ชนวนสลด! นักเคลื่อนไหวจุดไฟเผาตัวเอง ทนบาดแผลไม่ไหว ก่อนดับหน้ายูเอ็น
เหตุสลด! นักเคลื่อนไหวชาวทิเบตจุดไฟเผาตัวเองหน้าตึกยูเอ็น เรียกร้องเอกราช-ต้านกฎหมายชาติพันธุ์จีน ย้อนสถิติคนเผาตัวตายประท้วงแตะ 150 ครั้ง
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ตำรวจนครนิวยอร์กรับแจ้งเหตุฉุกเฉินเวลาประมาณ 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น เจ้าหน้าที่พบชายมีแผลไฟไหม้รุนแรงบริเวณใกล้สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเบลล์วิว ก่อนเขาจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา ปัจจุบันตำรวจกำลังสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต โดยตำรวจไม่ได้ระบุชื่อและไม่ได้เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุ
สื่อของชาวทิเบตพลัดถิ่น Voice of Tibet รายงานว่า ผู้เสียชีวิตคือ ลอบกา รังเซน (Lobga Rangzen) นักเคลื่อนไหวชาวทิเบตจุดไฟเผาตัวเองหลังจากการไลฟ์สดเรียกร้องเอกราชและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวทิเบต
ขณะที่เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่น amNewYork ระบุว่าเขาทำงานเป็นคนขับรถอูเบอร์ (Uber) และเดินทางมาที่เกิดเหตุพร้อมกับธงชาติทิเบต ลอบซัง พัลจอร์ เพื่อนคนขับรถอูเบอร์ เล่าว่าเขารู้จักรังเซนจากการไปร่วมงานของชุมชนชาวทิเบต อีกฝ่ายรู้สึกโกรธแค้นที่รัฐบาลจีนออกข้อจำกัดควบคุมเพื่อนร่วมชาติ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปมีความกังวลเรื่องกฎหมายความสามัคคีทางชาติพันธุ์ฉบับใหม่ของจีน กฎหมายนี้เพิ่งมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์นี้และเปิดทางให้รัฐบาลปักกิ่งดำเนินคดีกับคนนอกประเทศได้ รัฐบาลจีนมุ่งสร้างอัตลักษณ์ร่วมระดับชาติให้กับชนกลุ่มน้อย 55 กลุ่ม รวมทั้งชาวทิเบตและอุยกูร์ สร้างความไม่พอใจให้ชาวทิเบตทั่วโลกที่พากันออกมาต่อต้านกฎหมายฉบับนี้
ปัจจุบันประเด็นชนกลุ่มน้อยถือเป็นเรื่องอ่อนไหวมากในจีน รัฐบาลจีนเฝ้าระวังชาวทิเบตและชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ อย่างเพื่อป้องกันการแบ่งแยกดินแดน รัฐบาลปักกิ่งเพิ่มการควบคุมทางสถาบันในทิเบตมากขึ้นตั้งแต่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ขึ้นรับตำแหน่งในปี 2555
อย่างไรก็ดีเทนโช กยัตโซ ประธานองค์กร International Campaign for Tibet (ICT) แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของรังเซน พร้อมยกย่องว่าเขาเป็นผู้สนับสนุนทิเบตที่ไม่เคยเหน็ดเหนื่อย
ข้อมูลจากองค์กร ICT ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2565 มีชาวทิเบตจุดไฟเผาตัวเองเพื่อประท้วงนโยบายของจีนแล้วกว่า 150 ครั้ง โดยมี 10 ครั้งเกิดขึ้นขณะลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ
ข้อมูลจาก : theguardian
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง