6 อาหาร ถูกยกเป็น "เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ" บำรุงปอด ฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ
6 อาหารดีต่อปอด ช่วยดูแลทางเดินหายใจในวันที่เจอฝุ่น มลพิษ และอากาศแปรปรวน "เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ"
ช่วงที่อากาศเปลี่ยน ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น หรือใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ หลายคนอาจรู้สึกเจ็บคอ ไอแห้ง ระคายคอ เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่โล่ง แม้ไม่ได้ป่วยรุนแรงก็ตาม ทำให้คำว่า “อาหารดีต่อปอด” กลับมาเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องเจอมลภาวะเป็นประจำ
ข้อมูลจาก American Lung Association ระบุว่า โภชนาการที่เหมาะสมมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบหายใจ โดยเฉพาะอาหารที่มีใยอาหาร โปรตีน ผัก และผลไม้ ขณะที่ European Respiratory Society ระบุว่า อาหารที่มีผักผลไม้สูงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพปอด เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ
อาหารช่วยล้างปอดได้จริงไหม
ก่อนจะไปดูรายชื่ออาหาร ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถ “ล้างปอด” หรือกำจัดฝุ่นออกจากปอดได้ทันทีแบบที่หลายคนเข้าใจ อาหารไม่สามารถทดแทนการใส่หน้ากาก การหลีกเลี่ยงมลพิษ การเลิกสูบบุหรี่ หรือการรักษาจากแพทย์ได้
อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดมีน้ำมาก มีวิตามิน มีใยอาหาร และมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงอาจช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ลดความระคายคอในบางคน และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น เมื่อรับประทานร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพโดยรวม
1. ลูกแพร์ ผลไม้ฉ่ำน้ำที่เหมาะกับช่วงคอแห้ง
ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก รสหวานอ่อน กินง่าย และมักถูกนำมาใช้ในเมนูพื้นบ้านเมื่อมีอาการคอแห้งหรือไอเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงอากาศแห้งหรืออากาศเปลี่ยน
ข้อมูลจากงานทบทวนวรรณกรรมที่เผยแพร่ในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีใยอาหาร และเป็นแหล่งของวิตามินซี ซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการต้านอนุมูลอิสระ
วิธีกินที่เหมาะคือกินสดเป็นผลไม้ หรือหั่นใส่น้ำอุ่นเล็กน้อย หากนำไปนึ่งกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลกรวด ควรใช้ความหวานแต่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลหรือคุมน้ำหนัก
2. หัวไชเท้าขาว ผักรากใกล้ตัวที่หลายบ้านมีติดครัว
หัวไชเท้าขาวเป็นผักรากที่พบได้บ่อยในอาหารเอเชีย ทั้งซุป ต้มจืด สตูว์ หรือเมนูตุ๋นต่าง ๆ จุดเด่นคือมีน้ำมาก กินง่าย และให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อรับประทานเป็นซุปร้อน ๆ
ในมุมอาหารพื้นบ้าน หัวไชเท้ามักถูกมองว่าเป็นอาหารช่วยคลายร้อนและทำให้คอโล่ง ส่วนในมุมโภชนาการสมัยใหม่ ผักกลุ่มนี้มีใยอาหารและสารพฤกษเคมีหลายชนิด การกินเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่หลากหลายจึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม
เมนูที่เหมาะคือซุปหัวไชเท้า ต้มจืดหัวไชเท้ากับหมูสับ หรือหัวไชเท้าตุ๋นในน้ำซุปใส ควรหลีกเลี่ยงการปรุงเค็มจัด เพราะโซเดียมสูงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมความดันโลหิต
3. เห็ดหิมะ วัตถุดิบยอดนิยมในเมนูบำรุงร่างกาย
เห็ดหิมะ หรือ Tremella fuciformis เป็นวัตถุดิบที่นิยมในเมนูของหวานและเมนูตุ๋น มีเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น กินแล้วรู้สึกสบายคอ จึงถูกเรียกเล่น ๆ ในบางพื้นที่ว่าเป็น “รังนกของคนธรรมดา” เพราะนำมาทำเมนูหวานบำรุงร่างกายได้หลากหลาย
งานทบทวนในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า โพลีแซ็กคาไรด์จากเห็ดหิมะเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ถูกศึกษาในด้านการต้านอนุมูลอิสระและการสนับสนุนภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนหนึ่งยังเป็นการศึกษาในระดับทดลอง จึงไม่ควรมองว่าเห็ดหิมะเป็นยารักษาโรคทางเดินหายใจ
