวกผีพนันเขามีช่องทางธรรมชาติที่สามารถหาดูได้อยู่แล้ว

อีกอย่างเวลาถ่ายทอดสดไม่เอื้อให้คนอีกซีกโลกหนึ่งได้ดูสักเท่าไหร่

ฉะนั้นเก็บไว้เงิน ๑,๓๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเอาไปคิดทำโครงการช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ทั่วประเทศ จะสมเหตุสมผลมากกว่า

ครับ…วานนี้ (๑๙ พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส ฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน" ออกแบบมาเพื่อคน ๔๓ ล้านคน

จากการแถลงข่าวของ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” และทีมงาน สรุปได้ดังนี้

โครงการไทยช่วยไทยพลัส ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพประชาชนและรักษาไม่ให้กำลังซื้อลดลงมากเกินไป

รัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชนกว่า ๔๓ ล้านคน

เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเป็นระยะเวลา ๔ เดือน

ตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ เป็นงบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินรวมกว่า ๑.๗ แสนล้านบาท

การช่วยเหลือแบ่งเป็น ๓ กลุ่ม

๑.ช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจำนวนประมาณ ๑๓.๒ ล้านคน รัฐจะให้เงินเพิ่มอีกเดือนละ ๗๐๐ บาท จากเดิมได้ ๓๐๐ รวมเป็น ๑ พันบาท เป็นเวลา ๔ เดือน

๒.ช่วยเหลือคนชั้นกลางและมนุษย์เงินเดือนที่ประสบปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น

กลุ่มนี้มี ๓๐ ล้านคน โดยใช้หลักการรัฐช่วยจ่าย ๖๐% และประชาชนจ่ายเอง ๔๐% โครงการ ๖๐/๔๐ นี้ ไม่ใช่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเดิม

แต่เป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน โดยกำหนดเกณฑ์อายุผู้เข้าร่วมตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปตามเกณฑ์ตลาดแรงงาน

มีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขร้านค้าที่เข้าร่วม โดยจะไม่รวมร้านในภาคบริการ เช่น ร้านทำผม ร้านนวด หรือสปา เพื่อให้เงิน ๑ พันบาท ในแต่ละเดือนถูกนำไปใช้ซื้อสินค้าที่จำเป็นอย่างแท้จริง

และมีเงื่อนไขว่าเงินช่วยเหลือ ๑ พันบาทในแต่ละเดือนจะต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถสะสมไปใช้ในเดือนถัดไปได้

เพื่อให้เกิดผลในการบรรเทาภาระตามช่วงเวลาที่กำหนด

โครงการนี้มีระยะเวลา ๔ เดือนเช่นกัน

ประชาชนทั่วไปสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ ๒๕-๒๙ พฤษภาคม

ส่วนประชาชนรายเดิมที่เคยร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถกดยืนยันสิทธิ์และจะทราบผลทันทีภายในวันที่ ๒๕-๒๙ พ.ค. ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๒๒.๐๐ น.

รายใหม่ต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองประมาณ ๓ วัน ฉะนั้นใจร่มๆ

๓.การช่วยต่อลมหายใจให้ร้านค้าและธุรกิจรายย่อยทั่วประเทศ โดยเน้นการเติมสภาพคล่องและเติมสายป่านให้ผู้ขายรายเล็กสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ทำไมต้อง ๔ เดือน!

ไม่มีอะไรพิสดาร ก็ล้อไปตามปีงบประมาณแผ่นดินครับ

๓๐ กันยายนคือวันสิ้นปีงบประมาณ

ทำไมต้องมีโครงการนี้

“เอกนิติ” อธิบายว่า…

"…สถานการณ์ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่ระลอกที่สองคือวิกฤตต้นทุน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเฉพาะอย่างเกษตรกรและผู้ขับรถขนส่งไปแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายนที่ผ่านมา

แต่ในขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่ระลอกที่สามคือ วิกฤตของแพง โดยตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ ๒.๙% และมีโอกาสจะสูงขึ้นอีก

หากไม่ดำเนินการแก้ไขจะนำไปสู่ระลอกต่อไป นั่นคือวิกฤตกำลังซื้อ ซึ่งจะกระทบต่อผู้มีรายได้น้อยและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีเงินออมสะสม จนอาจนำไปสู่การปิดตัวของธุรกิจ การตกงาน และเศรษฐกิจซึมยาว

หากรัฐบาลไม่สามารถรับมือกับวิกฤตของแพงได้ หรือหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปโดยไม่ทำอะไรเลย อัตราเงินเฟ้ออาจจะพุ่งสูงขึ้นไปถึง ๕% ได้ ซึ่งตัวเลขเงินเฟ้อที่อาจขึ้นไปถึงระดับ ๕% นั้น เป็นภาพสะท้อนของภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก

และหากไม่สามารถประคองสถานการณ์ไว้ได้จะนำไปสู่วิกฤตกำลังซื้อที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยต้องปิดตัวลงและส่งผลให้เกิดปัญหาคนตกงานตามมา…"

ฟังดูก็มีเหตุผล เป็นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วมาตามแก้ทีหลัง

แต่ขณะนี้ พ.ร.ก.กู้เงินอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หากศาลวินิจฉัยว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน รัฐบาลจะทำอย่างไร

มีหลายแนวทางครับ

ยื่นเข้าสภาใหม่เป็นพระราชบัญญัติกู้เงิน

หรือหางบประมาณจากแหล่งอื่นมาทดแทน

รวมทั้งลดขนาดโครงการลง

แต่ที่จะล่อแหลมกว่าคือความรับผิดชอบทางการเมือง

จะมีการนำไปเป็นเงื่อนไขโจมตีรัฐบาลว่าจงใจกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายค้านสามารถนำไปเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้

ครับ…นี่คือเส้นทางของเงินกู้ ๔ แสนล้านบาท ที่รัฐบาลกับฝ่ายค้านมองคนละมุม

ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในวิกฤตหรือไม่

มีปัญหาต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนหรือไม่

ต้องช่วยปัญหาค่าครองชีพประชาชนหรือไม่

ต้องกู้เงินหรือเปล่า

ป้องกันกับแก้ไขอะไรดีกว่ากัน

สามัญสำนึกผู้คนทั่วไปคงแยกแยะออกครับ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...