โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ลุยค้นเครือข่ายต้องสงสัย ‘นอมินี’ พบต่างชาติถือครองที่ดินกว่า 1.5 พันล้าน

เดลินิวส์

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 0.34 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รมว.ยุติธรรม-DSI เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัย ใช้นอมินีถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว สมุย-พะงัน 5 จุด พบโครงการก่อสร้างวิลล่าหรูชาวจีน มูลค่าร่วม 2,000 ล้านบาท ถือครองที่ดินกว่า 1,500 ล้านบาท ขยายผลสำนักงานกฎหมาย ตัวการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล พบจดทะเบียนกว่า 150 บริษัท ถือครองที่ดินแล้ว 101 บริษัท มูลค่าเกือบ 800 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่สถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ม.ล.ภูทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิต ผช.ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.8 นายจักกฤษ ฝั่งชลจิตต์ รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันแถลงผลการตรวจค้นเป้าหมาย ซึ่งเป็นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินี ถือครองที่ดินและประกอบธุรกิจแทนคนต่างด้าว หลังจากที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สนธิกำลังร่วมกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี, สำนักงานจัดหางาน, สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจภูธรภาค 8, ตำรวจภูธรบ่อผุด และสถานีตำรวจท่องเที่ยวเกาะสมุย เข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย และอำเภอเกาะพะงัน ตามหมายค้นในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตรวจสอบจำนวน 34 บริษัท จากการสืบสวนพบว่า มีบริษัทหลายแห่งมีพฤติการณ์จดทะเบียนจัดตั้งโดยอาจใช้บุคคลสัญชาติไทย เป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เบื้องต้น กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการตรวจค้นรวมทั้งสิ้น 5 เป้าหมาย ประกอบด้วย

เป้าหมายที่ 1 เป็นการตรวจสอบบริษัทสัญชาติจีน ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 93/2569 ไว้แล้ว โดยเป็นโครงการวิลล่าหรูบนพื้นที่กว่า 14,000 ตารางเมตร ใน ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย เพื่อขายให้ชาวต่างชาติ จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า โครงการดังกล่าวมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อสาธารณะ โดยระบุว่ามีบริษัทสัญชาติจีนเป็นผู้พัฒนาโครงการและปรากฏบทบาทของกรรมการและผู้บริหารสัญชาติจีนในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจ อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันสถานที่ตั้งของโครงการยังเป็นที่ตั้งของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกันอีกไม่น้อยกว่า 5 บริษัท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายครบวงจร ทั้งด้านการบริหารจัดการโครงการ การรับเหมาก่อสร้าง การถือครองและการพัฒนาที่ดิน การประชาสัมพันธ์ การโฆษณา และการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์

การตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า บริษัทดังกล่าว มีการถือครองที่ดินในพื้นที่ตำบลบ่อผุด รวมจำนวน 15 แปลง เนื้อที่รวม 97 ไร่ 3 งาน 88.4 ตารางวา คิดเป็นมูลค่าที่ดินประมาณ 1,567.54 ล้านบาท ขณะที่โครงการมีมูลค่าราว 1,600 ล้านบาท และคาดว่ามูลค่าที่แท้จริงอาจสูงกว่าหลายพันล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบว่าบริษัทมีสินทรัพย์รวม ตามงบการเงินเป็นจำนวนกว่า 1,692 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนผ่านบัญชีธนาคาร รวมกว่า 1,987 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการรับโอนเงินจากต่างประเทศ ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทในเครือจำนวน 6 บริษัท พบว่ามีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้นกว่า 2,324 ล้านบาท จากการลงพื้นที่ในครั้งนี้ ผลการตรวจค้น พบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการถือหุ้น การถือครองที่ดิน บัญชี สัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์ สัญญาจ้างก่อสร้างโครงการ แบบจำลองโครงการรวมถึงข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทกำลังก่อสร้างขึ้นใหม่บริเวณเขาเชิงมน ใกล้สนามบินนานาชาติสมุย และธุรกรรมการเงินจำนวนมาก โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างขยายผลไปยังบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบการอำพรางโครงสร้างถือครองผ่านนิติบุคคลหลายชั้น

เป้าหมายที่ 2 เป็นสำนักงานกฎหมาย ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับ เป็นคดีพิเศษที่ 94/2569 สำนักงานกฎหมายดังกล่าว มีคนไทยและนิติบุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้น และมีคนต่างด้าวสัญชาติจีนเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้น ประกอบกิจการตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์โดยได้รับค่าตอบแทนหรือตามสัญญาจ้าง และมีการถือครองที่ดินบนเขาพระในตำบลบ่อผุด จำนวน 5 แปลง มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์รวมกว่า 300 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทยและนิติบุคคลไทยเป็นคนกลุ่มเดียวกันและเชื่อว่าเป็นตัวแทนอำพราง (NOMINEE) โดยในการสืบสวนขยายผล พบว่าสำนักงานกฎหมายดังกล่าว ยังมีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลกว่า 150 บริษัท โดยการใช้ชื่อตนเองหรือชื่อของบุคคลใกล้ชิดเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลต่าง ๆ แทนบุคคลต่างด้าว หรือใช้ชื่อตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดจดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลไทย เพื่อถือหุ้นแทนคนต่างด้าว ซึ่งในจำนวนนี้มีนิติบุคคล จำนวน 101 บริษัท ถือครองอสังหาริมทรัพย์และทรัพย์สินอื่น คิดเป็นมูลค่าตามราคาขณะซื้อขายกว่า 795 ล้านบาท และจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเชื่อได้ว่าแหล่งเงินทุนที่แท้จริงเป็นของคนต่างด้าว

