ไหนบอกว่าพร้อม ‘ภาวุธ’แจงไม่ครบ
“ดีเอสไอ" เร่งสอบปากคำขยายผลคดีเทรด Forex จ่อออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรกเร็วๆ นี้ ความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ พบเป็นบุคคลที่อยู่ในแผนผังสืบสวนของดีเอสไอ ด้าน “ป้อม ภาวุธ” ขอกลับไปรวบรวมเอกสารก่อนเข้าชี้แจงอีกครั้ง ส่วน “ฟิล์ม รัฐภูมิ” อยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐาน ก่อนออกหมายเรียกชี้แจงในฐานะพยาน ล่าสุดเดินหน้าสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว 300 ราย
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 ที่ผ่านมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้นัดหมายนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้นำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจงกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในฐานะพยาน กรณีมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด จำนวน 28 ล้านบาท ครั้งละ 2 ล้านบาท จำนวน 14 ครั้ง ซึ่งเป็นการรับโอนเงินภายในวันเดียว (18 ก.ค.67) ก่อนที่นายภาวุธจะพยายามชี้แจงต่อสื่อมวลชนในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นเงินที่ได้มาจากการเทรดทองคำ
ทั้งนี้ การเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 ดังกล่าวของนายภาวุธ ถือเป็นการเลื่อนหมายเรียกพยานจากกำหนดการเดิม 2 ก.ค.69 โดยนายภาวุธได้นำพยานหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่จะต้องกลับไปรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อกลับมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษต่อไป ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบขยายผลและรวบรวมพยานหลักฐานว่า ภายหลังจากที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้นำเอกสารหลักฐานบางส่วนเข้าชี้แจงกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ซึ่งยังมีหลายประเด็นที่จะต้องเข้ามาชี้แจงเพิ่มเติม โดยนายภาวุธขอกลับไปรวบรวมเอกสารเพื่อมาชี้แจงเพิ่มเติมอีกครั้งในภายหลัง
ส่วนกรณีของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม ซึ่งพบพฤติการณ์ความเกี่ยวข้องเส้นทางการเงินกับบริษัทโบรกเกอร์นั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อจะได้ออกหมายเรียกพยานให้นายรัฐภูมิเข้ามาชี้แจง และนอกจากนี้ ในกรณีของกลุ่มไอบี (IB : Introducing Broker) บริษัทเพย์เมนต์ (Payment) กลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) พนักงานสอบสวนคดีพิเศษก็ได้ทยอยสอบปากคำบุคคลในแผนผังรูปภาพไปบ้างแล้วในฐานะพยาน แต่ยังไม่ครบทุกราย
ทั้งนี้ สำหรับจำนวนผู้เสียหายในคดีที่พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพฤติการณ์ทางคดีและมูลค่าความเสียหาย ปัจจุบันมีประมาณ 300 ราย อย่างไรก็ดี การพิจารณาออกหมายเรียกผู้ต้องหากลุ่มแรกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดเบื้องต้นอย่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จะมีความคืบหน้าในเร็ววันนี้ โดยเป็นบุคคลที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอ ที่มีทั้งความเกี่ยวข้องจากเรื่องเส้นทางการเงิน และสัมพันธ์ใกล้ชิดจากการร่วมลงทุนและร่วมกิจกรรมกัน
หากระหว่างการสอบสวนพบข้อเท็จจริงที่เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ.2546 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 พนักงานสอบสวนก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ.