โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สว.พบประชาชนกลุ่มภาคกลางตอนล่าง รับฟังปัญหาความเดือดร้อนชาวเพชรบุรี

เดลินิวส์

อัพเดต 13 มิถุนายน 2569 เวลา 1.51 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เปิดเวทีรับฟังปัญหาจากประชาชน ทั้งประเด็นภัยแล้ง น้ำท่วม การบริหารจัดการน้ำ

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. พล.ต.ท. ยุทธนา ไทยภักดี ประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคกลาง (ตอนล่าง) พร้อมด้วย นายกัมพล สุภาเพ่ง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา พ.อ.หญิง ธณตศกร บุราคม รองประธานคณะกรรมาธิการ น.ส.นิชาภา สุวรรณนาค นายปริญญา วงศ์เชิดขวัญ นายสำพันธ์ ชัยวิเศษจินดา นายชิบ จิตนิยม น.ส.ชญานันท์ ติยตะการชัย น.ส.ภสวนา ว่องอมรนิธิ นายชวพล วัฒนพรมงคล และนายกำพล ทองชิว สมาชิกวุฒิสภา ร่วมลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง และประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

โดยมี ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี นายภัคพัส ส่งวัฒนายุ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการ ณ ห้องประชุม มสธ.เพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

ทั้งนี้ ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในประเด็นสำคัญ อาทิ ปัญหาฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม การบริหารจัดการและระบายน้ำลงทะเล การบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมถึงการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีการขยายกิจการคลังน้ำมันบางแก้ว ซึ่งชาวบ้านระบุว่าอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นควันในพื้นที่

พล.ต.ท. ยุทธนา กล่าวว่า จากการลงพื้นที่โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดเพชรบุรีตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบปัญหาสำคัญเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยของประชาชนใน 2 ตำบล ซึ่งมีประชาชนกว่า 3,000 คน หรือมากกว่า 1,000 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนจากการอยู่อาศัยในพื้นที่ราชพัสดุและพื้นที่ของศูนย์การทหารราบมาเป็นเวลานาน รวมถึงประสบปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าและน้ำประปาอย่างถาวร

ปัจจุบัน ชาวบ้านบางส่วนต้องพึ่งพาระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างยั่งยืน โดยประชาชนต้องการให้มีการขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน แต่ศูนย์การทหารราบไม่สามารถดำเนินการปักเสาพาดสายไฟได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านความมั่นคงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีของจังหวัดเพชรบุรี ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนความกังวลต่อการขยายกิจการของคลังน้ำมันบางแก้ว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณชายฝั่งที่เป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและพื้นที่นาเกลือ อันเป็นแหล่งทำกินสำคัญของชาวบ้าน

พล.ต.ท. ยุทธนา กล่าวว่า แม้ในระยะหลังจะมีการพัฒนากระบวนการผลิตจนคุณภาพน้ำมันผ่านเกณฑ์มาตรฐานแล้ว แต่ประชาชนจำนวนมากยังคงมีความกังวลและต้องการให้มีการจัดทำประชาคมรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันและให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

สำหรับการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดเพชรบุรีนั้น เห็นว่ามีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ทั้งการเชื่อมโยงคลองระบายน้ำและเตรียมมาตรการรองรับสถานการณ์น้ำหลาก ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากน้ำท่วมได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีฝนตกหนักในลักษณะ “เรนบอมบ์” หรือฝนตกปริมาณมากในระยะเวลาอันสั้น ขณะเดียวกัน จังหวัดยังได้เตรียมมาตรการรับมือภัยแล้งและช่วยเหลือประชาชนอย่างเหมาะสม

“ต้องขอชื่นชมจังหวัดเพชรบุรีที่มีการเตรียมความพร้อมด้านการบริหารจัดการน้ำ ทั้งการป้องกันน้ำท่วมและการรับมือภัยแล้ง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่อย่างมาก” พล.ต.ท. ยุทธนา กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...