“ผบ.ทหารสูงสุด” เข้าเฝ้าฯ “กรมพระศรีสวางควัฒนฯ” กราบทูลรายงานคืบหน้าสร้างรั้วชายแดน-ถนนตรวจการณ์ จาก”กองทุนหทัยทิพย์”
“ผบ.ทหารสูงสุด-ผบ.นทพ.”เช้าเฝ้าฯ“กรมพระศรีสวางควัฒนฯ”กราบทูลถวายรายงานคืบหน้า การก่อสร้างรั้วชายแดน -ถนนตรวจการณ์ -บังเกอร์หลุมบุคคล -หลุมหลบภัย โดย “กองทุนหทัยทิพย์”
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ณ อาคารอัครราชกุมารี โปรดเกล้าฯให้พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย พลเอกจินชนก นุชฉายา เสนาธิการทหาร พลเอกศรายุทธ จันทร์พุ่ม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน/รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด นายอำเภอโป่งน้ำร้อน และผู้เกี่ยวข้อง เข้าเฝ้าฯ ที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
โดยได้กราบทูลถวายรายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์ รั้วชายแดน บังเกอร์หลุมบุคคล และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ซึ่งได้รับพระราชทานเงินสนับสนุนจากกองทุนหทัยทิพย์ ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้กราบทูลสำนึกในพระกรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงพระกรุณาพระราชทานพระนโยบาย และเงินจากกองทุนหทัยทิพย์ในการจัดสร้างถนนตรวจการณ์ รั้วชายแดน บังเกอร์หลุมบุคคล และหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน ซึ่งนับเป็นขวัญและกำลังใจอันสำคัญยิ่งแก่กำลังพลกองทัพไทยในการปฏิบัติภารกิจ พิทักษ์รักษาอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศ รวมถึงเป็นการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
กองบัญชาการกองทัพไทยได้รับพระราชทานเงินสนับสนุนการก่อสร้างจากกองทุนหทัยทิพย์ เป็นจำนวน 69,275,700 บาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน บังเกอร์หลุมบุคคล และหลุมหลบภัยในพื้นที่ชายแดนไทย
สำหรับการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วชายแดน ดำเนินการในพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง โดยได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุและเครื่องจักรกลจากฐานปฏิบัติการที่ 6 ไปยังหลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จสมบูรณ์ และอยู่ระหว่างก่อสร้างถนนตรวจการณ์จากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 59 ระยะทาง 8.38 กิโลเมตร รวมระยะทาง 9.61 กิโลเมตร และการก่อสร้างรั้วชายแดน จากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 54 ระยะทางรวม 1.31 กิโลเมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง มีความสูงรวม 3.35 เมตร ออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง รองรับสภาพพื้นที่ชายแดนและภารกิจด้านความมั่นคง โดยปัจจุบันดำเนินการก่อสร้างในภาพรวมแล้วร้อยละ 62.29 และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569
ในส่วนของบังเกอร์หลุมบุคคล ได้ดำเนินการจัดสร้างจำนวน 100 หลัง โดยใช้คอนกรีตสมรรถนะสูงพิเศษเสริมเส้นใยเหล็กกำลังดึงสูง สามารถรองรับแรงอัดได้ถึง 1,250 KSC และสามารถป้องกันอานุภาพ จากเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 81 มิลลิเมตรได้ ปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งในพื้นที่กองกำลังสุรนารี กองกำลังบูรพา และกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด แล้วเสร็จครบถ้วนทั้งหมด
สำหรับการก่อสร้างหลุมหลบภัยสำหรับประชาชน จำนวน 40 หลัง ได้ติดตั้งในพื้นที่โรงเรียน วัด และชุมชนตามแนวชายแดน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงจังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ สระแก้ว จันทบุรี และตราด ปัจจุบันดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จจำนวน 31 หลัง และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคม 2569
นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ได้พระราชทานการสนับสนุนผ่านกองทุนหทัยทิพย์ อันก่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อการเสริมสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตามแนวชายแดน ตลอดจนสร้างขวัญกำลังใจแก่กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
#กองทัพไทย #ผบทหารสูงสุด #หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา #นทพ #กองทุนหทัยทิพย์ #กรมพระศรีสวางควัฒน #จุฬาภรณ์ #รั้วชายแดน #ถนนตรวจการณ์ #บังเกอร์ #หลุมหลบภัย #ความมั่นคง #ชายแดนไทย #จันทบุรี #โป่งน้ำร้อน #กองบัญชาการกองทัพไทย #ข่าวกองทัพ #ข่าววันนี้ #ข่าวความมั่นคง #ข่าวการเมือง #ข่าวราชการ #ประเทศไทย #ป้องกันชายแดน #ความปลอดภัยประชาชน #ข่าวล่าสุด #ThaiMilitary #BorderSecurity #Thailand #ข่าวออนไลน์ #อธิปไตยไทย