โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ระทึกใกล้ทำเนียบขาว! หน่วยอารักขาสหรัฐฯ ยิงวิสามัญชายก่อเหตุ หลังเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ ดับ 1 เจ็บสาหัส 1 ราย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 พ.ค. เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. เวลา 01.13 น.

เกิดเหตุยิงปืนใกล้ทำเนียบขาวสหรัฐฯ หน่วยอารักขาเผยชายต้องสงสัยเดินเข้าจุดตรวจความปลอดภัยก่อนชักปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดการยิงตอบโต้จนผู้ก่อเหตุเสียชีวิต ขณะประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ถูกลูกหลงอาการวิกฤต ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ภายในทำเนียบขาวและปลอดภัย

วันที่ 24 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 07.30 น.ตามเวลาไทย สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หน่วยอารักขาสหรัฐฯ (Secret Service) เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยิงวิสามัญชายรายหนึ่ง หลังผู้ต้องสงสัยเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่บริเวณใกล้ทำเนียบขาว เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น

โฆษกหน่วยอารักขาสหรัฐฯ ระบุว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ก่อนเวลา 18.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ เล็กน้อย ชายคนดังกล่าวได้เดินเข้ามาใกล้จุดตรวจรักษาความปลอดภัยด้านนอกพื้นที่ทำเนียบขาว ก่อนเริ่มยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที

เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาจึงยิงตอบโต้ และกระสุนถูกผู้ต้องสงสัย โดยชายรายดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา

โฆษกยังระบุเพิ่มเติมว่า ระหว่างเกิดเหตุ มีประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวถูกกระสุนปืนได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันได้ชัดเจนว่า ผู้บาดเจ็บถูกยิงจากกระสุนชุดแรกของผู้ก่อเหตุ หรือจากการยิงตอบโต้ระหว่างทั้งสองฝ่าย

รายงานจากเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายระบุว่า ผู้บาดเจ็บที่เป็นประชาชนมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาสหรัฐฯ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งอยู่ภายในที่พักในทำเนียบขาวระหว่างเกิดเหตุ ก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ โดยเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์ได้รับรายงานสรุปสถานการณ์จากหน่วยอารักขาแล้ว

ผู้สื่อข่าว CNN รายงานว่า ได้ยินเสียงปืนดังต่อเนื่องคล้ายยิงหลายนัดบริเวณใกล้ทำเนียบขาว shortly after 18.00 น. ส่งผลให้มีการล็อกดาวน์พื้นที่สื่อมวลชนภายในทำเนียบขาวนานราว 40 นาที และหน่วยอารักขาเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างรวดเร็ว

เหตุยิงปืนเกิดขึ้นเกือบ 1 ชั่วโมง หลังทำเนียบขาวประกาศ “press lid” เมื่อเวลา 17.06 น. ซึ่งเป็นสัญญาณว่าสื่อมวลชนจะไม่มีโอกาสพบหรือทำข่าวประธานาธิบดีเพิ่มเติมในวันดังกล่าว ทำให้นักข่าวและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาวจำนวนมากทยอยออกจากพื้นที่ไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวที่ยังอยู่บริเวณสนามหญ้าด้านเหนือของทำเนียบขาว ถูกเจ้าหน้าที่รีบนำตัวเข้าไปยังห้องแถลงข่าว พร้อมสั่งให้อยู่ในที่กำบัง ขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาตะโกนว่า “หมอบลง” และ “มีการยิงปืน”

CNN ระบุว่า มีผู้สื่อข่าวราว 20 คน หลบอยู่ภายในห้องแถลงข่าวระหว่างการล็อกดาวน์ ทั้งช่างภาพ โปรดิวเซอร์ ผู้สื่อข่าวภาคสนาม และช่างภาพข่าว

หลังเกิดเหตุ ยังพบเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาที่ถือปืนไรเฟิลเดินลาดตระเวนบริเวณสนามหญ้าด้านเหนือ และปิดกั้นพื้นที่รอบห้องแถลงข่าวทำเนียบขาว ก่อนยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์หลังเวลา 18.45 น. เล็กน้อย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลหลายคน รวมถึง ซูซี ไวลส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว, สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ และรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ถูกบันทึกภาพขณะเดินทางออกจากทำเนียบขาวไม่นานก่อนเกิดเหตุ

รายงานยังระบุว่า ทรัมป์ยังคงอยู่ในกรุงวอชิงตันตลอดสุดสัปดาห์นี้ หลังยกเลิกแผนเดินทางไปสนามกอล์ฟของตนในรัฐนิวเจอร์ซีย์

ด้าน แคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า เจ้าหน้าที่ FBI ได้เข้าพื้นที่และกำลังสนับสนุนหน่วยอารักขาสหรัฐฯ ในการรับมือเหตุยิงปืนใกล้พื้นที่ทำเนียบขาว พร้อมระบุว่าจะอัปเดตข้อมูลต่อสาธารณะเมื่อสามารถดำเนินการได้

ขณะที่ เซลินา หวัง ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาวของ ABC News ได้โพสต์คลิปวิดีโอผ่าน X เผยช่วงเวลาที่เสียงปืนดังขึ้นระหว่างเธอกำลังบันทึกวิดีโออยู่บริเวณสนามหญ้าด้านเหนือของทำเนียบขาว ก่อนต้องรีบหมอบหลบกระสุนและวิ่งเข้าไปยังห้องแถลงข่าวตามคำสั่งเจ้าหน้าที่

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 เดือน หลังเคยมีเหตุยิงปืนระหว่างงานเลี้ยงสมาคมผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบขาว โดยในคดีดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยชื่อ โคล โทมัส อัลเลน วิ่งฝ่าจุดตรวจความปลอดภัยพร้อมปืนลูกซอง และยิงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่หน่วยอารักขาที่ไล่ติดตาม ก่อนถูกจับกุมในเวลาต่อมา

อัลเลนให้การปฏิเสธข้อหาพยายามลอบสังหารโดนัลด์ ทรัมป์ รวมถึงข้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว

อ้างอิง : cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...