บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง ประจำเดือนมิถุนายน 2024
LSA Thailand
อัพเดต 11 มิ.ย. 2567 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2567 เวลา 06.00 น. • Lifestyle Asia Thailandรวมลิสต์ บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง ประจำปี 2024 ที่ทางทีม Lifestyle Asia Thailand จะพาเราไปดื่มยาว ๆ ไปจนถึงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นบาร์ลับ บาร์ใหม่ คอนเซปต์ไหน พวกเราก็รวบรวมมาไว้แล้วจนครบ
[Hero and featured image credit: Park Hyatt Bangkok]
บาร์เปิดใหม่น่าไปลองประจำเดือนมิถุนายน 2024
รวมลิสต์ บาร์เปิดใหม่น่าไปลองในกรุงเทพฯ ประจำปี 2024 ที่ทางทีม Lifestyle Asia Thailand จะพาเราไปดื่มยาว ๆ ไปจนถึงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นบาร์ลับ บาร์ใหม่ คอนเซปต์ไหน พวกเราก็รวบรวมมาไว้แล้วจนครบ และสำหรับเดือนมิถุนายนมีที่ไหนบ้าง
Frog BKK ร้านบาร์ญี่ปุ่นที่สร้างรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ โดดเด่นสะดุดตา
ในเมืองที่เต็มไปด้วยเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ ที่มักเรียกร้านบาร์ทุกแห่งว่า "บาร์ลับที่ซ่อนอยู่" เปรียบดั่งร้านที่จะคอยบอกคุณว่าค็อกเทลเป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่ไม่มีการเสแสร้งใด ๆ โดยที่แห่งนี้พร้อมเสิร์ฟเหล้าแช่เย็นอย่างดี น้ำแข็งใสที่ตัดอย่างมาอย่างแม่นยำ และให้การต้อนรับที่อบอุ่นราวกับเจอคบไฟท่ามกลางป่าเขาที่หนาวเหน็บ อย่าลังเลที่จะเดินไปพูดคุยกับบาร์เทนเดอร์ในขณะที่พวกเขาโชว์ผสมเครื่องดื่มราวกับเล่นมายากลที่ชั้น 1 หรือขอให้พวกเขาแสดงให้คุณเห็นห้องส่วนตัวชั้นบน ซึ่งมีผนังที่ประดับประดาด้วยคอนยัคและอาร์มายัคหายากเป็นแถว
พวกเมนูซิกเนเจอร์อาจจะทำให้คุณอาจพลาดของดีไป ซึ่งที่นี่พวกเขามี Negroni (480 บาท) ค็อกเทลคลาสสิกผสมผสานเหล้ารสเข้มข้นให้ได้กลิ่นของถั่วทองกาและช็อกโกแลต หรือใครอยากลอง The Blue Cheese Salty Dog (480 บาท) ที่เป็นการนำค็อกเทลคลาสสิกที่ผสมผสานรสชาติเกรปฟรุตมาเพิ่มความอร่อยด้วยบลูชีส ร้านนี้ไม่มีการเสิร์ฟวิสกี้ แต่ถ้าคุณได้ลิ้มลองเมนูไฮบอลอาร์มายัคก็รับรองได้ว่าจะไม่มีการโหยหาเมนูอื่นอีกแน่นอน
ข้อมูลเพิ่มเติม: Frog BKK
เวลาทำการ: อังคาร-อาทิตย์ 18.00 - 00.00 น.
