โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สลด! พบชิ้นเนื้อทารกอายุครรภ์ 4-5 เดือน ถูกทิ้งอุดตันชักโครกปั๊มน้ำมัน

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สลด! พบชิ้นเนื้อคล้ายทารก อายุครรภ์ 4-5 เดือน ถูกทิ้งอุดตันชักโครกปั๊มน้ำมัน คาดฝีมือแม่ใจยักษ์ อาจเกิดอาการแท้งกะทันหันหรือตั้งใจ ตำรวจเร่งล่าตัว

สลด! พบชิ้นเนื้อคล้ายทารก อายุครรภ์ 4-5 เดือน ถูกทิ้งอุดตันชักโครกปั๊มน้ำมัน คาดฝีมือแม่ใจยักษ์ อาจเกิดอาการแท้งกะทันหันหรือตั้งใจ ตำรวจเร่งล่าตัว

เมื่อเวลา 21.45 น. วานนี้ (3 ก.ค. 2569) ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ชีพกู้ภัยปะทิว สมาคมนักข่าวจังหวัดชุมพร ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนใจ มีผู้พบรอยเลือดเป็นจำนวนมากบริเวณหน้าห้องน้ำและภายในห้องน้ำหญิง ปั๊มน้ำมัน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.ชุมโค อ.ปะทิว จ.ชุมพร หลังรับแจ้งจึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะทิว พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านบ้านบางจาก กำนันตำบลชุมโค และอาสาสมัครกู้ภัยฯ รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

ในที่เกิดเหตุบริเวณห้องน้ำหญิง ภายในโถชักโครกพบน้ำลักษณะสีแดงขุ่นคล้ายน้ำปนเลือดเอ่อล้นอยู่เต็มโถ และมีอาการอุดตันอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการระบายน้ำออกเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงเมื่อพบชิ้นเนื้อชิ้นแรกมีลักษณะคล้ายรกเด็กห่อหุ้มอยู่ และเมื่อเจ้าหน้าที่ดึงชิ้นส่วนที่สองตามออกมา ก็ต้องช็อกสุดขีดเมื่อพบว่าเป็นร่างของทารกเพศยังไม่แน่ชัด อายุครรภ์ประมาณ 4-5 เดือน สภาพร่างกายมีแขนขาและอวัยวะครบถ้วน ชันสูตรเบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 3 ชั่วโมง

จากการสันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าแม่ของเด็กอาจเกิดอาการแท้งกะทันหัน หรือตั้งใจทำแท้งก่อนจะนำร่างทารกมาทิ้งลงโถชักโครกเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ร่างของทารกและรกเกิดไปอุดตันจนน้ำไม่สามารถระบายได้ จนกระทั่งมีผู้มาพบรอยเลือดและแจ้งเจ้าหน้าที่

ทางด้านพนักงานสอบสวน สภ.ปะทิว ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน (วิทยาการ) จังหวัดชุมพร เข้ามาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมทั้งทำการเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อและดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการมัดตัวผู้กระทำผิด นอกจากนี้ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบปั๊มน้ำมันและเส้นทางใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสและติดตามตัวแม่รายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...