แค่ “สยามสงกรานต์” ไม่พอ! One Asia เบนเข็มรันต่อ Tomorrowland ปักหมุดอินฟราฯ ดนตรีโลกในไทย
มิวสิคเฟสติวัลพลิกโฉมจากงานบันเทิงสู่ "Creative Economy Infrastructure" เครื่องมือปั๊มรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของโลก ตลาดไทยโตรับสัดส่วนตั๋ว VIP พุ่ง ด้านนักท่องเที่ยวต่างชาติสายเฟสติวัลเตรียมทุ่มเม็ดเงินใช้จ่ายสะพัดในระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยกว่า 3,400 ล้าน One Asia Ventures ประกาศแผนธุรกิจปี 2026 เรียนรู้ Global Best Practices จากงาน Sold Out สู่เมกะโปรเจกต์ระดับโลกในไทยร่วมกับ Tomorrowland
18 พฤษภาคม 2569 กระแส “Festival Economy” และ “Experience Economy” กำลังกลายเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่เป็นกลุ่ม Gen Z และ Millennials ซึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยหันมาให้ความสำคัญและมองหา “ประสบการณ์ที่น่าจดจำ” มากกว่าการบริโภคสินค้าหรือสิ่งของแบบเดิมๆ
การเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมนี้ ส่งผลให้อุตสาหกรรมมิวสิคเฟสติวัล (Music Festival) ทั่วโลกไม่ได้เป็นเพียงแค่งานเพื่อความบันเทิงในรูปแบบเดิมอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับกลายเป็น Experience Destination หรือจุดหมายปลายทางแห่งประสบการณ์ที่หลอมรวมดนตรี ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และการสร้างคอนเทนต์บนโลกโซเชียล (Social Content) เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นเนื้อเดียว
ในระดับสากล หลายๆ ประเทศได้ใช้เทศกาลดนตรีเป็นเครื่องมือสำคัญทางเศรษฐกิจเพื่อสร้างมูลค่าและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลดนตรี Tomorrowland ในประเทศเบลเยียม, Coachella ในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ Fuji Rock ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งงานเหล่านี้ล้วนพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างรายได้มหาศาล ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การลงทุน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
สงกรานต์ 2026 เม็ดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน
สำหรับประเทศไทย ภาพรวมของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเทศกาลในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะสามารถสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมได้มากกว่า 30,350 ล้านบาท โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามายังประเทศไทยมากกว่า 500,000 คนในช่วงเวลาดังกล่าว
หากวิเคราะห์เฉพาะเจาะจงลงไปในกลุ่ม "Festival Economy" จะพบว่าภาพรวมการใช้จ่ายของกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติเฉพาะที่เดินทางเข้ามาพำนักและร่วมงานเทศกาลดนตรีในช่วงสงกรานต์นี้ อาจมีมูลค่าสูงกว่า 3,400 ล้านบาท เลยทีเดียว ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนของเทศกาลดนตรีที่แข็งแกร่งและมีผลกระทบเชิงบวกในลักษณะเป็นระบบนิเวศ เชื่อมโยงไปสู่ธุรกิจข้างเคียงโดยรอบอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร การเดินทาง ระบบขนส่ง รวมถึงร้านค้าและธุรกิจชุมชนในพื้นที่จัดงาน ตลอดจนช่วยขยายระยะเวลาในการพำนักและท่องเที่ยวของชาวต่างชาติให้ยาวนานยิ่งขึ้น
One Asia Ventures สบช่องดึงดีมานด์ ปั้น Siam Songkran กวาดรายได้ 300 ล้าน
จากปัจจัยบวกทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของภาคเอกชนไทยอย่าง บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด (One Asia Ventures) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดงาน Siam Songkran Music Festival 2026 สามารถทำยอดจำหน่ายบัตรได้หมดเกลี้ยง (Sold Out) รวมทั้งสิ้นมากกว่า 92,000 ใบ ภายในระยะเวลาจัดงานเพียง 4 วัน และคาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดภายในงานได้สูงกว่า 300 ล้านบาท
นายรชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางและมุมมองเชิงธุรกิจของบริษัทที่สอดรับกับเทรนด์โลกในปัจจุบัน
