โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(คลิป) ราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดัน สั่งจับตา! ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"GCAP GOLD" ประเมินทิศทางราคาทองคำยังเผชิญแรงกดดัน จากการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยตลาดยังให้น้ำหนักที่เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดต่อเนื่องแล้ว ยังเริ่มจับตาความเป็นไปได้ที่เฟดอาจเดินหน้าลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ในปัจจุบัน

นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำยังคงเผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบเข้มงวดของเฟด ขณะที่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่า ประเด็นที่ตลาดยังให้น้ำหนักไม่เต็มที่คือ แนวทางการดำเนินนโยบายของ Kevin Warsh ซึ่งมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลดสภาพคล่องในระบบการเงินควบคู่กับการใช้นโยบายอัตราดอกเบี้ย เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพของค่าเงินดอลลาร์และควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ราคาทองคำ

การลดสภาพคล่อง หมายถึงการดึงเม็ดเงินบางส่วนออกจากระบบการเงิน ส่งผลให้ภาวะการเงินตึงตัวขึ้น ต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับสูง หากเฟดเดินหน้าลดสภาพคล่องควบคู่กับการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง จะยิ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะเดียวกัน นักลงทุนอาจทยอยเพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเงินสดมากขึ้น ส่งผลให้แรงซื้อทองคำในระยะสั้นยังมีแนวโน้มชะลอตัว

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพระยะสั้นยังถูกกดดัน แต่หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานระยะยาว ทองคำยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าซื้อสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก การกระจายความเสี่ยงออกจากเงินดอลลาร์ รวมถึงความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยจำกัด Downside ของราคาทองคำในระยะยาว ดังนั้นจึงมองว่าการอ่อนตัวในระยะนี้ควรติดตามการสร้างฐานราคาและสัญญาณการกลับเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบันอย่างใกล้ชิด

"ปัจจัยที่ต้องติดตามมากที่สุดในระยะนี้ คือ ทิศทางของค่าเงินดอลลาร์ สภาพคล่องในระบบการเงิน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หากดอลลาร์ยังแข็งค่าและ Bond Yield ทรงตัวในระดับสูง ราคาทองคำมีแนวโน้มถูกกดดันต่อเนื่อง แต่หากเริ่มเห็นสัญญาณการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หรือค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ราคาทองคำกลับมาฟื้นตัวได้ นักลงทุนจึงควรติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญและถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินทิศทางสภาพคล่องและแนวโน้มตลาดในระยะต่อไป" นางสาวอารีรัตน์ ระบุ

ราคาทองคำ

ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงมองว่าราคาทองคำอยู่ในแนวโน้มขาลง แม้ระยะสั้นอาจเห็นแรงรีบาวด์ทางเทคนิค เนื่องจากราคาเริ่มเข้าสู่เขต Oversold จึงแนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะแบ่งขายทำกำไรหรือทยอยลดสถานะ หากราคาดีดตัวขึ้นเข้าใกล้แนวต้านบริเวณ 4,150-4,220 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 65,000-65,800 บาท) เพราะหากยังไม่สามารถผ่านโซนดังกล่าวได้ การฟื้นตัวครั้งนี้ยังมีแนวโน้มเป็นเพียงการรีบาวด์ระยะสั้น และมีโอกาสกลับมาเผชิญแรงขายอีกครั้ง

ส่วนผู้ที่ต้องการลงทุนฝั่งซื้อ แนะนำรอทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงใกล้แนวรับ 3,925-3,870 ดอลลาร์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 62,100-61,800 บาท) ซึ่งเป็นโซนที่มีความน่าสนใจสำหรับการเข้าลงทุนมากกว่าการไล่ซื้อระหว่างที่ราคากำลังรีบาวด์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...