โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เป็นตัวประกอบในนิยายไม่ใช่เรื่องดี

นิยาย Dek-D

เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2565 เวลา 06.03 น. • ไม่ชอบติดไฟแดง
ซูลี่ทะลุมิติเข้ามาเป็นตัวประกอบที่แต่งงานกับน้องชายผู้สติฟั่นเฟือนของพระเอก เจ้าของร่างเดิมแอบไปคบชู้กับตัวร้าย จนสร้างหายนะให้ครอบครัวของเขา ท้ายที่สุดก็ถูกพระเอกของเรื่องจับแขวนบนกำแพงตายอย่างอนาถ

ข้อมูลเบื้องต้น

คำเตือน

สวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน ไรท์มาเปิดนิยายเรื่องใหม่อีกแล้ว หวังว่าทุกท่านจะชอบกันนะคะ

เรื่องนี้นางเอกจะทำทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดนะคะ บางครั้งอาจจะดูเสแสร้งไปบ้างจ้า

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ อ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ควรลอกเลียนแบบ ชื่อตัวละคร สถานที่ต่างๆ รวมถึงเหตุการณ์ในเรื่องเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น

โปรดใช้วิจารณญาณและเสพเนื้อหาอย่างมีสติ

หากมีข้อผิดพลาดประการใดทางผู้เขียน

กราบขออภัยมา ณ ที่นี้

สงวนลิขสิทธิ์โดยผู้เขียน ห้ามทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลงโดยเด็ดขาด

ตอนที่ 1 ทะลุมิติมาแล้ว

ช่วงเช้าตรู่ของฤดูใบไม้ผลิ มีหมอกลงเป็นม่านบางๆ อากาศในยามเช้าช่างเย็นสดชื่นยิ่งนัก

หน้าโกดังเก็บของอันห่างไกลที่สุดของเรือนตระกูลฉู่ สาวใช้หลายคนกำลังยืดคอผ่านกำแพง พวกนางพยายามเพ่งสายตามองเข้าไปดูข้างในด้วยความสงสัยใคร่รู้ โดยปกติโกดังแห่งนี้มักมีไว้เก็บของจิปาถะ แต่วันนี้ในโกดังแห่งนี้ขังนายหญิงรองที่กำลังถูกลงโทษอยู่

พวกนางได้ยินคนพูดกันว่า นายหญิงรองมีรูปร่างหน้าตาที่งดงามมีเสน่ห์ เพียงนางแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อยก็สามารถดึงดูดจิตวิญญาณของบุรุษได้อย่างง่ายดาย

สาวใช้ที่ปกติมักทำงานอยู่ในครัวเช่นพวกนางไม่ได้มีโอกาสเห็นผู้เป็นนายมากนัก จึงต้องใช้โอกาสนี้ดูให้ชัดว่านายหญิงรองจะมีหน้าตางดงามสมดังคำร่ำลือหรือไม่

ใครจะรู้ว่าพวกนางยังไม่ทันได้พบนายหญิงรอง ก็เห็นสาวใช้ข้างกายนายหญิงรองที่ชื่อเสี่ยวอวิ๋น วิ่งออกมาจากโกดังด้วยขอบตาแดงก่ำ ใบหน้าของนางดูตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

บรรดาสาวใช้รีบเข้าไปถามเสี่ยวอวิ๋นด้วยความตกใจ “พี่สาวเสี่ยวอวิ๋น เกิดอะไรขึ้น…นายหญิงรองตีท่านหรือ!”

พวกสาวใช้ย่อมได้ยินคำร่ำลือถึงความโหดร้ายของนายหญิงรอง เสี่ยวอวิ๋นในเวลานี้ไม่มีอารมณ์ที่จะพูดคุยกับพวกนาง เนื่องจากนายของตนไม่สบายอย่างหนัก นางตัวร้อนมาก ปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตื่น เด็กสาวรีบเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา แล้วรีบวิ่งไปที่เรือนส่วนหน้าเพื่อตามหมอ

ในเวลานี้นายหญิงรองที่เหล่าสาวใช้กำลังอยากเจอ กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่หน้ากระจกทองเหลืองที่ดูเก่าโทรม

ซูลี่มองสำรวจสภาพแวดล้อมในห้องด้วยความไม่เข้าใจนัก เมื่อมองกระจกทองเหลืองที่สะท้อนภาพออกมาไม่ค่อยชัด แต่ก็ทำให้เห็นว่าใบหน้าของหญิงสาวผู้นี้งดงามมาก ดูเหมือนนางจะมีอายุเพียงสิบห้าหรือสิบหกปีเท่านั้น

ผิวของนางขาวราวกับหิมะ ผมดำขลับราวกับสีหมึกเขียนหนังสือ คิ้วและดวงตาของนางเปล่งประกายสดใส

ซูลี่ลองยื่นมืออันบอบบางขึ้นมา และหญิงสาวในกระจกก็ยกมือขึ้นตามเช่นกัน คิ้วของเธอขมวดแน่น หน้าผากเริ่มรู้สึกถึงความเจ็บปวด

ความทรงจำมากมายที่ไม่ได้เป็นของเธอก็พรั่งพรูเข้ามาในความคิด ความทรงจำเหล่านั้นพลุ่งพล่านตีกันอยู่ในหัว ทำให้เธอรู้สึกสับสนไปชั่วขณะ

ดูเหมือนว่าเธอจะทะลุมิติมาในยุคโบราณ!

เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่เธอได้เดินทางข้ามเวลา และดูจากสภาพแวดล้อมและชื่อบุคคลในความทรงจำ เธอได้เดินทางข้ามเวลามาอยู่ในนิยายที่เธอเพิ่งอ่าน

นิยายที่เธออ่านคือนิยายการเดินทางข้ามเวลาของผู้ชายคนหนึ่งที่กลายเป็นพระเอกของนิยายเรื่องนี้

โดยเส้นเรื่องหลักจะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของเส้นทางสู่การเป็นใหญ่ของพระเอกในนิยายเรื่องนี้ พระเอกในเรื่องประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตและตั้งฮาเร็มขนาดใหญ่ของตัวเอง แต่กว่าเขาจะเป็นได้เช่นทุกวันนี้ ก็ต้องประสบกับความสูญเสียไปมากมาย

นิยายเรื่องนี้มีเนื้อเรื่องหลายพันตอน มีเรื่องราวของคนในครอบครัว ความรัก และกลยุทธ์ชิงไหวชิงพริบที่คาดไม่ถึง

เหตุผลที่ซูลี่อ่านนิยายเรื่องนี้เพราะว่ามันได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ เธอก็รู้ว่าตัวประกอบฝั่งร้ายในเรื่องมีชื่อเดียวกันกับเธอ

ซูลี่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายเรื่องนี้และกลายเป็นตัวประกอบคนนี้!

พระเอกของเรื่องชื่อฉู่หมิง เขาทะลุมิติมาตั้งแต่ที่อยู่ในครรภ์ของมารดา ดังนั้นเขาจึงมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับครอบครัวของตนเองเป็นอย่างมาก

เจ้าของร่างเดิมที่เธอเข้ามาอยู่คือน้องสะใภ้ของพระเอก เนื่องจากน้องชายของพระเอกที่ชื่อฉู่เหิงเป็นคนสติฟั่นเฟือน เดิมทีคนที่ต้องแต่งงานกับน้องชายพระเอกก็คือน้องสาวของเจ้าของร่างเดิม

แต่ซูเป่ยชวนผู้เป็นบิดา ไม่ค่อยจะชื่นชอบลูกสาวที่เกิดจากภรรยาเอกคนเก่าเช่นเจ้าของร่างนัก ประกอบกับภรรยาคนใหม่คอยเป่าลมข้างหมอน

ท้ายที่สุดนางจึงถูกจัดการให้ได้แต่งงานกับน้องชายพระเอกที่กลายเป็นคนปัญญาอ่อนแทนน้องสาวของตัวเอง

หลังจากที่เจ้าของร่างรู้เรื่องการแต่งงาน แน่นอนว่านางไม่พอใจ แต่นางก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะถ้าหากนางไม่ยอมและทำให้บิดาและมารดาเลี้ยงไม่พอใจ บางทีพวกเขาอาจจะให้นางแต่งงานกับบุรุษอื่นที่แย่ยิ่งกว่านี้

แม้ว่าคุณชายรองตระกูลฉู่จะเป็นคนสติฟั่นเฟือน แต่เมื่อนางแต่งเข้าไปก็ได้เป็นภรรยาเอก คงไม่มีสตรีผู้ใดคิดจะมาแย่งชิงตำแหน่งกับนางแน่

แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น หลังจากที่เจ้าของร่างแต่งงานกับคุณชายรองฉู่ เพียงไม่นานตระกูลของเขาก็เริ่มเสื่อมถอยลง

หลังจากลูกชายคนโตที่เป็นพระเอกของเรื่องไปเข้าร่วมเป็นทหารที่สนามรบ เขาหายตัวไปแล้วก็ไม่กลับมาอีก

ต่อมานายท่านฉู่ก็ป่วยกะทันหันและเสียชีวิตลง

ท่านแม่ฉู่ตรอมใจจนสุขภาพทรุดโทรมลง ในตระกูลฉู่ทุกวันนี้ มีหญิงชราที่เจ็บป่วย และคุณชายรองที่สติฟั่นเฟือน

มีเพียงลูกสาวคนเล็กนามฉู่เยว่เท่านั้น ที่คอยดูแลจัดการธุรกิจของตระกูลฉู่ แต่ถึงนางจะมีความสามารถมากเพียงใด นางก็เป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุสิบสี่เท่านั้น บ่อยครั้งที่มีคนกลั่นแกล้งในตอนทำการค้า โดยอาศัยว่าในตระกูลไม่มีผู้ชายคนใดที่พึ่งพาได้

เมื่อเห็นสถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลฉู่ เจ้าของร่างเดิมนางก็มีความคิดที่จะยื่นดอกซิ่งออกนอกกำแพง (คบชู้)

นางไม่ต้องการรับใช้แม่สามีที่ป่วยหนัก และไม่ต้องการดูแลสามีที่สติไม่ดี นางเริ่มติดต่อกับชายหนุ่มแซ่โหลว และชายหนุ่มคนนี้จะนำหายนะมาสู่ตระกูลฉู่ ทำให้ทุกคนในตระกูลต้องสิ้นชีวิตทั้งหมด เมื่อพระเอกกลับมาเจ้าของร่างคือเป้าหมายคนแรกๆ ที่พระเอกจัดการ จุดจบของนางคือโดนทรมานจนตายอย่างอนาถ

ในเวลานี้เรื่องทั้งหมดยังไม่ได้เกิดขึ้น เธอโชคดีที่ได้ทะลุมิติมาที่นี่ ก่อนที่เจ้าของร่างเดิมจะได้เริ่มคบหากับชายหนุ่มแซ่โหลว ชีวิตของเธอยังคงปลอดภัย หากว่าเธอสามารถช่วยเหลือชีวิตคนในตระกูลฉู่ได้ พระเอกก็จะไม่ฆ่าเธออย่างแน่นอน เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ซูลี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก…

ตอนที่ 2 หนีธงตายจากบทตัวประกอบ

ซูลี่คิดว่าที่เจ้าของร่างเดิมและกลุ่มพ่อค้าคนอื่น กล้าที่จะดูถูกตระกูลฉู่เช่นนี้ เพราะว่าพวกเขาเข้าใจว่าลูกชายคนโตของตระกูลได้เสียชีวิตอยู่ในสนามรบไปแล้ว

แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือลูกชายคนโตไม่ได้เสียชีวิตในสนามรบแต่อย่างใด เพราะในเวลานี้เขากำลังช่วยเหลือฮ่องเต้ในการปกป้องบัลลังก์

ในขณะที่คนเหล่านี้กำลังกลั่นแกล้งครอบครัวของเขา พระเอกของเรื่องก็กำลังต่อสู้อย่างสุดความสามารถ เพื่อปกป้องอาณาจักรและพยายามสร้างอำนาจให้กับตนเอง

แต่เมื่อความขัดแย้งของการชิงบัลลังก์ได้สงบลง และพระเอกได้กลับมาจากชายแดน เขาก็ได้พบกับข่าวร้าย ในเวลานี้คนในตระกูลของเขาไม่มีใครเหลือรอดเลยสักคน บ้านของเขาถูกเผาทำลายจนหมดสิ้น

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาทุ่มเทไปทั้งหมดเพื่ออำนาจในทุกวันนี้ แต่ครอบครัวของตนเองกลับไม่ได้อยู่ชื่นชมและมีจุดจบที่น่าเศร้า พระเอกโกรธแค้นเป็นอย่างมากแล้วก็เริ่มชำระบัญชีแค้นอย่างบ้าคลั่ง

เพื่อแก้แค้นให้กับคนในตระกูล เขานำอาวุธวิเศษ และมิติที่ติดตัวเขามาตั้งแต่เกิดออกมาใช้ทั้งหมด

