กอ.รมน.ภาค 4 สน. แจงกรณีบุคคลอ้างเป็นแกนนำ BRN ยื่นเงื่อนไขวางอาวุธ ชี้ยังไร้การยืนยันตัวตน ย้ำรัฐมีกลไกเจรจาตามกฎหมาย
วันนี้ (4 กรกฎาคม) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่มีบุคคลอ้างตัวว่าเป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธของขบวนการ BRN ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เผยแพร่ข้อความและเสนอเงื่อนไขเกี่ยวกับการวางอาวุธ ตลอดจนเรียกร้องให้มีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐออกจากพื้นที่
พ.อ.เอกวริทธิ์ เปิดเผยว่า ในชั้นต้นนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่มีข้อมูลพยานหลักฐานที่สามารถยืนยันตัวตน สถานะที่แท้จริง หรืออำนาจในการสั่งการของบุคคลที่ปรากฏตัวในสื่อดังกล่าวได้ ดังนั้น กอ.รมน.ภาค 4 สน. จึงมีความจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการพิจารณาข้อมูล และไม่อาจนำคำกล่าวอ้างดังกล่าวมาใช้เป็นข้อยืนยันถึงจุดยืน นโยบาย หรือข้อเรียกร้องอย่างเป็นทางการขององค์กรหรือกลุ่มขบวนการใดได้
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยมีกลไกและช่องทางในการสร้างสันติสุขที่ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายและนโยบายของรัฐอย่างชัดเจน หากบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดมีความประสงค์ที่จะยุติการใช้ความรุนแรง ต้องการกลับเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หรือประสงค์จะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการคลี่คลายสถานการณ์ในพื้นที่ รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงก็พร้อมที่จะดำเนินการผ่านช่องทางที่เป็นทางการ โดยยึดมั่นในหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
พร้อมกันนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้ระบุว่า สิ่งสำคัญที่ประชาชนควรนำมาพิจารณาคือ การสร้างสันติสุขที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการยุติการใช้ความรุนแรงอย่างแท้จริง และต้องแสดงออกผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นเพียงคำกล่าวอ้างหรือการสื่อสารเพื่อสร้างกระแสผ่านสื่อมวลชนเพียงด้านเดียว
ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ขอยืนยันว่าจะยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัยของประชาชน รวมถึงบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างเด็ดขาดและไม่เลือกปฏิบัติ พร้อมทั้งสนับสนุนทุกแนวทางที่จะนำไปสู่การลดความรุนแรงและสร้างสันติสุข ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ
พ.อ.เอกวริทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานของรัฐและแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ พร้อมทั้งใช้วิจารณญาณในการรับชมหรือส่งต่อข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือหรือเป้าหมายของการบิดเบือนข้อมูล ซึ่งอาจนำไปสู่การสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสถานการณ์ความเป็นจริงในพื้นที่