โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมวดนัท ตอบแล้ว! สาเหตุแต่งชุดคล้ายทหาร ไปช่วยเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว

มุมข่าว

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ให้ชี้แจงถึงกรณีถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏตัวในพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว และมีภาพขณะเข้าไปพูดคุยอธิบายข้อมูลกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทและการสวมเครื่องแบบคล้ายทหาร

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ให้ชี้แจงถึงกรณีถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ หลังปรากฏตัวในพื้นที่เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว และมีภาพขณะเข้าไปพูดคุยอธิบายข้อมูลกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนเกิดกระแสตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับบทบาทและการสวมเครื่องแบบคล้ายทหาร

ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นกรรมการอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน เขตพญาไท (อปพร.เขตพญาไท) โดยในวันเกิดเหตุได้ไปเล่นกีฬายิงบีบีกันกับน้องชาย ซึ่งหลายคนรู้จักในชื่อ ราชา นศท. ระหว่างกำลังรับประทานอาหาร ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ผ่านกลุ่มแชตของ อปพร.เขตพญาไท

ในช่วงแรกที่ทราบข่าวยังไม่ได้สนใจมากนัก แต่เมื่อเห็นข้อความแจ้งว่ามีประชาชนติดค้างอยู่ภายในอาคารจำนวนมาก จึงตัดสินใจรีบเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เพราะต้องการเข้าไปช่วยเหลือเท่าที่จะสามารถทำได้ พร้อมกล่าวว่า เป็นฟันเฟืองเล็กๆ เพื่อให้เหตุการณ์ร้ายๆ เหล่านี้ผ่านไปได้ด้วยดี

เมื่อสอบถามถึงกรณีการอธิบายให้นายกรัฐมนตรีรับทราบเกี่ยวกับประตูหนีไฟที่ถูกล็อก ว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้วหรือไม่ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ชี้แจงว่า สิ่งที่ตนพูดเป็นเพียงข้อสันนิษฐานส่วนตัว โดยมองในมุมของผู้บริหารสถานประกอบการว่าอาจเลือกล็อกประตูเพื่อให้บริหารจัดการได้ง่ายขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดคนดูแลประตู

เจ้าตัวย้ำว่า จุดประสงค์ที่พูดคุยกับนายกรัฐมนตรี เพราะต้องการเสนอแนวคิดเพื่อให้ภาครัฐนำไปพิจารณาปรับปรุงกฎหมายหรือมาตรฐานด้านความปลอดภัย โดยเสนอให้ประตูหนีไฟของสถานประกอบการเชื่อมต่อกับระบบ Fire Alarm เมื่อสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ทำงาน ประตูควรปลดล็อกอัตโนมัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถอพยพออกจากอาคารได้ทันเวลา พร้อมยืนยันว่าเป็นความคิดเห็นส่วนตัว ไม่ใช่การรายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ และเป็นการพูดคุยในฐานะอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน

สำหรับประเด็นการสวมเครื่องแบบคล้ายทหารในวันเกิดเหตุ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ระบุว่า ชุดที่สวมใส่เป็นชุดสำหรับเล่นบีบีกัน ไม่ใช่เครื่องแบบทหารราชการ พร้อมเปิดเผยว่า ไม่กังวลกับกระแสที่มีการขุดประวัติส่วนตัว และยินดีรับฟังคำแนะนำหรือคำตักเตือน เพื่อนำไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังกล่าวว่า เคยสวมเครื่องแบบทหารเดินทางไปรัฐสภา 1 ครั้ง เนื่องจากในวันดังกล่าวเป็นกำหนดการที่ต้องแต่งกายด้วยชุดปกติขาว โดยขณะนั้นทำงานร่วมกับสมาชิกวุฒิสภารายหนึ่ง และเคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึงเคยเป็นเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา ในปี 2567 แต่ปัจจุบันไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานการเมืองหรือรัฐสภาแล้ว เนื่องจากลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร

ส่วนกรณีการสวมชุดทหารเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ อธิบายว่า ตนเข้าร่วมในภาคการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการรับมือเหตุอาคารถล่ม น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม เหตุเพลิงไหม้ และสาธารณภัยต่างๆ โดยเข้าร่วมในฐานะ อปพร. เนื่องจากหน่วยบัญชาการฐานพัฒนาเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าร่วมฝึกปฏิบัติ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ อุปกรณ์ และทักษะการปฏิบัติงานร่วมกัน พร้อมยอมรับว่าในการฝึกดังกล่าวได้สวมเครื่องแบบทหารจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้เป็นทหาร และไม่ได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานของรัฐ

ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า เคยผ่านการอบรมหลักสูตรการป้องกันเหตุกราดยิง Active Shooter ซึ่งผู้เข้าอบรมจะได้รับเสื้อสีแดงเลือดหมูที่มีลักษณะคล้ายเสื้อของตำรวจจากผู้จัดหลักสูตรอีกด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...