สถานที่: 237 สุขุมวิท 49 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS พร้อมพงษ์
Penthouse Bar + Grill มาพร้อมเมนูใหม่ที่เชิญชวนให้เราขี่มอเตอร์ไซค์และสำรวจโลกผ่านค็อกเทล
หากคุณสามารถมองเห็นโลกจากมอเตอร์ไซค์ของคุณได้ คุณจะมุ่งหน้าไปที่ไหน ? มาลิ้มลองรสชาติแห่งจินตนาการด้วยค็อกเทลซิกเนเจอร์เมนูใหม่ของ Penthouse Bar + Grill ที่พวกเขานำแรงบันดาลใจและส่วนผสมจากทั่วทุกมุมโลกมารวมกันเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่คุณจะไม่มีวันลืมได้เร็ว ๆ นี้แน่นอน ซึ่งบางคนบอกว่าค็อกเทลเหล่านี้มีเรื่องราวที่รังสรรค์มาพร้อมให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์อย่างแน่นอน
เกาะเบาะให้มั่นพร้อม "Rush Up!" กับ Triumph ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสหราชอาณาจักร กับเหล้าที่ทำจากสก็อตช์ Mackintosh แช่กับไม้โอ๊ค และ Mancino Bianco vermouth แช่กับสมุนไพรพื้นเมืองของสก็อตแลนด์ Drambuie เยลลี่มิ้นต์ และท็อปด้วย สก๊อตช์รมควัน หรือ ถ้าคุณจินตนาการว่ากำลังรีบไปที่ Oktoberfest ด้วยรถ BMW ลองสั่งเมนู "Micro-Brewery" ค็อกเทลที่ได้รับอิทธิพลจากบาวาเรีย ที่ผสมผสาน เหล้าเบอร์เบินวิสกี้ Bulleit, น้ำเชื่อมเบียร์โฮมเมด, Jagermeister, มะนาว, จิงเจอร์เบียร์ และท็อปด้วยโซดา หรือเมนูสุดท้ายคุณอาจถูกล่อลวงให้เติมเต็มจินตนาการของชาวปารีสด้วยมอเตอร์ไซค์ Peugeot ด้วย “Madame Glamour” เครื่องดื่มกลิ่นดอกไม้ที่มีกลิ่นเชอร์รี่และกุหลาบ Ispahan
ข้อมูลเพิ่มเติม: Penthouse Bar + Grill
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 17.30-02.00 น.
สถานที่: ชั้น 34 – 36 โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ 88 ถนนวิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS เพลินจิต
Amaris Cocktail Bar เสิร์ฟความเป็นเลิศแห่งเอเชียในรูปแบบของเหลว
ในภาษาไทย คำว่า “อมฤต” หมายถึงน้ำพุแห่งความเยาว์วัย ซึ่งเป็นสระน้ำในตำนานที่ใครก็ตามที่ดื่มจากน้ำพุนั้นจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ซึ่งเคยปรากฎในแอนิเมชัน Ben 10 ซีซั่นที่สี่ โดยในหลายวัฒนธรรมใช้แอลกอฮอล์เป็นยา หรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยเมื่อพวกเขาต้องการพลังงาน ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนของ Amaris Cocktail Bar ที่ทำให้เขาอยากเสิร์ฟเครื่องดื่มที่จะคอยปลอบประโลมจิตใจสำหรับผู้ที่เข้ามา พร้อมกับให้การบริการเหนือระดับ
เมนูซิกเนเจอร์ของพวกเขาได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมเอเชียซึ่งครอบคลุมถึงการเลือกวัตถุดิบ เมนูแรกลองสั่ง “Fujian” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเทศจีน ที่ให้กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้ผสมผสานกับชาอูหลง ส่วน “Don Mot Daeng” เป็นค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจแบบไทย ๆ โดยใช้ส่วนผสมที่คาดไม่ถึง เช่น ตะไคร้ พริก และใบมะกรูด
ข้อมูลเพิ่มเติม: Amaris Cocktail Bar
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น.
สถานที่: 144/1 ซอย ปรีดีพนมยงค์ 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS พระโขนง
GOT Bangkok คือสถานที่ปาร์ตี้แห่งใหม่ของชาวสุขุมวิท
ถ้าใครจำได้ มันจะมีคำพูดที่ว่า ถ้าประตูบานหนึ่งปิด พระเจ้าจะรอคอยเปิดอื่น ๆ ให้เราเสมอ ซึ่งเปรียบเปรียบกับ GOT Bangkok ที่เป็นสถานที่ใหม่ เนื่องจากที่เก่า Rimshot ได้ประกาศย้ายสถานที่แล้ว ทำให้ GOT Bangkok ดูเหมือนจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้แห่งใหม่ เนื่องจากใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาที โดยอักษรย่อของ GOT คือ "Good Old Times" เป็นการตกแต่งภายในสุดชิคสีทองย้อนยุคบ่งบอกถึงความหรูหรา และความรู้สึกจะโดดเด่นทันทีที่ดีเจก้าวไปด้านหลังบูธ ไปหาเพื่อนปาร์ตี้ สั่งเตกีล่าหนึ่งขวด แล้วเต้นรำไปทั้งคืนให้สุด ๆ
ข้อมูลเพิ่มเติม: GOT Bangkok
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 19.00-03.00 น.
