โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘สิงห์ เอสเตท’ ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 49 ล้านบาท โต 12 เท่า YoY หลัง ธุรกิจโรงแรมโตโดดเด่น

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘สิงห์ เอสเตท’ ประกาศกำไรสุทธิ Q1/69 ที่ 49 ล้านบาท โต 12 เท่า YoY หลัง ธุรกิจโรงแรมโตโดดเด่น

บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S ผู้พัฒนาและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 49 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 12 เท่า จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 3,263 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเปรียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทฯ ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2% สู่ระดับ 1,371 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มเป็น 42% จาก 40% ในปีก่อน ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 935 ล้านบาท โดยมีอัตราการทำกำไร หรือ EBITDA Margin เพิ่มขึ้นเป็น 28.7% จาก 27.8% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

ชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัวและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยกดดันการดำเนินธุรกิจ แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าด้วยกลยุทธ์ที่เน้นสร้างฐานกำไรจากธุรกิจรายได้ต่อเนื่อง มุ่งสร้างการเติบโตร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ ควบคู่การบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยโครงสร้างธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ยังช่วยเสริมเสถียรภาพการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ของกลุ่มธุรกิจโรงแรมยังเติบโตโดดเด่น โดยโรงแรมในประเทศไทยและมัลดีฟส์รักษาอัตราการเข้าพักสูงที่ 87% และ 89% ตามลำดับ

พร้อมปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อคืน (ADR) ขึ้น 9% สู่ระดับ 13,951 บาท และ 18% สู่ระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ RevPAR เติบโต 8% สู่ระดับ 12,075 บาท และ 17% สู่ระดับ 473 ดอลลาร์สหรัฐ ตามลำดับ ซึ่งนับเป็นสถิติ RevPAR สูงสุดใหม่ของไตรมาส 1 ในทั้งสองประเทศ ขณะที่ RevPAR เฉลี่ยทั้งพอร์ตเพิ่มขึ้นราว 3% มาอยู่ที่ระดับ 4,866 บาท สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดที่สามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่ายังคงมีทิศทางเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1 จากการทยอยเข้าใช้พื้นที่ของผู้เช่ารายใหญ่ ส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยของอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ เพิ่มขึ้นเป็น 90% จาก 85% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่อาคารเอส โอเอซิส ปรับเพิ่มเป็น 52% จาก 47%

นอกจากนี้ อาคารเอส โอเอซิส ยังสามารถปิดดีลผู้เช่ารายใหญ่เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2 พร้อมดันอัตราการเช่าถึง 60% เป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมการเติบโตของรายได้ของธุรกิจอาคารสำนักงานในปีนี้

ขณะที่ธุรกิจที่พักอาศัยมีแรงขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาส 1 จากโครงการภายใต้แบรนด์สริน ณอน และคอนโด ดิ เอ็กซ์โทร พญาไท-รางน้ำ ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับที่ดีและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่โครงการ วันริเวอร์ พระราม 3 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ล่าสุด ณ เดือนเมษายนที่ผ่านมา เหลือห้องรอการขายเพียง 1 ห้องสุดท้าย สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อศักยภาพโครงการและทำเล โดยปัจจุบันการก่อสร้างคืบหน้ากว่า 40% และคาดว่าจะทยอยส่งมอบโครงการได้ภายในปี 2570

ด้านธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน ในไตรมาส 1 ปีนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามซื้อขายที่ดินเพิ่มเติม 13 ไร่ ให้แก่ บริษัท โอเรียนทอล ยูหง จำกัด และได้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อยแล้วในเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ จะทยอยรับรู้รายได้จากรายการดังกล่าวในไตรมาส 2 ปี 2569 ต่อไป

“สำหรับช่วงที่เหลือของปี 2569 นอกเหนือจากความสามารถในการทำรายได้และกำไรจากธุรกิจต่อเนื่องอย่างธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานที่สร้างฐานกำไรที่แข็งแกร่งให้บริษัทแล้ว บริษัทยังมีปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรายได้และกำไรอย่างมีนัยสำคัญ จากรายได้จากการขายที่ดินในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมเอส อ่างทอง ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักยภาพที่มีความพร้อมในระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ สอดรับกับแนวโน้มการลงทุนจากต่างชาติในภาคอุตสาหกรรมที่ดีต่อเนื่อง โดยบริษัทอยู่ในระหว่างการเจรจาขายพื้นที่ให้กับนักลงทุนรายใหญ่หลายราย และคาดว่าจะมีความชัดเจนเพิ่มเติมในระยะถัดไป” ชัยรัตน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...