โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดเกม "โอ้กะจู๋" ทำไมเปิด “Grill & Ground” แบรนด์ใหม่ในยุคคนรัดเข็มขัด

PostToday

อัพเดต 02 มิ.ย. เวลา 01.37 น. • เผยแพร่ 02 มิ.ย. เวลา 08.06 น.

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ “โอ้กะจู๋” ถูกจดจำในฐานะแบรนด์ร้านอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำให้ผักกลายเป็นเมนูแมส แต่เมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อหดตัว และพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ร้านอาหารที่เติบโตจากจานใหญ่และมูลค่าบิลสูง จะปรับตัวอย่างไรให้ยังเติบโตได้ในวันที่คนอยากใช้จ่ายน้อยลง

โอ้กะจู๋ เพิ่งเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในชื่อ“Grill & Ground” (กริลล์ แอนด์ กราวนด์) สาขาแรก ณ เดอะพาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่า แบรนด์ใหม่นี้ มุ่งยกระดับสู่วิถี “The New Standard of Steak & Salad Bar”

หากประเมินจากสภาพเศรษฐกิจ และตลาดการแข่งขันของสมรภูมิอาหารเพื่อสุขภาพแล้วนั้น การเปิดแบรนด์นี้อาจไม่ใช่แค่การแตกไลน์ธุรกิจ แต่เป็นการส่งสัญญาณถึง “การปรับโมเดลการเติบโต” ครั้งสำคัญของบริษัท

อ่านเกมผู้บริโภคยุคใหม่ คนอยากเลือกเองมากขึ้น

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือ Grill & Ground ไม่ได้วางตัวเองเป็นร้านบุฟเฟต์ทั่วไป แต่ใช้แนวคิด "All You Can Experience" แทนคำว่า "All You Can Eat" เบื้องหลังคือการตอบโจทย์เทรนด์ Customization ที่กำลังเติบโตทั่วโลก

Grill & Ground ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง "Grill" (สเต็ก) และ Ground (ต้นกำเนิดการสรรหาวัตถุดิบที่ดี)

แนวคิดคือ ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่กินให้อิ่ม แต่ต้องการควบคุมสิ่งที่ตัวเองกิน เช่น อยากเลือกผักเอง อยากรู้แคลอรี อยากได้เมนูโปรตีนสูง อยากได้เมนูน้ำตาลต่ำหรืออยากสร้างจานอาหารในแบบของตัวเอง ก็เลยเป็นเหตุผลที่ Grill & Ground นำจุดแข็งเรื่องวัตถุดิบออร์แกนิกของโอ้กะจู๋ มาผสานกับโมเดล Salad Bar และ Live Station ซึ่งเปิดโอกาสให้ลูกค้า ออกแบบมื้ออาหารได้เอง

ตลาดสลัดบาร์ 5,200 ล้าน ยังมีช่องว่าง

แม้ตลาดร้านอาหารจะแข่งขันรุนแรง แต่ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพยังเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตต่อเนื่อง

ชลากร เอกชัยพัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ จำกัด (มหาชน) หรือ OKJ และผู้บริหารแบรนด์ Grill & Ground เปิดเผยว่า พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปและสภาพเศรษฐกิจมีผลต่อการตัดสินใจ จึงมีการทำเมนู เพื่อปรับปรุงรายการอาหารใหม่ มีการปรับราคาเข้าถึงง่าย โดยตั้งเป้าราคาต่อบิลอยู่ที่ประมาณ 300 บาท ซึ่งต่ำกว่าร้านโอ้กะจู๋ปกติที่เฉลี่ย 500 บาทต่อหัว เพื่อให้ลูกค้าสามารถมาทานได้บ่อยขึ้น

นอกจากนี้ยังปรับสัดส่วนอาหาร (Portion) ลดขนาดเนื้อสัตว์ลงเล็กน้อยเพื่อให้ทำราคาได้ถูกลงและลูกค้าทานได้หลากหลายขึ้น เช่น แซลมอนจาก 180 กรัม เหลือประมาณ 140-150 กรัม รวมถึงออกสินค้ากลุ่มใหม่ เช่น เมนู Single Balance, Baby Size และ Meal Wrap (MW) ซึ่งได้รับตอบรับที่ดีมากเพราะตอบโจทย์เรื่องราคาและปริมาณที่พอดี

ทั้งนี้บริการสลัดบาร์ที่มีท็อปปิ้งให้เลือกมากกว่า 150 รายการ และผักสลัดออร์แกนิกที่ปลูกเองมากกว่า 20 ชนิด ลูกค้าสามารถออกแบบจานอาหารได้เอง (Customization) ว่าอยากทานหนักหรือเบา พร้อมมีข้อมูลโภชนาการบอกชัดเจน เช่น เมนูดีต่อหัวใจ แคลอรี่ต่ำ หรือน้ำตาลน้อย

