โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สร.รฟท. แถลง เหตุรถไฟชนกัน กรณีใบขับขี่-ระยะทางการเบรกของรถไฟก่อนเกิดเหตุ

TOJO NEWS

อัพเดต 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 4.46 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Admin_Tojo

สร.รฟท. แถลงโต้! พนักงานรถไฟมีใบขับขี่ แต่อยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ และการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 โดยระบุว่า

ตามที่เกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ กรณีขบวนรถสินค้าที่ 2126 ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน โดยในส่วนของข้อเท็จจริงและสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มีบางประเด็นที่เป็นข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงสหภาพแรงงานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบดังนี้

ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางรางได้มีการให้ข่าว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ต่อสื่อมวลชน อย่างไรก็ดีโดยระบุในทำนองว่า “พนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และได้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าว โดยขาดการอธิบายบริบทและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน ได้สร้างความสับสนต่อระบบการทำงานของพนักงานขับรถไฟและทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดไปอย่างกว้างขวางว่า พนักงานขับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาตหรือขาดคุณสมบัติในการขับรถไฟอย่างผิดกฎหมาย

สร.รฟท. ในฐานะตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานการรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีการทำงานและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ดังนี้:

๑.กรณีที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ขบวนรถต้องใส่ห้ามล้อก่อนถึงจุดที่หยุดระยะ 2 กิโลเมตร นั้น ไม่ถูกต้อง การจะหยุดขบวนรถได้อย่างมีประสิทธิภาพจะประกอบด้วย ความสมบูรณ์ของรถจักร อัตราหน่วยลากจูงของขบวนรถ วันดังกล่าวขบวนรถมีหน่วยลากจูง ๕๗๘ หน่วย ความเร็วไม่เกินพิกัด ๔๐ กม./ชม. ระยะทางสามารถหยุดขบวนรถได้ตามปกติประมาณ ๒๐๐ เมตร ไม่ใช่ ๒ กิโลเมตร

๒.ก่อนที่จะมีการตราพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 บังคับใช้นั้น พนักงานขับรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกคน ได้รับการกลั่นกรอง การฝึกอบรม การทดสอบ และการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย เป็นไปตามข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 3.1 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 25 (3) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 บุคลากรทุกคนจึงผ่านกระบวนการคัดกรองที่มีมาตรฐานและมีกฎหมายรองรับสถานะการทำงานมาโดยตลอดโดย ฐานอำนาจและมาตรฐานเดิมในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง

๓.แม้ว่าพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้บัญญัติรองรับและคุ้มครองสิทธิของพนักงานขับรถไฟเดิมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้พลางก่อนในระหว่างช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใบอนุญาตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสูญญากาศและกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะเป็นการคุ้มครองสิทธิตามบทเฉพาะกาล มาตรา 156

๔.ในปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อกฎหมายใหม่ แต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 156 อย่างต่อเนื่อง โดยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้วจำนวนทั้งสิ้น 951 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ การรถไฟฯ ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่มาแล้วจำนวนเพียง 208 ราย และหากให้เป็นไปตามความเห็นของอธิบดีการขนส่งทางราง พนักงานขับรถอีก 743 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องหยุดขบวนรถ 743 ขบวน ทั้งนี้ในความเป็นจริงพนักงานขับรถไฟที่เหลือรวมถึงพนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุได้ทำหน้าที่ขับรถไฟมานานก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางหลายปีมาแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎข้อบังคับของการรถไฟฯ และกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่เป็น "ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาต" ตามที่กรมการขนส่งทางราง ได้สื่อให้สังคมรับรู้ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจคาดเคลื่อนได้

๕.ข้อเท็จจริงพนักงานขับรถไฟต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น ๑,๒๕๘ คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง ๙๕๑ คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ ซึ่ง สร.รฟท. และการรถไฟฯ ได้เรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตลอดมา ให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน และเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงาน ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักรที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน และเพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน สหภาพแรงงานฯได้ตระหนักและได้เรียกร้องให้มีเรื่องการปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดมาโดยตลอด

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...