โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระเบิดเวลา “ฮอร์มุซ” พังพินาศ! สหรัฐฯ-อิหร่าน ฉีก MOU สันติภาพ วินาศกรรมลามแผน “ลอบสังหารทรัมป์”

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ชนวนเหตุความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางลุกเป็นไฟอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อความตกลงหยุดยิงชั่วคราวและบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพระหว่างสองมหาอำนาจคู่ปรับตลอดกาลอย่าง สหรัฐอเมริกา และ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ที่เพิ่งมีผลไปเมื่อเดือนก่อน ได้ถูก “ฉีกทิ้ง” เป็นที่เรียบร้อย นำไปสู่การกลับมาปะทะกันอย่างดุเดือด ทั้งในทางทหารบนน่านน้ำยุทธศาสตร์ และลามปามไปจนถึงปฏิบัติการใต้ดินขั้นรุนแรงที่เกือบปลิดชีพผู้นำโลก

ความตึงเครียดไม่ได้หยุดอยู่แค่การสู้รบในน่านน้ำตะวันออกกลาง แต่ดุเดือดลุกลามมาถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลข่าวกรองล่าสุดเกี่ยวกับ "แผนการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์"

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในขณะนี้ เดินมาถึงจุดที่ล่อแหลมที่สุดในรอบหลายทศวรรษ แม้จะมีรายงานข่าวว่าอาจมีการพยายามเปิดโต๊ะเจรจาอีกครั้งเพื่อหาทางออก แต่การที่ทั้งสองฝ่ายต่างหันมาใช้มาตรการรุนแรง ทั้งการปิดช่องแคบฮอร์มุซ การระดมทิ้งระเบิด และการลามปามไปจนถึงแผนลอบสังหารผู้นำประเทศ ย่อมทำให้รอยร้าวครั้งนี้ยากจะประสาน และโลกอาจต้องเตรียมรับมือกับ "สงครามพลังงานและสงครามตัวแทน" ที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนับจากนี้

ชนวนเหตุแห่งความขัดแย้งหนนี้ พุ่งเป้าไปที่ความล้มเหลวในการรักษาความปลอดภัยบริเวณ "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นเลือดใหญ่ทางการคมนาคมขนส่งพลังงานของโลก การเปิดฉากเผชิญหน้าทางทหารและเหตุวินาศกรรมเรือสินค้าในพื้นที่ดังกล่าว ส่งผลให้ข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้กลายเป็นเพียงเศษกระดาษ

ปัจจุบัน กองทัพของทั้งสองฝ่ายเร่งระดมสรรพาวุธเข้าประจันหน้า มีรายงานการส่งฝูงบินทิ้งระเบิดและขีปนาวุธโจมตีฐานที่มั่นของกันและกันอย่างดุเดือด นำไปสู่การปิดตายเส้นทางเดินเรือที่ผลักดันให้เศรษฐกิจโลกเสี่ยงเผชิญกับภาวะชะงักงันครั้งใหญ่

ความน่าสะพรึงกลัวของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การสู้รบด้วยอาวุธหนักในตะวันออกกลางเท่านั้น แต่ยังได้ขยายวงลามปามมาถึงใจกลางแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

รายงานด่วนจากหน่วยข่าวกรองสากล มีการตรวจพบการเคลื่อนไหวของปฏิบัติการใต้ดินขั้นรุนแรง โดยระบุเด่นชัดถึง "แผนการลอบสังหารประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์" ซึ่งการเปิดโปงแผนลับปลิดชีพผู้นำในครั้งนี้ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ตัดโอกาสในการหันหน้าเข้าหากันของทั้งสองมหาอำนาจ ยกระดับความตึงเครียดขึ้นสู่จุดที่ล่อแหลมและพร้อมจะระเบิดเป็นสงครามใหญ่ได้ทุกวินาที

แม้ในทางลับจะยังมีกระแสข่าวว่าความพยายามทางการทูตจากประเทศตัวกลางกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเปิดโต๊ะเจรจาไกล่เกลี่ยและหาทางออกรอบใหม่ ทว่าในความเป็นจริง โอกาสริบหรี่ลงไปทุกขณะ เนื่องจากมาตรการที่ทั้งสองฝ่ายนำมาใช้โต้ตอบกัน ล้วนเป็นมาตรการขั้นสุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็น การปิดตายช่องแคบพลังงาน เพื่อกดดันเศรษฐกิจฝั่งตะวันตกการระดมทิ้งระเบิดทำลายล้าง ฐานยุทธศาสตร์ทางทหาร และปฏิบัติการใต้ดินทางข้อมูลและบุคคล ที่ลามไปถึงการปองร้ายผู้นำประเทศ

รอยร้าวที่เกิดขึ้นในเดือนนี้จึงลึกเกินกว่าจะประสานได้ในระยะเวลาอันสั้น ประชาคมโลกนับจากนี้อาจไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเตรียมพร้อมรับมือกับ "สงครามพลังงานและสงครามตัวแทน (Proxy War)" ที่จะทวีความรุนแรงและสร้างความเสียหายในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

#สหรัฐอิหร่าน #ช่องแคบฮอร์มุซ #โดนัลด์ทรัมป์ #DonaldTrump #ลอบสังหารทรัมป์ #ตะวันออกกลาง #ข่าวต่างประเทศ #สงคราม #วิกฤตพลังงาน #สงครามตัวแทน #ProxyWar #ข่าวเด่นวันนี้ #ข่าวด่วน #BreakingNews #ความมั่นคงโลก #เศรษฐกิจโลก วิกฤตการณ์โลก #MOUสันติภาพ #การเมืองโลก #Hormuz Strait

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...