โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เศรษฐกิจไทย เดือนพ.ค. ส่งออกโต 23 เดือนติด จับตาสงคราม-น้ำมันแพง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินเศรษฐกิจไทยเดือนพฤษภาคม 2569 ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกที่ยังเติบโต แม้อัตราการขยายตัวเริ่มชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนยังมีสัญญาณบวกตามรายได้เกษตรกรที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป

นายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการกองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษก สศค. เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงการส่งออกสินค้าที่ยังเติบโตเป็นเดือนที่ 23 ติดต่อกัน แม้จะเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

บริโภคเอกชนโตกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน

สำหรับการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าคงทน สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งใหม่ที่เพิ่มขึ้น 15.2% และรถจักรยานยนต์เพิ่มขึ้น 2.9% สอดคล้องกับรายได้เกษตรกรที่แท้จริงซึ่งเพิ่มขึ้น 2.3%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมปรับลดลงมาอยู่ที่ 49.5 จาก 50.6 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับแรงกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบค่าครองชีพและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า

ด้านการลงทุนภาคเอกชนมีสัญญาณทรงตัว โดยการลงทุนในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ยังได้รับแรงหนุนจากการนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้น 19.6% แต่การลงทุนในภาคขนส่งและอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่ลดลง 14.7% และรายได้ภาษีจากธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 8.6%

ส่งออกโตต่อเนื่อง 23 เดือน ‘สหรัฐ-อาเซียน’ ตลาดหลัก

ในส่วนของภาคการค้าระหว่างประเทศ มูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนพฤษภาคม 2569 อยู่ที่ 34,333 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 10.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และถือเป็นการเติบโตต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 23 ติดต่อกัน โดยสินค้าส่งออกสำคัญที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เม็ดพลาสติก ผลไม้ และอาหารสัตว์เลี้ยง

“ตลาดส่งออกสำคัญของไทยยังเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา ซึ่งขยายตัวสูงถึง 33.5% ตามด้วยอาเซียน 29.7% สหภาพยุโรป 12.1% และญี่ปุ่น 11.7% ขณะที่ตลาดอินโดจีนและอินเดียยังหดตัว”

ท่องเที่ยวเครื่องยนต์หลัก ต่างชาติเข้าไทย 2.35 ล้านคน

ภาคการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจ โดยในเดือนพฤษภาคมมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 2.35 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนการท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 24.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.2%

ในด้านการผลิต ภาคอุตสาหกรรมยังต้องเฝ้าระวัง หลังดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงมาอยู่ที่ 84.7 จาก 85.3 ในเดือนก่อนหน้า จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศและต้นทุนการผลิตที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตอยู่ที่ 52.6 แม้จะลดลงเล็กน้อย แต่ยังอยู่เหนือระดับ 50 สะท้อนว่าภาคการผลิตยังอยู่ในภาวะขยายตัว

การคลังแกร่ง ทุนสำรองระหว่างประเทศ 2.87 ล้านดอลลาร์

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 2.79% เงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.92% ขณะที่หนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ 66.6% ต่อจีดีพี ซึ่งยังต่ำกว่ากรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกิน 70%

ขณะเดียวกัน ทุนสำรองระหว่างประเทศยังอยู่ในระดับสูงที่ 287,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนฐานะการเงินระหว่างประเทศที่แข็งแกร่งและสามารถรองรับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลกได้

“แม้เศรษฐกิจไทยยังมีแรงส่งจากการบริโภค การท่องเที่ยว และการส่งออก แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ความผันผวนของราคาพลังงานโลก รวมถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการผลิต และแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีอย่างใกล้ชิด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...