โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รถไฟพุ่งชนรถเมล์: วินัยหย่อน หรือกับดักผังเมือง? รถไฟผ่าเมือง ระเบิดเวลาที่รอวันซ้ำรอย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุบัติเหตุ “รถไฟชนรถเมล์” ขณะรถเมล์จอดค่อมทางรถไฟ บริเวณจุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-ดินแดง (มักกะสัน) เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569

ทำให้สังคมตั้งคำถามทันทีว่านี่คือความประมาทของคนขับรถโดยสารประจำทาง? หรือคือวินัยที่หายไปจากถนนเมืองหลวง?

แต่ถ้าเราลองมองให้ลึกลงไปอีกชั้น คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่ว่าใครผิด แต่อาจเป็นว่าทำไมรถถึงไปติดอยู่ตรงจุดตัดทางรถไฟได้? และ ทำไมรถไฟถึงไม่สามารถชะลอหรือหยุดได้ทัน ทั้งที่เป็นจุดตัดกลางเมืองที่ทุกคนรู้ถึงความเสี่ยง

ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ให้สัมภาษณ์ TNN ONLINE โดยชี้ว่าการวิเคราะห์เหตุรถไฟชนรถเมล์ครั้งนี้ ต้องมองทั้ง พฤติกรรมผู้ขับขี่ และ การจัดการความปลอดภัยของทางรถไฟ ไปพร้อมกัน เพราะอุบัติเหตุใหญ่แบบนี้มักไม่เกิดจากความผิดพลาดเพียงจุดเดียว

ในกรณีรถเมล์ที่ปรากฏภาพว่าจอดทับหรือจอดค่อมทางรถไฟ นักวิชาการชี้ว่า ต้องพิจารณาสภาพแวดล้อมของพื้นที่โดยรอบ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่การจราจรติดขัดมาก โดยเฉพาะถนนกำแพงเพชร 7 ซึ่งรถสามารถเลี้ยวซ้ายผ่านได้ตลอด ส่งผลให้รถไหลมาเติมช่องจราจรอย่างต่อเนื่อง

โดยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอาจเป็นภาพที่หลายคนคุ้นเคยในเมืองใหญ่ รถเมล์ขยับตามรถคันหน้าเพื่อ “ผ่านไปให้พ้น แต่พอถึงจุดตัดทางรถไฟ กลับเจอสภาวะที่ว่าการจราจรด้านหน้าติดขัดกว่าที่ประเมินไว้ จะถอยก็ไม่ได้ จะขยับก็ไม่พอ และสุดท้าย รถทั้งคันจึงค้างอยู่บนทางรถไฟ

ศ.ดร.กัณวีร์ ตั้งข้อสังเกตว่า การจอดค่อมทางรถไฟในบางกรณีอาจไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่เป็นผลจากการจราจรที่แน่นจน “ขยับไม่ได้” จึงทำให้รถไปติดอยู่ในตำแหน่งอันตรายโดยไม่ทันตั้งตัว

รถไฟฝั่งตะวันออก…เส้นทางเศรษฐกิจที่ต้อง “ผ่าเมือง”

สิ่งที่ทำให้จุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-ดินแดง (มักกะสัน) อันตรายกว่าที่หลายคนคิด คือทางรถไฟบริเวณนี้อยู่บนแนว รถไฟสายตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่เชื่อมกรุงเทพฯ ไปยังพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออก

ปัญหาคือ รถไฟสายนี้ไม่ใช่แค่ “วิ่งผ่านชานเมือง” แต่เป็นรถไฟที่ต้อง วิ่งผ่าเมือง ผ่านพื้นที่ที่มีความหนาแน่นสูง มีรถยนต์ รถเมล์ และการจราจรสะสมตลอดวัน

เมื่อรถไฟต้องเดินทางผ่านเขตเมืองในระดับพื้นราบ (at-grade crossing) ความเสี่ยงจึงเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพราะถนนไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางสัญจร แต่กลายเป็น “พื้นที่ต่อสู้กันของเวลา” ระหว่างรถบนถนนกับรถไฟที่ไม่สามารถหยุดได้ในระยะสั้น

และในเมืองที่รถติดเป็นปกติ ความผิดพลาดเพียงไม่กี่วินาที อาจเพียงพอให้รถหนึ่งคัน “ค้าง” อยู่บนทางรถไฟ ก่อนที่รถไฟจะมาถึง

แม้ภาพในคลิปจะทำให้สังคมพุ่งเป้าไปที่ “รถเมล์จอดค่อมทางรถไฟ” ทันที แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า จำเป็นต้องตรวจสอบระบบฝั่งทางรถไฟอย่างจริงจังด้วย

โดยเฉพาะเรื่องสำคัญ เช่น การทำงานของไม้กั้นรถไฟ การโบกธงให้สัญญาณของเจ้าหน้าที่ ระบบแจ้งเตือน รมไปถึงการสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่จุดตัดกับผู้ควบคุมรถไฟ

