"ดร.ปณิธาน" ชี้ "สหรัฐฯ-อิสราเอล" ชนะศึกแต่แพ้ความชอบธรรม อิหร่านบอบช้ำแต่ชนะใจปชช. แนะไทยเร่งฟื้นสัมพันธ์หลังสงคราม
">
เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊ก Panitan Wattanayagorn แชร์โพสต์จาก เพจ หมาเฝ้าบ้าน เรื่อง “สหรัฐฯ-อิสราเอล ชนะยุทธศาสตร์แต่แพ้ความชอบธรรม อิหร่าน แม้บอบช้ำ แต่กลายเป็นผู้ชนะใจประชาชน เพราะยืนหยัดสู้กับยักษ์ใหญ่ได้!” ซึ่งเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ในรายการ “เที่ยง เจอกัน” ดำเนินรายการโดย สมจิตต์ นวเครือสุนทร โดยระบุว่า
ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่โลกจับตามอง สัญญาณสันติภาพเริ่มปรากฏชัดขึ้น แต่เบื้องหลังรอยยิ้มของการเจรจายังมีตัวแปรซ่อนอยู่อีกมากมาย! มาร่วมเจาะประเด็นสำคัญของเกมภูมิรัฐศาสตร์โลกสุดเดือด ระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน รวมถึงโอกาสทองที่ประเทศไทยต้องรีบคว้าไว้ให้ทัน
3 สเต็ปสู่สันติภาพ กับเงื่อนไขการหยุดรบและยกเลิกคว่ำบาตร
การลงนามข้อตกลงที่สวิตเซอร์แลนด์จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีการหยุดรบอย่างเด็ดขาด โดยหลังจากหยุดรบแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการสำคัญในช่วง 60 วัน คือการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทั้งสองระดับ และการคืนทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ให้อิหร่าน ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโลก รวมถึงไทยที่จะสามารถกลับมาซื้อน้ำมันและเดินหน้าสัมปทานต่างๆ ที่เคยชะงักไปให้กลับมาเดินหน้าต่อได้อีกครั้ง
"ถ้ายุติการรบไม่ได้ก็ลงนามไม่ได้… ถ้ายกเลิกการคว่ำบาตรได้ก็ดีนะครับ เพราะว่าเราก็อาจจะซื้อสินค้าจากอิหร่าน ซื้อน้ำมันได้ ต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีนะครับ"
ปม 'แร่ยูเรเนียม' กุญแจสำคัญที่ยากที่สุดของการเจรจา
อุปสรรคชิ้นใหญ่ที่สุดในช่วง 60 วันคือ การจัดการแร่ยูเรเนียมเกือบพันปอนด์ที่เพิ่มสมรรถนะไปแล้วถึง 60% ซึ่งอิหร่านใช้เป็นไม้ตายในการต่อรองและป้องกันประเทศ สหรัฐฯ และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) พยายามกดดันเพื่อเข้าไปจัดการ แต่ก็เต็มไปด้วยความยุ่งยากทางเทคนิค หากไม่สามารถหาข้อสรุปในเรื่องนี้ได้ โครงการยุติอาวุธนิวเคลียร์ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จและยืดเยื้อต่อไป
"970 ปอนด์เนี่ย จะจัดการกับมันยังไง… มันเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันตนเองของอิหร่าน สหรัฐฯ อยากจะเอาไปเก็บไว้ อยากจะลงไปเอาด้วยตัวเองก็ทำไม่ได้"
การเมืองภายใน และแรงกดดันสู่ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯ
อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือเรื่องการเมืองภายในของประเทศคู่ขัดแย้ง โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากพรรคฝ่ายค้านและประชาชนเกี่ยวกับความสูญเสียในสงคราม ทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องการเร่งยุติปัญหาและเคลมชัยชนะเพื่อสร้างผลงานก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมปลายปี ในขณะที่เป้าหมายของอิสราเอลและอิหร่านกลับเดินไปคนละทิศทาง ทำให้การตกลงกันเป็นไปได้อย่างยากลำบาก