สถานที่: อาคารมะฮอกกานี ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: MRT ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
บาร์เปิดใหม่น่าไปลองประจำเดือนพฤษภาคม 2024
อากาศร้อนแบบนี้ ช่วยปลุกความรู้สึกเร่าร้อนของหลาย ๆ คนได้เป็นอย่างดี วันนี้ LSA พร้อมจะพาคุณไปตามหาสถานที่ ที่จะทำให้คุณรู้สึกเป็นที่ต้อนรับเสมอ แล้วคุณจะได้ค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบในกรุงเทพ
ค้นพบเมนูใหม่ของ Find the Locker Room ที่จะพาคุณย้อนเวลาไปในอดีตด้วยไทม์แคปซูลสุดพิเศษ
ช่วงเวลาแห่งวัฒนธรรมป๊อปในอดีตคือต้นแบบของปัจจุบัน ช่วงเวลาบางช่วงมีความโดดเด่นมากจนเรายังคงพูดถึงมันในปัจจุบัน เมนู "ไทม์แคปซูล" ของ Find the Locker Room จะพาคุณเดินทางผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นด้วยค็อกเทลที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมป๊อปตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ถึง 2010 ซึ่งเป็นการเดินทางที่สามารถอธิบายได้ดีที่สุดว่าสุดยอดมากแค่ไหน
เดินทางไปยัง "Mushroom Kingdom" ในยุค 90 ที่มีกราฟิกแบบ 8 บิต ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวทั้งกลิ่นและรสชาติที่สดชื่นจากวิสกี้ Kakubin, Aperol, เห็ด, ซอสมะเขือเทศ, น้ำผึ้ง และแอ๊บซินท์เล็กน้อย หยิบ Burn Book ของคุณขึ้นมาแล้วสวมชุดสูทสีชมพูสุดเปรี้ยวสำหรับ "Bougie Princess" ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์แนวรักวัยรุ่นในยุค 2000 โดยใช้เหล้ารัม Bacardi Cuatro, นมกลั่นคั่ว, นมข้าวกล้องบลูเบอร์รี่, น้ำเชื่อมวานิลลา และตกแต่งด้วยหัวใจฟองดอง และใครจะลืมทรงผมปลายแหลมในยุค 2010 ที่กลายมาเป็นเครื่องดื่มอย่าง "Just the Tips" ซึ่งทำจาก Roku gin, เหล้าบลูเบอร์รี่, กาแฟเย็น และราดด้วยโทนิคแครนเบอร์รี่และมะลิ
ข้อมูลเพิ่มเติม: Find the Locker Room
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป
สถานที่: 406 ถนนทองหล่อ เขตคลองตันเหนือ แขวงวัฒนา กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS ทองหล่อ
Groovin’ High Jazz Bar จะพาเราวาร์ปไปยังเดือนเมษายน ในเมืองปารีส
บอกคนคนนั้นของคุณได้เลยว่า คุณจะกลับบ้านดึกในคืนนี้ เพราะ Groovin' High ที่เพิ่งเปิดใหม่ทำให้ผู้คนในสีลมได้เหินฟ้าไปดวงจันทร์ พวกเขามีการแสดงดนตรีแจ๊สสดทุกวัน และการต้อนรับที่อบอุ่นก็ไม่เคยหยุดพัก
เครื่องดื่มมีชื่อที่ชาญฉลาดและได้รับแรงบันดาลใจจากเพลงชื่อดัง อย่าง "Hit The Road Jack" ค็อกเทลที่มีส่วนผสมของคอนยัค ฟองนุ่มๆ น้ำเชื่อมโกโก้ และเหล้าแจ็คฟรุต รวมถึง "Watermelon Man" ที่ทำจากเหล้ารัมขาว เหล้าแตงโม เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบค็อกเทลผลไม้
ข้อมูลเพิ่มเติม: Groovin’ High
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 18.00-01.30 น.
