โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.เห็นชอบคุมราคาสินค้า–บริการ 66 รายการ

INN News

อัพเดต 23 มิถุนายน 2569 เวลา 23.39 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

ครม.ไฟเขียว คุมราคาสินค้า–บริการ 66 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน ป้องกันการค้ากำไรเกินควร–สร้างความเป็นธรรมทางการค้า เห็นชอบเสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูสามพันโบก–ซากดึกดำบรรพ์–วัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีระดับโลก

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม จำนวน 66 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 61 รายการ และบริการ 5 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อให้มาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการมีผลต่อเนื่อง และสามารถดูแลค่าครองชีพประชาชนได้อย่างทันท่วงที

รองโฆษกฯ กล่าวว่า รายการดังกล่าวเป็นการรวบรวมสินค้าและบริการควบคุมเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบและ กกร. ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมเพิ่มรายการสินค้าใหม่ 5 รายการ ได้แก่ กากถั่วเหลือง ปลากะพงขาว มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ซีอิ๊ว และน้ำปลา โดยในส่วนของซีอิ๊วและน้ำปลาเป็นการปรับแยกจากรายการ “ซอสปรุงรส” เพื่อให้การกำกับดูแลมีความชัดเจนและสอดคล้องกับสภาพตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ การกำหนดสินค้าและบริการควบคุมดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งให้อำนาจ กกร. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ประกาศกำหนดสินค้าและบริการควบคุม เพื่อป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย หรือเงื่อนไขทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยต้องมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลราคาสินค้าจำเป็นและบริการที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการผลิตและภาวะตลาดมีความผันผวน การกำหนดรายการสินค้าและบริการควบคุมจะช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์ กำกับดูแลราคา ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค และดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ

“รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้กลไกกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รักษาความเป็นธรรมทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ตลอดจนสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวม” รองโฆษกฯ กล่าว.

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO Global Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนอย่างยั่งยืน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นโครงการที่มุ่งอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโก

สำหรับอุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร รวมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของแม่น้ำโขง เช่น “สามพันโบก” แก่งหินขนาดใหญ่ หน้าผาสูงชัน และเสาหินเฉลียง รวมทั้งเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในหมวดหินโคกกรวด ซึ่งมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตสูงที่สุดของประเทศไทย

นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีคุณค่าด้านโบราณคดี วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น อาทิ ประเพณีตักปลาปากบ้อง วัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำโขง และกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...