"พรรคเดโมแครตออกมาบอกแล้วว่านี่เป็นสัญญาอัปยศ… แทบไม่ได้อะไรกลับมานะครับ ก็กลับเป็นอีกตัวแปรที่กดดันในเรื่องคะแนนเสียงเลือกตั้งกลางเทอม"
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ สมรภูมิเศรษฐกิจและการเดินเรือ
ข้อตกลงสำคัญที่ห้ามมองข้ามคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแบบ 100% โดยปราศจากการเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งอิหร่านพยายามใช้จุดนี้ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ การเจรจาในประเด็นนี้จะมีความเข้มข้นอย่างมากในช่วง 60 วัน เนื่องจากมีเรือขนส่งสินค้าหลายพันลำ รวมถึงเรือจากประเทศไทยที่รอคอยการเปิดเส้นทางนี้ เพื่อให้การค้าและการขนส่งทางทะเลระดับโลกกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
"เรื่องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะต้องเปิด 100% โดยไม่มีค่าเก็บด่านหรือผ่านทาง อันนี้ก็จะยากนะครับเพราะอิหร่านต้องการเงินและตั้งองค์กรในการเก็บเงินขึ้นมาแล้ว"
ใครคือผู้ชนะตัวจริง? ท่ามกลางผลประโยชน์มหาศาลจากสงคราม
แม้สหรัฐฯ จะอ้างความสำเร็จในการทำลายขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ แต่ก็แลกมาด้วยเสียงวิจารณ์อย่างหนัก ทว่าในมุมเศรษฐกิจ สหรัฐฯ กลับได้กำไรมหาศาลจากธุรกิจพลังงานและการขายอาวุธที่คึกคักที่สุดในรอบ 20 ปี ในขณะที่อิสราเอลชนะในการรบแต่พ่ายแพ้ด้านความชอบธรรมทางสังคม ส่วนอิหร่านแม้บอบช้ำหนักแต่ก็ชนะใจมวลชนจากการยืนหยัดต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ได้
"สหรัฐฯ อาจจะชนะในทางยุทธศาสตร์เรื่องนิวเคลียร์แต่แพ้ในเรื่องความชอบธรรม… อิหร่านในที่สุดแล้วก็จะชนะใจประชาชนโดยทั่วไปนะครับ ว่าสามารถสู้กับยักษ์ใหญ่ได้"
การจัดระเบียบโลกใหม่ และบทบาทที่เปลี่ยนไปของซาอุดีอาระเบีย
สงครามครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการพลิกโฉมหน้าภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางอย่างรวดเร็ว ซาอุดีอาระเบียไม่ได้เลือกข้างสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างสุดตัวเหมือนในอดีต แต่เลือกใช้วิธีรักษาสมดุลแห่งอำนาจใหม่จนก้าวขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจอันดับหนึ่งในภูมิภาค นอกจากนี้ กลุ่มโอเปกและท่าทีของประเทศอาหรับอื่นๆ ก็ส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าขั้วอำนาจเดิมกำลังถูกสั่นคลอน
"ซาอุดีอาระเบียเนี่ยส่งสัญญาณแล้วว่าจะหาสมดุลใหม่เหมือนกัน ไม่ได้ผลีผลามสนับสนุนสหรัฐฯ ตั้งแต่แรก… ซาอุดีอาระเบียกลับขึ้นมาเป็นประเทศมหาอำนาจเบอร์หนึ่งไปแล้ว"
โอกาสทองของไทย ที่ต้องรีบเปิด 'เรดาร์' ให้แรงที่สุด
หลังสงครามยุติ ตะวันออกกลางจะเข้าสู่โหมดการฟื้นฟูครั้งใหญ่ นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยต้องรีบฉกฉวยโอกาส โดยเฉพาะการกระชับความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียและการรื้อฟื้นสัมปทานกับอิหร่าน ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ต่างขยับตัวเตรียมพร้อมเข้าพื้นที่แล้ว ไทยจึงต้องเร่งเครื่องเจรจาและเชื่อมโยงเครือข่ายให้ทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม
"หลายประเทศขยับหมดแล้วครับคุณสมจิตต์ครับ เราก็ต้องรีบเร่งทำให้ทัน ที่บอกว่าเราอยู่ในจอเรดาร์เนี่ยตอนนี้ต้องเปิดสัญญาณเรดาร์แรงๆ ครับ"