สถานที่: 118 ถนนสีลม แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS ศาลาแดง
Apron Bar Bangkok มีเบียร์คราฟต์แบบกดที่คุณสามารถรินเองได้ตามใจชอบ
ย่านเมืองเก่าของสามเสนมีสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งที่หลังอาหารเย็น (หรือใครจะไปดริ๊งค์ก่อนอาหารค่ำก็ได้ เราไม่ได้บังคับ) Apron Bar Bangkok มีเบียร์คราฟต์ 18 ชนิดทั้งแบบท้องถิ่นและต่างประเทศ พร้อมด้วยพนักงานที่เป็นมิตรที่จะช่วยคุณค้นหาเบียร์ที่คุณชื่นชอบใหม่ๆ ส่วนที่ดีที่สุด จะเป็นอะไรน่ะหรือ? หยิบแก้วแล้วรินเบียร์ของคุณเองจากก๊อกได้เลย จ่ายตามที่คุณริน ไม่มีขั้นต่ำหรือสูงสุด และไม่มีการกำหนดชัดเจน เมื่อรวมกับบรรยากาศแบบเมืองเก่าแล้ว ที่นี่จึงเป็นสถานที่ที่เหมาะกับคนรักเบียร์ และเหมาะสำหรับการออกไปเที่ยวกับเพื่อนดีๆ หลังจากทำงานมาทั้งวัน
ข้อมูลเพิ่มเติม: Apron Bar Bangkok
เวลาทำการ: 17.00-23.30 น.
สถานที่: 2/1 ถนนสามเสน 4 ตรอกวัดตรีทศเทพ แขวงบ้านพานถม กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: MRT สามยอด
Siamese Cocktail & Gallery เนรมิตอาหารไทยให้กลายเป็นค็อกเทล พร้อมเครื่องเทศหลากชนิด
ศิลปะไทย เครื่องดื่มไทย อาหารไทย ทั้งสามอย่างนี้คือหลักการของ Siamese Cocktail & Gallery ในทองหล่อ สถานที่แห่งใหม่ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อใหม่จากเดิมคือ Pennant Thonglor ให้บริการเครื่องดื่มแปลกใหม่ที่เน้นรสชาติที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย พร้อมเสิร์ฟพร้อมอาหารที่เรารู้จักและชื่นชอบ ตั้งแต่ข้าวซอยไปจนถึงลาบทอด พร้อมมีดีเจประจำการเพื่อสร้างบรรยากาศชิล ๆ
การเปลี่ยนอาหารให้เป็นของเหลวกลายเป็นที่เลื่องชื่อของที่นี่ ลองเมนูอย่าง "Tom-Khlong" (ต้มโคล้ง) เป็นเครื่องดื่มรสเผ็ดที่มีส่วนผสมของเมซคาล เวอร์มุต bianco ทิงเจอร์รสอูมามิ และอัดแน่นไปด้วยสมุนไพรไทยมากมาย หรือ "Nam-Nueng" (แหนมเนือง) ได้รับแรงบันดาลใจจากไส้กรอกย่างที่ชาวเวียดนามนำเข้ามาในประเทศไทย ทำจากจิน น้ำเชื่อมมะพร้าวและใบเตย แตงกวา น้ำมันโหระพาไทย และน้ำขิงเล็กน้อย
ข้อมูลเพิ่มเติม: Siamese Cocktail & Gallery
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น.
สถานที่: 58, 14-15 ถนนทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS ทองหล่อ
ฟังเสียงเพลงและห้อมล้อมตัวคุณด้วยจิตวิญญาณ ที่ Murmur
บางครั้งคุณไม่ต้องการอะไรมากมายเพื่อผ่อนคลาย แค่บรรยากาศและเครื่องดื่มดีๆ สักแก้วก็พอแล้ว ที่ Murmur ก็เป็นแบบนั้นเลย ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เมนูค็อกเทลได้รับแรงบันดาลใจจากย่านต่างๆ ของกรุงเทพฯ สูตรง่ายๆ ที่เหมาะสำหรับค่ำคืนวันศุกร์ พร้อมชื่อที่ตั้งราวกับหยิบคำสุ่มจากพจนานุกรมมา แต่ก็ดูน่ารักดี
ตัวอย่างเช่น "Thonglor Durian Elegance" ก็คือจินซาวร์ที่มีน้ำเชื่อมทุเรียน น้ำเชื่อมอบเชย และมะนาวแทนเลมอน "Chinatown Ginger Fusion" ก็เหมือนกับ Negroni ที่แทนที่จินด้วยบรั่นดีผสมขิง และใครจะลืม "RCA Midnight Bloom" ค็อกเทลรัมเข้มที่มีน้ำเชื่อมดอกอัญชัน มะนาว ตะไคร้ และโซดา
ข้อมูลเพิ่มเติม: Murmur
เวลาเปิดทำการ: อังคาร-อาทิตย์ 18.00-02.00 น.