เมื่อนึกถึงในตอนที่นิยายดำเนินมาถึงฉากที่พระเอกแขวนตัวเจ้าของร่างเดิมเพื่อทรมานให้ตายอยู่หน้าประตูเมือง ซูลี่ก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา นางตั้งปณิธานกับตนเองไว้ว่าจะเป็นซูลี่คนใหม่ และต้องช่วยเหลือครอบครัวของพระเอกให้รอดจากภัยร้ายครั้งนี้ไปให้ได้

เมื่อเสี่ยวอวิ๋นเข้ามาพร้อมกับหมอชราก็เห็นว่านายของตนกำลังตัวสั่น เด็กสาวที่เห็นว่าผู้เป็นนายอาการดีขึ้นแล้วก็กังวลว่านางจะเกิดอาการป่วยขึ้นมาอีกครั้ง แต่หลังจากหมอวินิจฉัยก็พบว่านางเพียงแค่เป็นหวัดเล็กน้อยเท่านั้น กินยาสองสามเทียบและนอนหลับพักผ่อนสักคืนก็หายดีแล้ว

ฝ่ายฉู่เยว่เมื่อกลับมาถึงเรือนหลังจากยุ่งอยู่รับกิจการร้านค้าด้านนอกมาทั้งวัน นางก็ไปหามารดาที่เรือน หญิงชราดื่มยาจนหมดถ้วยก่อนจะมองลูกสาวคนเล็กด้วยแววตารู้สึกผิด “ต้องโทษที่แม่ไม่ได้เรื่อง…เจ้าควรจะเป็นคุณหนูอยู่ในห้องหอไม่ควรต้องออกไปลำบากข้างนอกเลย…”

ฉู่เยว่ไม่อยากให้มารดาคิดมากนางพูดตอบด้วยรอยยิ้ม “ข้าชอบทำการค้า ไม่ชอบเป็นคุณหนูที่วันๆ เอาแต่เย็บปักถักร้อย แม้ว่ามันจะเหนื่อยอยู่บ้าง…แต่ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ”

คำพูดของเด็กสาวเป็นเรื่องจริงนางมีบุคลิกที่คล่องแคล่วกล้าหาญและไม่ชอบถูกกักขังอยู่ในเรือนหลัง แทนที่จะแข่งขันกับกลุ่มสตรีเพื่อแย่งชิงตำแหน่งกุลสตรีผู้เพียบพร้อม นางชอบที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัวมากกว่า

เมื่อได้ฟังลูกสาวพูดเช่นนั้นหญิงชราจึงไม่ได้กล่าวเรื่องนี้อีกนางเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน

“แม่ได้ยินมาว่าพี่สะใภ้รองของเจ้าป่วยเพราะว่าถูกเจ้ากักขังอยู่ในโกดัง…ถึงอย่างไรนางก็เป็นพี่สะใภ้ของเจ้า อย่าได้ทำกับนางรุนแรงเช่นนี้เลย…”

ท่านแม่ฉู่รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณลูกสะใภ้คนรองมากเพราะสถานการณ์ของลูกชายตนเองนั้น ค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากที่จะหาสตรีมาแต่งงานด้วย ดังนั้นเมื่อเห็นลูกสะใภ้เอะอะโวยวายส่วนมากนางจะทำเป็นหลับตาข้างหนึ่งไม่รับรู้

ฉู่เยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของมารดา เพราะตัวนางเองไม่ค่อยชอบพี่สะใภ้คนรอง ถ้าไม่ใช่เพราะท่านแม่ของนางใจดีคอยปกป้องอยู่ตลอดเวลา เด็กสาวคงจะมอบหนังสือหย่าให้พี่สะใภ้แทนพี่ชายของตนเองไปแล้ว

แต่เมื่อนึกถึงสถานการณ์ของพี่ชายคนรอง หลังจากหย่าร้างกับพี่สะใภ้คนนี้ไปแล้วก็คงไม่มีใครยอมที่จะแต่งงานกับเขาอีก

เนื่องจากพี่ชายคนโตของนางได้จากไปแล้ว หากพี่ชายคนรองไม่มีลูก ตระกูลฉู่ของพวกนางก็จะไร้ผู้สืบทอด

เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ดวงตาของฉู่เยว่ก็เคร่งเครียดนางพูดกับมารดาด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าจะพยายามเจ้าค่ะ”

ตอนที่ 3 เขาเรียกนางว่าแม่!