นอกจากนี้ สำนักงานกฎหมายยังใช้ที่ตั้งของตนเองจดแจ้งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของนิติบุคคลอีก 103 บริษัท พฤติการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน หรือร่วมถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนการประกอบธุรกิจที่ถูกห้ามตามกฎหมาย ผลการตรวจค้น พบพยานหลักฐานประกอบด้วยสำเนาโฉนดที่ดินซึ่งปรากฏชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ เป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวเป็นกรรมการ โดยมีเจ้าของสำนักงานกฎหมาย และบุคคลใกล้ชิดเข้าเป็นผู้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 49 จำนวนมาก รวมถึงเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดินใบเสร็จค่าบริการ และเอกสารที่แสดงว่ามีการประกอบธุรกิจประเภทการค้าที่ดิน อันเป็นธุรกิจที่ต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 94/2569 จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นพยานหลักฐานและจะได้สอบสวนขยายผลต่อไป

เป้าหมายที่ 3 เป็นบริษัทของชาวอิสราเอล เปิดดำเนินการเป็นสถานที่พัก พร้อมโฆษณาเป็นศูนย์บำบัด ศูนย์โยคะเพื่อสุขภาพ และสถานบำบัดรักษาบน อ.เกาะพะงัน ในการประกอบธุรกิจมีสินทรัพย์รวมเกินกว่า 100 ล้านบาท และตรวจสอบความเชื่อมโยงการถือหุ้นในบริษัทของกลุ่มบุคคลเดียวกันอีก 5 บริษัท ลักษณะเข้าข่ายการใช้ "นอมินี" ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ณ สถานที่ตั้งเดียวกันยังมีบริษัทในเครืออีกไม่น้อยกว่า 5 บริษัท ซึ่งมีกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน โดยหนึ่งในบริษัทดังกล่าว อำเภอพะงันได้ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าสถานประกอบการดังกล่าว ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 หรือไม่

เป้าหมายที่ 4 เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโรงแรมในพื้นที่ อ.เกาะสมุย ดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทดังกล่าวมีกรรมการสัญชาติไทยและมีผู้ถือหุ้นทั้งสัญชาติไทยและอิสราเอล ทุนจดทะเบียน 45,000,000 บาท มีการถือครองที่ดิน 2 ไร่ 2 งาน ทรัพย์สินรวมกว่า 2,000 กว่าล้านบาท พนักงานสอบสวนคดีพิเศษอยู่ระหว่างตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุนและความสามารถในการชำระค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย เพื่อพิจารณาว่าเป็นการร่วมลงทุนที่แท้จริง หรือเป็นการถือหุ้นแทนคนต่างด้าวอันเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมายหรือไม่

เป้าหมายที่ 5 เป็นบริษัทประกอบกิจการรับเหมาสร้างที่พักอาศัยและให้เช่าที่พักอาศัย ซึ่งมีคนไทยเป็นผู้ถือหุ้นและมีคนต่างด้าว สัญชาติอิสราเอลเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการ มีสินทรัพย์รวมกว่า 330 ล้านบาท และพบว่าบริษัทดังกล่าวมีการถือครองที่ดิน จำนวน 3 แปลง มีมูลค่าขณะซื้อขายกว่า 11 ล้านบาท และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ตั้งของบริษัทดังกล่าว พบว่ามีการใช้ที่ตั้งเดียวกันนี้ จดแจ้งเป็นสำนักงานใหญ่ของนิติบุคคลอีก 6 บริษัท ซึ่งมีคนไทยและคนต่างด้าวสัญชาติอิสราเอลกลุ่มเดียวกันเป็นผู้ถือหุ้นและเป็นกรรมการ และหนึ่งในนิติบุคคลนี้ มีการถือครองที่ดินอีก 8 แปลง มีมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท ซึ่งภายในบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นรีสอร์ทและเชื่อว่าเปิดให้บริการเฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยจากการเข้าตรวจร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อพิสูจน์ทราบ สถานประกอบกิจการและการประกอบธุรกิจที่แท้จริง

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า การดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษครั้งนี้ มุ่งบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพราง เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย มิได้เป็นการดำเนินการกับนักลงทุนต่างชาติที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตและปฏิบัติตามกฎหมาย หากแต่เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ใช้โครงสร้างนิติบุคคลอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแข่งขันทางธุรกิจ การถือครองทรัพยากรที่ดิน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนปรากฏพยานหลักฐานว่าบุคคลหรือนิติบุคคลใดกระทำความผิด กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม และไม่มีข้อยกเว้น พร้อมทั้งขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ สร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางธุรกิจ และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...