“วันนี้ Music Festival ไม่ได้เป็นแค่งานบันเทิงอีกต่อไป แต่มันคือส่วนหนึ่งของ Experience Economy และ Creative Culture วันนี้คนไม่ได้มองหาแค่การเข้าร่วมงาน แต่เริ่มให้ความสำคัญกับคุณภาพของประสบการณ์มากขึ้น เราเห็นชัดจากการเติบโตของโซน Premium และ VIP ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดเฟสติวัลในไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ความเป็น mature market มากขึ้น” นายรชต กล่าว
ความสำเร็จในครั้งนี้มาจากการปรับกลยุทธ์และรีดีไซน์รูปแบบประสบการณ์ภายในงานอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มองเป็นเพียงการจัดงานคอนเสิร์ตทั่วไป แต่เป็นการนิยามใหม่ว่าประสบการณ์การท่องเที่ยวในวันหยุด (Holiday Experience) ของคนรุ่นใหม่ควรจะเป็นอย่างไร ผ่านการนำเอาดนตรี วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และพลังขับเคลื่อนของเมืองมาผสมผสานร่วมกัน
“One Asia Ventures ไม่ได้ต้องการแค่จัดงานให้ใหญ่ขึ้น แต่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทศกาลดนตรีของภูมิภาค ผ่าน ecosystem ที่เชื่อมดนตรี การท่องเที่ยว และความร่วมมือระดับโลกเข้าด้วยกัน” นายรชต กล่าวเพิ่ม
ยกระดับสู่ Global Best Practices และก้าวสำคัญกับพันธมิตรระดับโลก "Tomorrowland"
ในการยกระดับโครงสร้างธุรกิจเพื่อรองรับกลุ่มผู้ฟังระดับนานาชาติ บริษัทได้นำแนวทางมาตรฐานระดับสากล ของเทศกาลดนตรีระดับโลกเข้ามาปรับใช้ ทั้งในส่วนของระบบการจัดงาน มาตรฐานความปลอดภัย และระบบการบริหารจัดการฝูงชนจำนวนมาก
นอกจากนี้ แผนธุรกิจของ One Asia Ventures ยังมุ่งเน้นการขยายความร่วมมือกับเครือข่ายความบันเทิงระดับโลก โดยก้าวสำคัญในปีนี้คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมในโครงการและความร่วมมือภายใต้ระบบนิเวศทางธุรกิจของ Tomorrowland ในประเทศไทย โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ร่วมผลักดัน ซึ่งถือเป็นโครงการเทศกาลดนตรีระดับโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศ
“การที่ Tomorrowland มองประเทศไทย สะท้อนว่าโลกเริ่มเห็นศักยภาพของไทยทั้งด้าน culture, tourism, hospitality และความสามารถในการรองรับงานขนาดใหญ่ ขณะเดียวกัน การมี Global Brands เข้ามา ไม่ได้ทำให้ตลาดเฟสติวัลไทยเล็กลง แต่จะช่วยขยายตลาดโดยรวม และทำให้คนทั่วโลกหันมามองประเทศไทยมากขึ้น” นายรชต ระบุ
การเดินเกมธุรกิจร่วมกับแบรนด์ระดับโลกในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความพร้อมและศักยภาพของบุคลากรไทยในการก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญบนเวทีอุตสาหกรรมเทศกาลดนตรีระดับสากล (Festival Industry)
หากประเทศไทยได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทศกาลอย่างครบวงจร ทั้งในเรื่องของสถานที่จัดงานที่มีมาตรฐาน ระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่ง ความปลอดภัย การเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ตลอดจนได้รับการสนับสนุนการจัดอีเวนต์ระดับโลกอย่างเป็นระบบ ประเทศไทยก็มีศักยภาพและความพร้อมอย่างเต็มที่ในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน Global Festival Destinations ของโลก ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ต่อยอดจาก "Event" ไปสู่ "Creative Economy Infrastructure" หรือโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งออก Soft Power ของประเทศได้ในระยะยาว
สำหรับบริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2013 โดยเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นเอเจนซี่จัดหาศิลปินจากต่างประเทศ ก่อนจะขยายโมเดลธุรกิจเข้าสู่การเป็นผู้จัดงานเทศกาลดนตรีอย่างเต็มตัวในปี 2019 ปัจจุบันบริษัทมีประสบการณ์ในการจัดงานมิวสิคอีเวนต์ระดับนานาชาติมานานกว่า 10 ปี ผ่านความสำเร็จในการจัดงานรวมทั้งสิ้นกว่า 175 งาน ได้ร่วมงานกับศิลปินและดีเจชื่อดังระดับโลกมาแล้วมากกว่า 400 ราย และมียอดรวมผู้เข้าร่วมงานสะสมทั้งหมดกว่า 1,150,000 คน โดยมีพอร์ตโฟลิโอหลักคือการเป็นผู้จัดงาน Siam Songkran Music Festival และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศทางธุรกิจของ Tomorrowland ในประเทศไทย