โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

6 อาหาร ถูกยกเป็น "เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ" บำรุงปอด ฟื้นฟูระบบทางเดินหายใจ

sanook.com

เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
6 อาหารดีต่อปอด ช่วยดูแลทางเดินหายใจในวันที่เจอฝุ่น มลพิษ และอากาศแปรปรวน ถูกยกเป็น

6 อาหารดีต่อปอด ช่วยดูแลทางเดินหายใจในวันที่เจอฝุ่น มลพิษ และอากาศแปรปรวน "เครื่องฟอกอากาศธรรมชาติ"

ช่วงที่อากาศเปลี่ยน ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น หรือใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่ หลายคนอาจรู้สึกเจ็บคอ ไอแห้ง ระคายคอ เหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่โล่ง แม้ไม่ได้ป่วยรุนแรงก็ตาม ทำให้คำว่า “อาหารดีต่อปอด” กลับมาเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่ต้องเจอมลภาวะเป็นประจำ

ข้อมูลจาก American Lung Association ระบุว่า โภชนาการที่เหมาะสมมีส่วนช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบหายใจ โดยเฉพาะอาหารที่มีใยอาหาร โปรตีน ผัก และผลไม้ ขณะที่ European Respiratory Society ระบุว่า อาหารที่มีผักผลไม้สูงอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพปอด เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านการอักเสบตามธรรมชาติ

อาหารช่วยล้างปอดได้จริงไหม

ก่อนจะไปดูรายชื่ออาหาร ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีอาหารชนิดใดที่สามารถ “ล้างปอด” หรือกำจัดฝุ่นออกจากปอดได้ทันทีแบบที่หลายคนเข้าใจ อาหารไม่สามารถทดแทนการใส่หน้ากาก การหลีกเลี่ยงมลพิษ การเลิกสูบบุหรี่ หรือการรักษาจากแพทย์ได้

อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิดมีน้ำมาก มีวิตามิน มีใยอาหาร และมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงอาจช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ลดความระคายคอในบางคน และสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น เมื่อรับประทานร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอและดูแลสุขภาพโดยรวม

1. ลูกแพร์ ผลไม้ฉ่ำน้ำที่เหมาะกับช่วงคอแห้ง

ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีน้ำมาก รสหวานอ่อน กินง่าย และมักถูกนำมาใช้ในเมนูพื้นบ้านเมื่อมีอาการคอแห้งหรือไอเล็กน้อย โดยเฉพาะในช่วงอากาศแห้งหรืออากาศเปลี่ยน

ข้อมูลจากงานทบทวนวรรณกรรมที่เผยแพร่ในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า ลูกแพร์เป็นผลไม้ที่มีใยอาหาร และเป็นแหล่งของวิตามินซี ซึ่งเป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันและการต้านอนุมูลอิสระ

วิธีกินที่เหมาะคือกินสดเป็นผลไม้ หรือหั่นใส่น้ำอุ่นเล็กน้อย หากนำไปนึ่งกับน้ำผึ้งหรือน้ำตาลกรวด ควรใช้ความหวานแต่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลหรือคุมน้ำหนัก

2. หัวไชเท้าขาว ผักรากใกล้ตัวที่หลายบ้านมีติดครัว

หัวไชเท้าขาวเป็นผักรากที่พบได้บ่อยในอาหารเอเชีย ทั้งซุป ต้มจืด สตูว์ หรือเมนูตุ๋นต่าง ๆ จุดเด่นคือมีน้ำมาก กินง่าย และให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อรับประทานเป็นซุปร้อน ๆ

ในมุมอาหารพื้นบ้าน หัวไชเท้ามักถูกมองว่าเป็นอาหารช่วยคลายร้อนและทำให้คอโล่ง ส่วนในมุมโภชนาการสมัยใหม่ ผักกลุ่มนี้มีใยอาหารและสารพฤกษเคมีหลายชนิด การกินเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารที่หลากหลายจึงเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม

เมนูที่เหมาะคือซุปหัวไชเท้า ต้มจืดหัวไชเท้ากับหมูสับ หรือหัวไชเท้าตุ๋นในน้ำซุปใส ควรหลีกเลี่ยงการปรุงเค็มจัด เพราะโซเดียมสูงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องควบคุมความดันโลหิต

3. เห็ดหิมะ วัตถุดิบยอดนิยมในเมนูบำรุงร่างกาย

เห็ดหิมะ หรือ Tremella fuciformis เป็นวัตถุดิบที่นิยมในเมนูของหวานและเมนูตุ๋น มีเนื้อสัมผัสนุ่มลื่น กินแล้วรู้สึกสบายคอ จึงถูกเรียกเล่น ๆ ในบางพื้นที่ว่าเป็น “รังนกของคนธรรมดา” เพราะนำมาทำเมนูหวานบำรุงร่างกายได้หลากหลาย

งานทบทวนในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า โพลีแซ็กคาไรด์จากเห็ดหิมะเป็นสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่ถูกศึกษาในด้านการต้านอนุมูลอิสระและการสนับสนุนภูมิคุ้มกัน อย่างไรก็ตาม หลักฐานส่วนหนึ่งยังเป็นการศึกษาในระดับทดลอง จึงไม่ควรมองว่าเห็ดหิมะเป็นยารักษาโรคทางเดินหายใจ