เช้าวันรุ่งขึ้นซูลี่ถูกปล่อยตัวออกจากโกดังเก็บของ นางไม่ได้กลับไปที่เรือนของตนเองแต่ตามพ่อบ้านไปที่เรือนของฉู่เยว่

อากาศวันนี้แจ่มใสมาก แสงแดดเจิดจ้าดูมีชีวิตชีวาทำให้อารมณ์ของซูลี่แจ่มใส

ฉู่เยว่นั่งรออยู่ในห้องโถง นางรู้สึกไม่ชอบใบหน้าของพี่สะใภ้ยิ่งนัก เนื่องจากใบหน้าที่งดงามเกินไปทำให้นางรู้สึกว่า…บางทีพี่สะใภ้อาจจะมีทางเลือกอื่นนอกจากพี่ชายของตนเอง

ในขณะที่น้องสาวสามีมองตนเอง ซูลี่ก็มองสำรวจอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน แม้ว่าฉู่เยว่จะไม่ได้งดงามอ่อนช้อยเหมือนเช่นกับเจ้าของร่างเดิม แต่นางมีใบหน้าที่โดดเด่นคมเข้มกว่าหญิงสาวทั่วไป ดวงตาเต็มไปด้วยความกล้าหาญ ในตอนที่ซูลี่ได้อ่านนิยาย นางก็รู้สึกประทับใจในตัวละครที่เป็นน้องสาวของพระเอกยิ่งนัก

เนื่องจากตัวละครของฉู่เยว่นั้นไม่เหมือนกับผู้หญิงโบราณเลย แต่บุคลิกของนางคล้ายกับผู้หญิงยุคใหม่ที่แข็งแกร่งและพึ่งพาตนเองได้ แต่เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าเศร้าของน้องสาวพระเอกที่ยอมฆ่าตัวตายแต่ไม่ยอมให้ตนเองแปดเปื้อน นางก็รู้สึกเศร้าขึ้นมา สตรียุคนี้เมื่อไม่มีอำนาจที่แข็งแกร่งหรือไม่มีบุรุษคอยปกป้อง พวกนางก็จะใช้ชีวิตได้อย่างยากลำบากยิ่งนัก

ซูลี่ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นศัตรูกับฉู่เยว่ กลับกันนางต้องการที่จะเป็นสหายกับอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับฉู่เยว่แล้ว หนทางที่จะเป็นสหายของพวกนางคงอีกยาวไกลนัก

หลังจากให้พ่อบ้านที่นำทางออกไปฉู่เยว่ก็พูดกับพี่สะใภ้ของตนเองโดยไม่อ้อมค้อม “พี่สะใภ้ข้าจะไม่พูดอ้อมค้อม…พวกเรามาทำข้อตกลงที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่ายเถอะ”

ฉู่เยว่กลั้นหายใจก่อนจะเอ่ยประโยคที่ฟังดูแล้วอาจจะหยาบคายไปบ้าง “หากท่านอยากจะหย่าขาดจากพี่ชายของข้าก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้…ตราบใดที่ท่านเต็มใจทิ้งทายาทไว้ที่ตระกูลฉู่…ถึงตอนนั้นท่านแต่งงานใหม่หรือหนีไปกับใครพวกเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวอีก”

คำพูดของฉู่เยว่ตรงตามหนังสือนิยายต้นฉบับ ซูลี่ไม่ได้แปลกใจนัก นางเลียนแบบท่าทางเสแสร้งของเจ้าของร่าง “น้องสาวช่างเป็นคนตรงไปตรงมาเหลือเกิน”

ฉู่เยว่ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดและท่าทางเสแสร้งของพี่สะใภ้ “ข้ายังมีเรื่องหลายอย่างที่ต้องทำ…ไม่มีเวลามาพูดเรื่องไร้สาระกับท่านที่นี่”

เมื่ออีกฝ่ายไม่อยากอดทนดูท่าทางเสแสร้งของตน หญิงสาวก็รีบพูดแทรก “ข้าสัญญากับเจ้าก็ได้…แต่ว่าต่อไปเจ้าห้ามขังข้าไว้ในโกดัง…แล้วก็ห้ามยึดเงินรายเดือนของข้าด้วย” ที่ซูลี่ตอบตกลงเพราะคิดว่าอีกไม่เกินครึ่งปีอาณาจักรแห่งนี้ก็จะเกิดการจลาจล มีกบฏเกิดขึ้นหลายกลุ่ม ในเวลานั้นคงจะไม่มีใครสนใจว่านางมีลูกได้หรือไม่

ฉู่เยว่ไม่คิดว่าพี่สะใภ้จะตอบตกลงง่ายๆ เช่นนี้ นางขมวดคิ้ว “ตกลงตามนี้..แต่ถ้าหากว่าท่านทำร้ายพี่ชายของข้า ท่านก็จะถูกขังอยู่ในโกดังอีกเช่นเดิมจำไว้ว่าอย่าเล่นตุกติก!”

