โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"มนุษย์ดิจิทัล" เทรนด์ใหม่บนโลกไลฟ์คอมเมิร์ซ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2567 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 08.15 น.

จีนเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าด้าน “อีคอมเมิร์ซ” อันดับต้น ๆ ของโลก และยังเป็นเทรนด์เซตเตอร์ ที่ขยายความสำเร็จของการขายสินค้าออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ ไปในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะ “ไลฟ์คอมเมิร์ซ” ที่แจ้งเกิดนักไลฟ์มือทอง และ KOLs ที่สร้างรายได้จากการไลฟ์เป็นกอบเป็นกำ

การเติบโตของไลฟ์คอมเมิร์ซไม่ได้เดบิวต์นักไลฟ์หรือ KOLs หน้าใหม่เท่านั้น ยังทำให้ “มนุษย์ดิจิทัล” (Digital Human) ที่เกิดจาก AI มีโอกาสเฉิดฉายในโลกการไลฟ์อีกด้วย

สำนักข่าว Jing Daily ยกตัวอย่างกรณี “หลิว รัน” (Liu Run) อินฟลูเอนเซอร์ชาวจีน ที่มีผู้ติดตามบนโตว่อิน (Douyin) มากกว่า 1 ล้านรายว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา “หลิว” ได้ใช้เทคโนโลยี “ดีปเฟก เอไอ” (Deepfake AI) สร้างตัวตนเสมือนขึ้นมาไลฟ์บอกเล่าเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำธุรกิจ ปรากฏว่ามีผู้ติดตามจำนวนน้อยมากที่ระบุได้ว่าคนที่ไลฟ์อยู่เป็น “ร่างโคลน” โดย Deepfake AI

แม้การใช้ร่างโคลนเป็นตัวแทนในการไลฟ์จะช่วยทลายข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะการไลฟ์ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทั้งยังลดต้นทุนในการจ้างนักไลฟ์มากความสามารถที่ค่าตัวสูงลิบลิ่ว แต่ในอีกมุม “ผู้บริโภค” บางส่วนไม่ได้รู้สึกยินดีที่แบรนด์หรือ KOLs จะใช้วิธีนี้ เพราะมองว่าขาดความจริงใจในการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา

อีกกรณี เกิดขึ้นในเดือน ก.ย. 2566 ที่ผ่านมา เมื่อ “คาลวิน เฉิน” (Calvin Chen) หนึ่งในสมาชิกบอยแบนด์วง Fahrenheit ที่มีผู้ติดตามกว่า 9 ล้านคน ใช้ร่างโคลน AI ของตนเองไลฟ์ต่อเนื่อง 15 ชั่วโมง ในเวลาต่อมาเมื่อการไลฟ์ดังกล่าวได้รับการเปิดเผยว่า เป็นคอนเทนต์ที่สร้างจาก AI เขาก็สูญเสียผู้ติดตามไปกว่า 7,000 คน ภายในช่วง 3 วันหลังจากนั้น

อย่างไรก็ตาม ความสามารถของเทคโนโลยีที่สร้างตัวตนเสมือนของใครต่อใครได้เพียงใช้แค่รูปภาพหรือวิดีโอของคนคนนั้น กำลังได้รับการจับตาจากทางการจีนเป็นอย่างมาก

โดย สำนักข่าว Jing Daily เปิดเผยว่า ทางการจีนได้เผยแพร่แนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้ Generative AI ในภาคธุรกิจอย่างมีจริยธรรม และระบุด้วยว่าเมื่อข้อมูลไบโอเมตริกซ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่งถูกจำลองผ่าน AI ต้องได้รับความยินยอมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น เหล่าบิ๊กเทคสัญชาติจีน เช่น ไป่ตู้ (Baidu), เทนเซนต์ (Tencent) และอาลีบาบา (Alibaba) ยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีมนุษย์ดิจิทัลของตนเอง เพื่อต่อยอดให้เกิดการสร้างธุรกิจใหม่ และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ซึ่งปัจจุบันมีตัวอย่างการใช้งานให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “ไลฟ์คอมเมิร์ซ”, การประชุมและงานสัมมนา, การรายงานข่าว และคอนเสิร์ต-อีเวนต์ออนไลน์ต่าง ๆ

สอดคล้องกับการคาดการณ์ของ IDC บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาด้านการตลาดในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ระบุว่า มูลค่าตลาดมนุษย์ดิจิทัลของจีนจะสูงถึง 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2569

และภายในปี 2566 นักไลฟ์ชาวจีนจะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 6.89 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนกว่า 11% ของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศ

ก่อนหน้านี้ “สุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล” CTO, Huawei Thailand Cloud Business เปิดเผยว่า ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์ และ AI ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการที่ความหน่วงในการส่งข้อมูลต่ำมาก (Ultra-Low Latency) ช่วยให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม Virtual Avatar หรือการใช้ AI ในการสร้างตัวตนเสมือนได้ง่ายขึ้น

“หัวเว่ยในจีนทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในโปรเจ็กต์ที่ชื่อ MetaStudio พัฒนาการสร้างอวตาร์ในรูปแบบต่าง ๆ ให้มีความสมจริง และเป็นธรรมชาติ ถ้าเป็นอวตาร์ที่พูดภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ ตอนนี้ทำได้ในเกณฑ์ที่น่าพอใจมาก ส่วนภาษาไทยค่อนข้างซับซ้อนกว่าภาษาอื่น ๆ ก็มีการเทรนโมเดลที่เป็นภาษาไทยโดยเฉพาะ คาดว่าจะได้เห็นความคืบหน้าในช่วงปลายปีนี้”

“สุรศักดิ์” กล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีการสร้างอวาตาร์ได้รับความนิยมมากขึ้น และเกิดการใช้งานจริงในหลายกรณี เช่น ซีอีโอ บริษัทแห่งหนึ่งในฟิลิปปินส์ สร้างอวาตาร์ตนเองขึ้นมาเพื่อทำวิดีโออวยพรเทศกาลคริสต์มาสให้พนักงานในบริษัท

“Virtual Avatar จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจอีกมาก อย่างกรณีวิสาหกิจชุมชนในจีนแห่งหนึ่ง เป็นหมู่บ้านทอผ้าเล็ก ๆ ที่ทำสินค้าออกมาดีมาก แต่ไม่รู้จะไปขายอย่างไร ก็สร้างอวตาร์เป็นตัวแทนไลฟ์ขายสินค้า ให้ระบบรันโดยอัตโนมัติ ขณะที่ผู้ประกอบการก็ได้ทำในสิ่งที่ตนเองถนัด”

การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจึงนับเป็นความท้าทายด้านจริยธรรมไปพร้อม ๆ กัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “มนุษย์ดิจิทัล” เทรนด์ใหม่บนโลกไลฟ์คอมเมิร์ซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...