โดยที่แบรนด์ เน้นกลุ่มลูกค้าที่มาทานคนเดียว กลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มที่ต้องการความรวดเร็วและคุ้มค่า ซึ่งเป็นกลุ่มที่ร้านโอ้กะจู๋รูปแบบเดิมอาจยังเข้าไม่ถึง

ลุย 5 สาขารีโนเวตสาขาเดิม

ในปีนี้ ผู้บริหารคาดการณ์ว่าจะขยายสาขา Grill & Ground จำนวน 5 สาขา โดยจะทยอยเปิดตามแผนช่วงปลายไตรมาส 3 และ ไตรมาส 4 โดยจะเป็นการ ปรับโฉมสาขาของร้านโอ้กะจู๋ที่มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 300 ตรม. และเป็นสาขาที่มีร้านโอ้กะจู๋อยู่ในโซนใกล้เคียงเพื่อให้ยังสามามารถรองรับการให้บริการของร้านโอ้กะจู๋เดิมได้

นอกจากนี้ ร้านส่วนใหญ่ที่ไปปรับโฉมเป็น Grill & Ground มักจะเป็นร้านที่เปิดมาแล้วมากกว่า 5 ปี ซึ่งเข้าเกณฑ์ที่อยู่ในช่วงเวลาปรับปรุงซ่อมแซมร้าน บริษัทคาดว่ารายได้ที่จะเกิดจากการขยาย Grill & Ground ในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 70-100 ล้านบาท โดยระยะยาวคาดว่าจะขยายสาขาราว ๆ 15-20 สาขา ภายใน 3 ปี

อย่างไรก็ดีต้องพิจารณาควบคู่กับผลการตอบรับจากลูกค้าและทำเลที่จะขยายร่วมด้วย

สำหรับมูลค่าธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพและสลัดบาร์มีมูลค่ากว่า 5,200 ล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโต ตามเทรนด์ผู้บริโภคใส่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้น

ยืนหยัดอุดมการณ์เกษตรอินทรีย์และความยั่งยืน

อย่างไรก็ตามการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ณ เวลานี้ โจทย์สำคัญคือ การแข่งขันในตลาดสเต๊กและสลัดบาร์ค่อนข้างสูง คู่แข่งมีตั้งแต่

  • ร้านสเต๊กเชนราคาประหยัด
  • ร้านบุฟเฟต์หลากหลายรูปแบบ
  • คาเฟ่อาหารสุขภาพ
  • ร้านอาหารฟาสต์แคชชวล

ดังนั้นสิ่งที่จะตัดสินความสำเร็จอาจไม่ใช่จำนวนเมนู 150 รายการ หรือราคาบุฟเฟต์ แต่คือคำถามว่า "ลูกค้าจะรู้สึกแตกต่างจากร้านบุฟเฟต์ทั่วไปมากพอหรือไม่"

ชลากรกล่าวว่า แม้จะมีการแข่งขันสูงในตลาดสเต็กและสลัดบาร์ แต่โอ้กะจู๋เชื่อมั่นในจุดแข็งเรื่อง ความไว้วางใจในแบรนด์ (Brand Trust) และการสนับสนุนเกษตรกรอินทรีย์ โดยบริษัทพยายามบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อราคาขาย

สำหรับภาพรวมผลประกอบการ ผู้บริหารระบุว่าปัจจุบันทุกสาขายังคงมีกำไร แต่คาดว่าผลการดำเนินงานจะปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงสิ้นปีจากการดำเนินตามกลยุทธ์ที่วางไว้ พร้อมตั้งเป้าเปิดตัวแบรนด์ใหม่เพิ่มปีละ 1 แบรนด์ เพื่อเติมเต็ม Ecosystem ให้สมบูรณ์

ราคาเริ่มต้น 259 บาท

สำหรับไลน์อาหารและสเต๊ก มีทั้ง Premium Steak (ราคาเริ่มต้น 299 บาท) จากการเลือกเนื้อสัตว์คุณภาพเยี่ยมและผ่านการย่างบนไฟอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟคู่กับเครื่องเคียงที่ออกแบบมาเพื่อเสริมรสชาติอย่างลงตัว และเมื่อสั่งสเต๊ก ลูกค้าจะได้อิ่มอร่อยต่อเนื่องกับ Harvest Salad Bar ได้ทันที สำหรับผู้ที่ต้องการเลือกทาน Harvest Salad Bar แยก มีให้บริการในราคา 259 บาท ครอบคลุมไลน์อาหารมากกว่า 150 รายการ ทั้งคาว หวาน และเครื่องดื่ม ทั้งนี้แบรนด์แจ้งว่า ราคา Grill & Ground เป็นราคารวม Vat และไม่คิดค่า Service charge

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...