เพราะในความเป็นจริง จุดตัดทางรถไฟในเมือง ไม่ใช่พื้นที่ที่ควรปล่อยให้โชคชะตาเป็นเกราะป้องกันชีวิต หากบริเวณนี้เคยมีเหตุรถจอดค่อมทางรถไฟเกิดขึ้นบ่อย สิ่งที่ต้องตอบให้ได้คือ…

เหตุใดครั้งนี้รถไฟจึงไม่ชะลอหรือหยุดได้ทัน และระบบความปลอดภัยที่ควรทำงาน กลับล้มเหลวตรงจุดไหน

คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “ใครทำผิด” แต่คือ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมสิ่งที่เคยป้องกันได้ จึงพลาดในวันที่ไม่ควรพลาดที่สุด

จุดตัดทางรถไฟกลางเมือง "ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง"

เมื่อพูดถึงความปลอดภัยของจุดตัดทางรถไฟ รศ.ดร.กัณวีร์ ระบุชัดว่า หากต้องการให้ปลอดภัยจริง แนวทางที่ดีที่สุดคือการทำให้ถนนกับทางรถไฟ “ไม่ต้องตัดกัน”

เช่น การยกระดับถนนข้ามทางรถไฟ หรือยกระดับทางรถไฟข้ามถนน เพราะตราบใดที่ถนนกับทางรถไฟยังตัดกันในระดับเดียวกัน ความเสี่ยงจะยังอยู่เสมอ และอุบัติเหตุยังพร้อมเกิดขึ้นได้ทุกวัน โดยเฉพาะในเมืองที่การจราจรหนาแน่นจนรถแทบไม่มีพื้นที่หายใจ

แต่เมื่อยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางออกจึงต้องทำควบคู่กัน ทั้งด้านโครงสร้างและการบริหารจัดการ เช่น
การกำหนดให้รถไฟลดความเร็วในเขตเมือง การจัดเจ้าหน้าที่ควบคุมจุดตัด และการจัดการให้พื้นที่บริเวณทางรถไฟ “ปลอดรถ” ก่อนปล่อยให้รถไฟผ่าน

วินัยของผู้ขับขี่ ยังสำคัญ แต่ไม่พอ

ในอีกด้านหนึ่ง ผู้จัดการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย AIT ฝากถึงประชาชนทั่วไปว่า ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องมีวินัยและต้องประเมินความเสี่ยงอยู่เสมอ เพราะการจอดทับหรือจอดค่อมทางรถไฟ คือการนำตัวเองไปอยู่ในพื้นที่อันตรายที่สุด

หากวันหนึ่งเกิดความผิดพลาดขึ้นกับการเดินรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณเตือน การควบคุม หรือความล่าช้าในการหยุดรถ รถที่อยู่บนทางรถไฟย่อมเสี่ยงถูกรถไฟชนทันที

เพราะรถไฟไม่ใช่รถยนต์มันไม่สามารถหยุดได้ทันใจ และเมื่อเกิดการชนขึ้นจริง “เวลาไม่กี่วินาที” ก็อาจส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนจำนวนมาก

ศ.ดร.กัณวีร์ ชี้ว่า เหตุรถไฟชนรถเมล์ครั้งนี้อาจไม่ใช่ความผิดของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นความผิดพลาดหลายจุดที่มาประกอบกัน ตั้งแต่การจราจรที่บีบให้รถติดค้างเป็นเวลานายไปจนถึงระบบควบคุมจุดตัดที่อาจไม่เข้มพอหรือการสื่อสารที่อาจผิดพลาดในช่วงวินาทีวิกฤต

และนี่คือเหตุผลที่จำเป็นต้องสืบสวนให้ชัดว่า “พลาดตรงไหนบ้าง” เพื่อแก้ไขให้ตรงจุด

อุบัติเหตุครั้งนี้กำลังบอกเราว่า ในเมืองที่รถติดจนถนนแทบไม่มีพื้นที่หายใจทางรถไฟไม่ควรถูกใช้เป็นพื้นที่จอดรอแม้เพียงไม่กี่วินาทีและความปลอดภัยไม่ควรถูกฝากไว้กับความเคยชินว่า“เดี๋ยวเขาก็คงหยุดให้เหมือนทุกครั้ง”

เพราะวันหนึ่ง ถ้าความผิดพลาดหลายจุดเกิดขึ้นพร้อมกันอีกครั้งมันจะไม่ใช่แค่ข่าวอุบัติเหตุ

แต่มันคือราคาที่เมืองทั้งเมืองต้องจ่ายด้วยชีวิตของคนธรรมดา

และนำไปสู้คำถามว่า “เราจะทำอย่างไรให้จุดตัดทางรถไฟกลางเมืองแบบนี้ไม่ต้องมีเหยื่อรายต่อไปอีก”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...