ครม.เห็นชอบคุมราคาสินค้า–บริการ 66 รายการ
ครม.ไฟเขียว คุมราคาสินค้า–บริการ 66 รายการ ดูแลค่าครองชีพประชาชน ป้องกันการค้ากำไรเกินควร–สร้างความเป็นธรรมทางการค้า เห็นชอบเสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” ขึ้นทะเบียนอุทยานธรณีโลกยูเนสโก ชูสามพันโบก–ซากดึกดำบรรพ์–วัฒนธรรมท้องถิ่น สู่เวทีระดับโลก
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบการกำหนดสินค้าและบริการควบคุม จำนวน 66 รายการ แบ่งเป็นสินค้า 61 รายการ และบริการ 5 รายการ ตามมติคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อให้มาตรการกำกับดูแลราคาสินค้าและบริการมีผลต่อเนื่อง และสามารถดูแลค่าครองชีพประชาชนได้อย่างทันท่วงที
รองโฆษกฯ กล่าวว่า รายการดังกล่าวเป็นการรวบรวมสินค้าและบริการควบคุมเดิมที่คณะรัฐมนตรีเคยเห็นชอบและ กกร. ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมเพิ่มรายการสินค้าใหม่ 5 รายการ ได้แก่ กากถั่วเหลือง ปลากะพงขาว มะพร้าวผลอ่อนและผลิตภัณฑ์ ซีอิ๊ว และน้ำปลา โดยในส่วนของซีอิ๊วและน้ำปลาเป็นการปรับแยกจากรายการ “ซอสปรุงรส” เพื่อให้การกำกับดูแลมีความชัดเจนและสอดคล้องกับสภาพตลาดมากขึ้น
ทั้งนี้ การกำหนดสินค้าและบริการควบคุมดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งให้อำนาจ กกร. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ประกาศกำหนดสินค้าและบริการควบคุม เพื่อป้องกันการกำหนดราคาซื้อ ราคาจำหน่าย หรือเงื่อนไขทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยต้องมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
นางสาวลลิดากล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดูแลราคาสินค้าจำเป็นและบริการที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนการผลิตและภาวะตลาดมีความผันผวน การกำหนดรายการสินค้าและบริการควบคุมจะช่วยให้ภาครัฐสามารถติดตามสถานการณ์ กำกับดูแลราคา ป้องกันการฉวยโอกาสเอาเปรียบผู้บริโภค และดูแลให้สินค้ามีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการ
“รัฐบาลยืนยันว่าจะใช้กลไกกฎหมายอย่างเหมาะสม เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน รักษาความเป็นธรรมทั้งต่อผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ตลอดจนสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวม” รองโฆษกฯ กล่าว.
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้เสนอ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” เข้ารับการรับรองเป็นอุทยานธรณีโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO Global Geoparks) ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ เพื่อยกระดับแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา ธรรมชาติ และวัฒนธรรมของประเทศไทยสู่การยอมรับในระดับสากล พร้อมสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว การศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชุมชนอย่างยั่งยืน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อุทยานธรณีโลกของยูเนสโกเป็นโครงการที่มุ่งอนุรักษ์และส่งเสริมคุณค่าของแหล่งมรดกทางธรณีวิทยา โบราณคดี นิเวศวิทยา และวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม ปัจจุบันทั่วโลกมีอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก 229 แห่ง ใน 50 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยได้รับการรับรองแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ อุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช ส่วนอุทยานธรณีขอนแก่นอยู่ระหว่างการพิจารณาของยูเนสโก
สำหรับอุทยานธรณีอุบลราชธานี ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโพธิ์ไทร อำเภอศรีเมืองใหม่ อำเภอโขงเจียม และอำเภอสิรินธร รวมพื้นที่ประมาณ 1,829 ตารางกิโลเมตร มีความโดดเด่นทางธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะภูมิประเทศที่เกิดจากกระบวนการกัดเซาะของแม่น้ำโขง เช่น “สามพันโบก” แก่งหินขนาดใหญ่ หน้าผาสูงชัน และเสาหินเฉลียง รวมทั้งเป็นแหล่งซากดึกดำบรรพ์สำคัญในหมวดหินโคกกรวด ซึ่งมีการค้นพบซากไดโนเสาร์ สัตว์เลื้อยคลานบินได้ จระเข้โบราณ และสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคครีเทเชียสจำนวนมาก ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพในอดีตสูงที่สุดของประเทศไทย
นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังมีคุณค่าด้านโบราณคดี วิถีชีวิต วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น อาทิ ประเพณีตักปลาปากบ้อง วัฒนธรรมชุมชนริมแม่น้ำโขง และกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างชัดเจน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews