โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดร่างอีกฉบับ ‘ข้อตกลง 12 ข้อ’ สหรัฐ-อิหร่าน เผยแพร่โดยสื่ออิสราเอล และ New York Post

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ก่อนหน้านี้ สื่ออิหร่านได้เผยแพร่ “ร่างข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่าน 14 ข้อ” ที่ถูกอ้างว่าเป็นกรอบการเจรจาระหว่างทั้งสองประเทศ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักข่าว New York Post และสื่อ Channel 12 ของอิสราเอล ได้เปิดเผยรายละเอียดของ “ร่างข้อตกลงสหรัฐ-อิหร่าน 12 ข้อ” อีกฉบับ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น “เอกสารฉบับปรับปรุง” ที่จะใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อไป

รายละเอียดทั้ง 12 ข้อต่อไปนี้ ถูกเปิดเผยเป็นครั้งแรกโดยบารัก ราวิด ผู้สื่อข่าวของ Axios ซึ่งทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์ Channel 12 ของอิสราเอลด้วย โดยก่อนหน้านี้ เอกสารฉบับดังกล่าวเคยถูกอธิบายว่าเป็นข้อตกลง 14 ข้อมาก่อน ซึ่งรายละเอียด “ร่างข้อตกลงทั้ง 12 ข้อ” ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านมีดังนี้

1. อิหร่าน สหรัฐ และพันธมิตรของทั้งสองฝ่าย จะยุติการสู้รบทั่วภูมิภาค รวมถึงในเลบานอน

2. กรุงเตหะรานยืนยันคำมั่นอีกครั้งว่า จะไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์

3. สหรัฐ และอิหร่าน จะหารือเพื่อกำหนดแนวทางจัดการกับคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะของอิหร่าน

4. ทั้งสองฝ่ายจะเปิดการเจรจาเกี่ยวกับกิจกรรมการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมในอนาคต และความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

5. อิหร่านจะคงสถานะโครงการนิวเคลียร์ไว้ตาม “สภาพปัจจุบัน” ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว ระหว่างที่การเจรจายังคงดำเนินต่อไป

6. สหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล ชะลอการใช้มาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และงดส่งกำลังทหารเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาค

7. อิหร่านจะรับประกันความปลอดภัย และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำหรับเรือพาณิชย์โดยไม่เก็บค่าผ่านทาง เป็นเวลา 60 วัน

8. กรุงวอชิงตันจะปล่อยทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ “จำนวนหนึ่ง” (ยังไม่ระบุมูลค่า) ทันทีที่บันทึกความเข้าใจ (MOU) นี้มีผลบังคับใช้

9. หากสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายได้ภายหลังช่วงเจรจา 60 วัน สหรัฐจะถอนกำลังทหารออกจากภูมิภาคภายใน 30 วัน และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านทั้งหมด

10. ข้อตกลงดังกล่าวจะเปิดทางสู่การจัดตั้ง“กองทุนฟื้นฟูอิหร่าน” มูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ (เกือบ 10 ล้านล้านบาท)

11. สหรัฐจะอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันได้อีกครั้ง ผ่านการผ่อนผันมาตรการคว่ำบาตรเป็นการชั่วคราว

12. อิหร่าน โอมาน และประเทศสมาชิกอ่าวอาหรับ จะเจรจาเพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือใหม่ด้านการเดินเรือและความมั่นคงทางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย

ทั้งนี้ โอมาน และอิหร่าน ได้เริ่มหารือกันแล้ว เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยมีเป้าหมายที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับ “บริการ” ที่จัดให้แก่เรือที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ตามที่แหล่งข่าวระดับสูงในภูมิภาคเปิดเผยกับ The Post

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวยังไม่ได้ยืนยันรายละเอียดของข้อตกลงฉบับนี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า รายละเอียดทั้งหมดจะถูกเปิดเผยหลังพิธีลงนามซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ (19 มิ.ย.69) ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ภายใต้ข้อตกลงที่เสนอขึ้น อิหร่าน สหรัฐ และพันธมิตรของแต่ละฝ่ายจะต้อง “หยุดการสู้รบทั้งหมดในภูมิภาค” อย่างสิ้นเชิง โดยระบุชัดเจนว่า ครอบคลุมถึงเลบานอนด้วย ซึ่งปัจจุบันเป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างอิสราเอล (พันธมิตรของสหรัฐ) และกลุ่ม Hezbollah ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน

