ราเชน เอาจริง! ผนึกประธานหอการค้าฯ ทวงความเสมอภาคให้ นนทบุรี จี้ส่วนกลางส่งงบ 200 ล้านเชื่อมคอขวดไทรน้อย
วันนี้ นายราเชน ตระกูลเวียง กรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ได้นำคณะเดินทางลงพื้นที่รับฟังปัญหาและข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี โดยมี นายสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ อดีตกำนันตำบลขุนศรี ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมเปิดเผยข้อมูลการขาดแคลนงบประมาณสนับสนุนจากส่วนกลางในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน
นายราเชน ตระกูลเวียง เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นคนเติบโตในพื้นที่ อ.ไทรน้อย มองเห็นปัญหามาตั้งแต่เด็กว่า อ.ไทรน้อย เปรียบเสมือนพื้นที่ 'ไกลปืนเที่ยง' ห่างไกลจากสายตาผู้มีอำนาจ ทำให้การจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลกลางมาถึงพื้นที่ได้ยากและเป็นเหมือนปลายน้ำ
"วันนี้ผมในฐานะลูกหลานชาวไทรน้อย จะพยายามผลักดันงบประมาณลงมา ความจริงไม่ต้องได้มากกว่าพื้นที่อื่น ขอเพียงให้ได้รับการจัดสรรอย่างเสมอภาค เพราะผมเชื่อมั่นว่าจังหวัดนนทบุรีมีศักยภาพที่จะเจริญเติบโตไม่แพ้กรุงเทพมหานคร" นายราเชนระบุ
นายราเชน กล่าวเพิ่มเติมถึงสภาพปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ว่า เส้นทางเชื่อมต่อจาก อ.ไทรน้อย ไปจนถึงบริเวณโรงเบียร์ไฮเนเก้น ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสายตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ปัจจุบันเป็นเส้นทางหลักที่มีประชาชนใช้สัญจรอย่างหนาแน่น แม้จะมีการขยายพื้นผิวจราจรเป็น 4 เลนแล้วในบางส่วน แต่ยังมีช่วงคอขวดที่เหลือระยะทางอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ที่ยังคงเป็นถนน 2 เลน จึงจำเป็นต้องเร่งผลักดันงบประมาณมาดำเนินการเชื่อมต่อให้สมบูรณ์ เพื่อให้ความเจริญเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว
ด้าน นายสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี อดีตกำนันฯ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า ถนนสายดังกล่าวเมื่อ 20 ปีก่อนยังมีสภาพเป็นถนนลูกรัง ก่อนจะได้รับการพัฒนาเป็นถนนลาดยางโดยสำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท (รพช.) และปัจจุบันอยู่ในการดูแลของกรมทางหลวงชนบท
ที่ผ่านมาโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางจังหวัดมาดำเนินการขยายเป็น 4 เลน จำนวน 2 ช่วง ระยะทางรวม 2 กิโลเมตร ใช้งบประมาณไปแล้วราว 100 ล้านบาท แต่ยังเหลือระยะทางอีก 4 กิโลเมตร ที่ยังคงเป็น 2 ช่องจราจร ซึ่งประเมินว่าจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมอีกราว 200 ล้านบาท จึงขอฝากให้ทาง ส.ส. ราเชน ช่วยผลักดันงบประมาณจากส่วนกลางมาดำเนินการให้แล้วเสร็จตลอดสาย เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นสายหลักที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด
นายสุรสีห์ ยังได้สะท้อนถึงภาพรวมการจัดสรรงบประมาณของ จ.นนทบุรี ว่า แม้นนทบุรีจะเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญและขยายตัวสูง แต่กลับได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลกลางน้อยมาก โครงการพัฒนาต่างๆ ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพางบปกติและงบพัฒนาจังหวัด ซึ่งมีจำกัดเพียงปีละ 100 กว่าล้านบาทเท่านั้น
พร้อมยกตัวอย่าง โครงการก่อสร้างถนนของทางหลวงชนบท สาย นบ. 36 ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นการใช้งบพัฒนาจังหวัดนนทบุรี จำนวน 20 ล้านบาท
"เราอยากบอกว่าพื้นที่นนทบุรีเจริญ แต่งบประมาณจากรัฐบาลเราแทบไม่ได้เลย งานน้อยมาก เราได้แต่งบปกติและงบพัฒนาจังหวัด ซึ่งปีหนึ่งมีแค่ร้อยกว่าล้านบาท วันนี้จึงถือเป็นโอกาสดีที่ได้สะท้อนปัญหาและขอให้ท่าน ส.ส. ช่วยเป็นกระบอกเสียงผลักดันงบประมาณส่วนกลางให้มาถึงพื้นที่ เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับการเติบโตของเมืองต่อไป" ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี ระบุทิ้งท้าย
อ่านข่าวเพิ่มเติม