หลังจากพูดขู่ทิ้งท้าย ฉู่เยว่ก็หันหลังเดินกลับไปห้องของตนเอง

ซูลี่มองตามแผ่นหลังของผู้เป็นน้องสาวสามีนางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดู หญิงสาวคิดว่าหากตนเองช่วยเหลือคนทั้งตระกูลให้รอดพ้นจากหายนะได้ เมื่อพระเอกของเรื่องกลับมาเขาก็จะไม่โกรธแค้นนางแน่นอน

ตอนนี้คนในตระกูลฉู่ไม่อยากให้นางหย่ากับคุณชายคนรองเพราะกลัวว่าเขาจะหาภรรยาใหม่ไม่ได้

แต่เมื่อพระเอกกลับมา ชีวิตพวกเขาจะแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ในเวลานั้นมีคนมากมายส่งสตรีมายังตระกูลฉู่เพื่อประจบประแจงพระเอก

ถึงเวลานั้นนายหญิงรองที่อารมณ์ร้ายและชอบรังแกนายท่านรองก็จะกลายเป็นคนไม่สำคัญ และโดยนิสัยของพระเอกจะต้องให้นางหย่าขาดกับน้องชายของตนเองเป็นแน่ เมื่อถึงตอนนั้นหญิงสาวก็จะออกจากตระกูลไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและอิสระอย่างที่ตนเองต้องการ

เมื่อนึกถึงสิ่งนี้ซูลี่ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา ยามมองเห็นดอกท้อในสวนที่บานสะพรั่ง นางก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือเพื่อเด็ดกิ่งมันลงมาเชยชม

แต่ในขณะนั้น บุรุษร่างที่ผอมบางคนหนึ่งก็วิ่งออกมาจากประตูเล็กๆ ข้างสวน!

ชายคนนั้นวิ่งเร็วมาก ก่อนที่ซูลี่จะทันได้เห็นรูปร่างหน้าตาของเขาอย่างชัดเจน นางก็ถูกเขาชนเข้าอย่างแรง

ขณะที่นางกำลังล้มลง หญิงสาวหลับตาแน่นคิดว่าตนเองจะต้องเจ็บตัวมากเป็นแน่ แต่นางก็ต้องประหลาดใจ เมื่อร่างกายของตนเองไม่ได้รับความเจ็บใดๆ เพราะว่าผู้ชายคนนั้นนอนเป็นเบาะรับแรงกระแทกแทนนาง

ซูลี่ลืมตาขึ้นมาจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง เขาหน้าตาดีมาก คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากของเขามีสีชมพูอ่อนจาง แม้เขาว่าดูซูบผอมไปบ้างแต่ โดยรวมแล้วเครื่องหน้าของเขานับว่าหล่อเหลามากทีเดียว

นางไม่ยอมลุกขึ้นและจ้องเข้าไปในดวงตาของบุรุษผู้นั้นคนนั้น ภายใต้แพขนตาที่หนาและยาวดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาลหม่นน่าดึงดูดยิ่งนัก

นี่เป็นครั้งแรกที่ซูลี่ได้เห็นบุรุษหน้าตาดีในระยะประชิด นางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองเขาอยู่นาน

ดวงตาสีน้ำตาลหม่นคู่นั้นจ้องมองนางด้วยความสงสัยใคร่รู้ บางทีก็ดูหวาดกลัว

ก่อนที่หญิงสาวจะได้พูดอะไรออกไป บุรุษผู้นั้นก็มองนางแล้วเอ่ยเรียกด้วยความไม่แน่ใจ “…พี่สาว”

หญิงสาวจ้องมองเขาด้วยความประหลาดใจ “พี่สาวงั้นเหรอ”

ทำไมเขาถึงเรียกนางว่าพี่สาว

นางดูเด็กกว่าเขาอย่างเห็นได้ชัด!

บุรุษผู้นั้นก้มหน้าลงอย่างเขินอายและพูดอย่างไม่แน่ใจอีกครั้ง “ท่านป้า”

หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ “ท่านป้า!”

ชายคนนั้นก้มหน้าลงและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองซูลี่ “ท่านแม่”

ซูลี่ตกตะลึงตาค้าง ดูเหมือนว่าบุรุษผู้นี้จะเป็นสามีที่กลายเป็นคนสติไม่ดีของนางนั่นเอง!

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...