บันทึกความเข้าใจนี้ยังระบุให้อิหร่านย้ำคำมั่นว่า จะไม่พัฒนาหรือแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสาระสำคัญเดียวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ในยุครัฐบาลโอบามา ก่อนที่ทรัมป์จะถอนสหรัฐออกจากข้อตกลงดังกล่าวในปี 2018

อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ไม่ได้กำหนดข้อผูกพันใหม่หรือบังคับให้อิหร่านเปลี่ยนแปลงนโยบายใด ๆ เพียงแต่เปิดทางให้ทั้งสองฝ่ายหารือกันต่อในอนาคต

“สหรัฐและอิหร่านจะหารือเกี่ยวกับประเด็นการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และความต้องการด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน” ข้อความในเอกสารระบุ ตามรายงานของสื่ออิสราเอล Channel 12

ขณะเดียวกัน จะมีการคงไว้ซึ่ง “สถานะปัจจุบัน” ของโครงการนิวเคลียร์อิหร่านตลอดช่วงการเจรจา 60 วัน ซึ่งหมายความว่า อิหร่านยังสามารถยืนยันได้ในทางเทคนิคว่า ตนไม่ได้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์ของประเทศ แม้โครงการดังกล่าวจะถูกถ่วงความคืบหน้าไปหลายปี หลังจากสหรัฐโจมตีและทำลายสถานที่นิวเคลียร์สำคัญหลายแห่งในปฏิบัติการ “Operation Midnight Hammer”

ข้อความในเอกสารที่อ้างถึงยังไม่ได้ระบุว่า อิหร่านจะลดระดับหรือทำลายคลังยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ถูกเก็บไว้ในสถานที่ใต้ดินแต่อย่างใด โดยระบุเพียงว่า “สหรัฐและอิหร่านให้คำมั่นที่จะหาทางแก้ไข” ประเด็นดังกล่าวร่วมกัน

ขณะเดียวกัน ข้อตกลงนี้จะ “มอบการผ่อนคลายทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่” ให้แก่อิหร่านอีกด้วย

หนึ่งในนั้นคือ สหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน งดการออกมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม และให้คำมั่นว่า จะไม่เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาคตลอดช่วงการเจรจา 60 วัน โดยการถอนกำลังทหารจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสุดท้ายได้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเจรจาเท่านั้น

นอกจากนี้ กรุงวอชิงตันจะออกมาตรการผ่อนผันคว่ำบาตรชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ระหว่างที่การเจรจากำลังดำเนินอยู่

รายงานยังระบุด้วยว่า สหรัฐจะอนุญาตให้อิหร่านเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ถูกอายัดไว้ “ทันทีที่บันทึกความเข้าใจมีผลบังคับใช้”

หนึ่งในข้อกำหนดที่มีความสำคัญมากที่สุดของข้อตกลงฉบับนี้คือ การเปิดทางให้อิหร่านเป็นผู้บริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดช่วงการเจรจา 60 วัน โดยจะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการผ่านทางในช่วงเวลาดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม เอกสารยังระบุด้วยว่า จะมีการเจรจาระหว่างอิหร่าน และโอมาน โดย “มีประเทศในอ่าวเปอร์เซียเข้าร่วม” เพื่อกำหนด “ข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือ และบริการทางทะเล” ในอนาคต

แหล่งข่าวหลายรายในภูมิภาคเปิดเผยกับ The Post ว่า ภายใต้กรอบการเจรจาดังกล่าว เตหะรานอาจผลักดันให้มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือค่าธรรมเนียมบางรูปแบบสำหรับการให้บริการด้านการเดินเรือ

แม้เอกสารฉบับนี้จะถูกมองว่าเป็นแผนสู่การปรับความสัมพันธ์ครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน แต่เงื่อนไขหลายข้อยังคงเป็น “ประเด็นอ่อนไหว” โดยเฉพาะเรื่องโครงการนิวเคลียร์ การปลดคว่ำบาตร การถอนกำลังทหารสหรัฐ และกองทุนฟื้นฟูอิหร่านมูลค่าเกือบ 10 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากนักการเมืองสหรัฐ พันธมิตรในตะวันออกกลาง และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

อ้างอิง: nypost

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...