เมนูที่นิยม เช่น เห็ดหิมะตุ๋นพุทราจีน เมล็ดบัว หรือทำเป็นขนมหวานแบบน้ำใส แต่ควรระวังปริมาณน้ำตาล เพราะเมนูเห็ดหิมะหลายสูตรมักเติมน้ำตาลกรวดค่อนข้างมาก
4. หัวลิลลี่ วัตถุดิบที่ต้องเลือกให้ถูกชนิด
หัวลิลลี่ที่ใช้รับประทานเป็นคนละเรื่องกับดอกลิลลี่ประดับแจกัน โดยในตำรับอาหารจีนมักใช้ส่วนหัวของพืชที่รับประทานได้ นำมาปรุงเป็นซุปหรือของหวาน มีรสหวานอ่อนและเนื้อสัมผัสนุ่ม
ในมุมแพทย์แผนจีน หัวลิลลี่มักถูกพูดถึงเรื่องการช่วยให้คอและทางเดินหายใจรู้สึกชุ่มชื้น โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้ง แต่ผู้ที่ท้องเสียง่าย ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ หรือมีอาการไอพร้อมเสมหะใสจำนวนมาก ควรระวังและไม่ควรกินมากเกินไป
ข้อสำคัญคือ ห้ามขุดหัวของดอกลิลลี่ประดับมารับประทานเอง เพราะอาจเป็นคนละชนิดกับที่ใช้ในอาหาร และอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ควรเลือกซื้อจากร้านอาหารแห้งหรือแหล่งจำหน่ายที่ระบุว่าเป็นชนิดสำหรับรับประทานเท่านั้น
5. รากบัว ผักกรอบฉ่ำที่ให้ใยอาหารและวิตามิน
รากบัวเป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในครัวเอเชีย มีเนื้อกรอบ รสอ่อน และนำไปทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เช่น ซุปรากบัว รากบัวต้ม รากบัวผัด หรือของหวานจากรากบัว
จุดเด่นของรากบัวคือมีใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติ และแร่ธาตุบางชนิด จึงช่วยให้อิ่มสบาย ไม่หนักท้องจนเกินไป เหมาะกับการใส่ในซุปหรือเมนูต้มในวันที่รู้สึกอ่อนเพลียหรือไม่อยากกินอาหารหนัก
สำหรับคนที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือด ควรกินรากบัวในปริมาณพอดี เพราะรากบัวมีแป้งตามธรรมชาติ ไม่ควรกินแทนผักใบเขียวทั้งหมดในมื้ออาหาร
6. ลูกพลับ ผลไม้หวานฉ่ำที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ
ลูกพลับเป็นผลไม้รสหวาน เนื้อนุ่มหรือกรอบตามสายพันธุ์ และมักถูกนำมาใช้ในตำรับพื้นบ้านเมื่อรู้สึกระคายคอในช่วงเปลี่ยนฤดู
งานทบทวนทางวิชาการในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า ลูกพลับมีสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม รวมถึงแคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลไม้ชนิดนี้ถูกพูดถึงในด้านการสนับสนุนสุขภาพโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ลูกพลับมีรสหวานและให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต จึงควรกินในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด ไม่ควรนำไปเชื่อม หรือต้มกับน้ำตาลปริมาณมากจนกลายเป็นเมนูหวานจัด
ใครควรเพิ่มอาหารกลุ่มนี้ในเมนูประจำสัปดาห์
อาหารทั้ง 6 ชนิดนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มผักผลไม้และอาหารที่ให้ความสดชื่นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่ เจอฝุ่น ควัน อากาศแห้ง นอนดึก พูดเยอะ หรือมีอาการระคายคอได้ง่ายเมื่ออากาศเปลี่ยน
แต่หากมีอาการไอเรื้อรัง หายใจเหนื่อย หอบ แน่นหน้าอก มีไข้ เสมหะปนเลือด หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ไม่ควรดูแลด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการทางระบบหายใจบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
สรุป อาหารดีต่อปอดควรกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์
ลูกแพร์ หัวไชเท้าขาว เห็ดหิมะ หัวลิลลี่ รากบัว และลูกพลับ เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้เมนูประจำวัน และมีจุดเด่นเรื่องน้ำ ใยอาหาร วิตามิน หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนสุขภาพทางเดินหายใจและฟิ้นฟูทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องฟอกปอดหรือยารักษาโรค วิธีดูแลปอดที่สำคัญยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ลดการสัมผัสฝุ่น ใส่หน้ากากเมื่อค่าฝุ่นสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้พอ และกินอาหารให้ครบหมู่เป็นประจำ