เมนูที่นิยม เช่น เห็ดหิมะตุ๋นพุทราจีน เมล็ดบัว หรือทำเป็นขนมหวานแบบน้ำใส แต่ควรระวังปริมาณน้ำตาล เพราะเมนูเห็ดหิมะหลายสูตรมักเติมน้ำตาลกรวดค่อนข้างมาก

4. หัวลิลลี่ วัตถุดิบที่ต้องเลือกให้ถูกชนิด

หัวลิลลี่ที่ใช้รับประทานเป็นคนละเรื่องกับดอกลิลลี่ประดับแจกัน โดยในตำรับอาหารจีนมักใช้ส่วนหัวของพืชที่รับประทานได้ นำมาปรุงเป็นซุปหรือของหวาน มีรสหวานอ่อนและเนื้อสัมผัสนุ่ม

ในมุมแพทย์แผนจีน หัวลิลลี่มักถูกพูดถึงเรื่องการช่วยให้คอและทางเดินหายใจรู้สึกชุ่มชื้น โดยเฉพาะช่วงอากาศแห้ง แต่ผู้ที่ท้องเสียง่าย ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ หรือมีอาการไอพร้อมเสมหะใสจำนวนมาก ควรระวังและไม่ควรกินมากเกินไป

ข้อสำคัญคือ ห้ามขุดหัวของดอกลิลลี่ประดับมารับประทานเอง เพราะอาจเป็นคนละชนิดกับที่ใช้ในอาหาร และอาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือระคายเคืองทางเดินอาหารได้ ควรเลือกซื้อจากร้านอาหารแห้งหรือแหล่งจำหน่ายที่ระบุว่าเป็นชนิดสำหรับรับประทานเท่านั้น

5. รากบัว ผักกรอบฉ่ำที่ให้ใยอาหารและวิตามิน

รากบัวเป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในครัวเอเชีย มีเนื้อกรอบ รสอ่อน และนำไปทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน เช่น ซุปรากบัว รากบัวต้ม รากบัวผัด หรือของหวานจากรากบัว

จุดเด่นของรากบัวคือมีใยอาหาร คาร์โบไฮเดรตตามธรรมชาติ และแร่ธาตุบางชนิด จึงช่วยให้อิ่มสบาย ไม่หนักท้องจนเกินไป เหมาะกับการใส่ในซุปหรือเมนูต้มในวันที่รู้สึกอ่อนเพลียหรือไม่อยากกินอาหารหนัก

สำหรับคนที่ต้องควบคุมน้ำหนักหรือระดับน้ำตาลในเลือด ควรกินรากบัวในปริมาณพอดี เพราะรากบัวมีแป้งตามธรรมชาติ ไม่ควรกินแทนผักใบเขียวทั้งหมดในมื้ออาหาร

6. ลูกพลับ ผลไม้หวานฉ่ำที่มีวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ

ลูกพลับเป็นผลไม้รสหวาน เนื้อนุ่มหรือกรอบตามสายพันธุ์ และมักถูกนำมาใช้ในตำรับพื้นบ้านเมื่อรู้สึกระคายคอในช่วงเปลี่ยนฤดู

งานทบทวนทางวิชาการในฐานข้อมูล PubMed Central ระบุว่า ลูกพลับมีสารพฤกษเคมีหลายกลุ่ม รวมถึงแคโรทีนอยด์ โพลีฟีนอล และสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลไม้ชนิดนี้ถูกพูดถึงในด้านการสนับสนุนสุขภาพโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ลูกพลับมีรสหวานและให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต จึงควรกินในปริมาณพอเหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือด ไม่ควรนำไปเชื่อม หรือต้มกับน้ำตาลปริมาณมากจนกลายเป็นเมนูหวานจัด

ใครควรเพิ่มอาหารกลุ่มนี้ในเมนูประจำสัปดาห์

อาหารทั้ง 6 ชนิดนี้เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มผักผลไม้และอาหารที่ให้ความสดชื่นในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเมืองใหญ่ เจอฝุ่น ควัน อากาศแห้ง นอนดึก พูดเยอะ หรือมีอาการระคายคอได้ง่ายเมื่ออากาศเปลี่ยน

แต่หากมีอาการไอเรื้อรัง หายใจเหนื่อย หอบ แน่นหน้าอก มีไข้ เสมหะปนเลือด หรือน้ำหนักลดผิดปกติ ไม่ควรดูแลด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ เพราะอาการทางระบบหายใจบางอย่างอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

สรุป อาหารดีต่อปอดควรกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์

ลูกแพร์ หัวไชเท้าขาว เห็ดหิมะ หัวลิลลี่ รากบัว และลูกพลับ เป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้เมนูประจำวัน และมีจุดเด่นเรื่องน้ำ ใยอาหาร วิตามิน หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยสนับสนุนสุขภาพทางเดินหายใจและฟิ้นฟูทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม อาหารเหล่านี้ไม่ใช่เครื่องฟอกปอดหรือยารักษาโรค วิธีดูแลปอดที่สำคัญยังคงเป็นการหลีกเลี่ยงควันบุหรี่ ลดการสัมผัสฝุ่น ใส่หน้ากากเมื่อค่าฝุ่นสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ พักผ่อนให้พอ และกินอาหารให้ครบหมู่เป็นประจำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...