ที่ตั้ง: 59, 61 ถนนสามเสน แขวงวัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: MRT สามยอด
บาร์เปิดใหม่น่าไปลองประจำเดือนเมษายน 2024
Nova Social Club
จริงอยู่ว่าในกรุงเทพฯ อาจจะมีรูฟท็อปบาร์ วิวชั้นฟ้าสวยอลังอยู่หลายต่อหลายร้าน แต่จะมีสักกี่ร้าน ที่ดึงคอนเซปต์ของท้องฟ้าและชั้นบรรยากาศใส่เข้ามาในเมนูค็อกเทล นี่คือ Nova Social Club รูฟท็อปบาร์เปิดใหม่ของ Cieolo Sky Bar ซึ่งเสิร์ฟค็อกเทล ทีจะพาคุณไต่ระดับความสูงของชั้นบรรยากาศโลก ผ่านเครื่องดื่ม เราชอบแก้ว Big Bang แก้วที่ใช้เบสเป็น จิน อินฟิวส์กับกลิ่นวานิลลา เวอร์มุธสาเก เสิร์ฟมาในแก้วที่เคลือบด้วยเจลไวน์ขาว ที่เมื่อทิ้งไว้สักพัก ก็จะละลายและค่อย ๆ เพิ่มรสชาติที่สนุกขึ้น ส่วนใครที่ชอบดื่มแก้วที่ให้ความเปรี้ยวแบบมีมิติ เราแนะนำให้ลองสั่งWinter of Meteor ที่จับคู่ชาคาโมมายด์ และน้ำเชื่อมมะขามรสชาติเผ็ดร้อน
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่NOVA Social Club.
The Backroom
หลายคนอาจจะติดภาพจำว่า เหล้าบางชนิดอาจเหมาะเอามาชงเป็นเมนูค็อกเทล ส่วนเหล้าบางตัวก็เหมาะแค่จะไว้ดื่มเพียว–หรือเป็นขวดราคาแพงเอาไว้ตั้งโชว์ตามท็อปเชลฟ์เฉย ๆ–แต่ที่ The Backroom นั้น อาจทำให้เราลืมภาพจำพวกนั้นไปโดยปริยาย เพราะนอกจากที่ทางร้านจะใช้ส่วนผสมที่หลากหลาย (และเห็นว่าวัตถุดิบที่ใช้เอง ก็มาจากหลายท้องถิ่นด้วย) ที่นี่เขายังสามารถผสมผสานเหล้าหลายตัวให้ออกมาแบบเฉพาะตัว ออกมาเป็นแก้วค็อกเทลสุดแปลก ที่บางคนอาจจะนึกไม่ถึงด้วยซ้ำว่าสามารถผสมออกมาแบบนี้ก็ได้ด้วย เริ่มต้นกันด้วย Gin & Juice ที่ใช้ส่วนผสมเป็น Botanist 22 Gin น้ำมะนาว น้ำส้ม และซีรัปส้มจี๊ดจากจันทบุรี ใครที่ชอบเมนู Old Fashion แนะนำให้ลองสั่ง Japanese Impression ที่ทำจาก Hibiki Harmony ผสมกับซีรัปที่ทำจากองุ่นมัสแคทและเมล่อนซูวี เสิร์ฟคู่กับเมล่อนญี่ปุ่น องุ่นมัสแคท และ ฮามอง เซอร์ราโน แฮมสเปนตากแห้งนาน 6 - 18 เดือน
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ The Backroom.
Buph Phe Bar
ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร ที่บาร์หลายแห่งเริ่มหันมาใช้วัตถุดิบโลคัลของไทยมาเป็นส่วนผสมหลักในการทำค็อกเทล แต่ที่ บุพเพ บาร์ (Buph Phe Bar) บาร์น้องใหม่ของย่านเยาวราช เขาชูโรงคาแร็กเตอร์ไทยไว้ในทุกกระเบียด กระทั่งว่าเหล้าหลายตัวก็เป็นเหล้าโลคัลของไทย ที่ทำจากผลไม้จากหลากหลายจังหวัดทั่วประเทศ (ของว่างหน้าบาร์ก็เป็นของว่างแบบไทยด้วยล่ะ) ตัวค็อกเทลที่นี่ อย่างที่บอกไป ก็คือเป็นแบบไทยแบบตะโกน อย่างตัว Sun เป็นแก้วค็อกเทลที่ใช้เหล้าสกัดจากดอกมะพร้าว จากจังหวัดสกลนคร แต่งเติมรสหวานด้วยซอสมะขาม และเจลลี่กรอบ ส่วนใครที่อยากมุ่งหน้าเดินทางไปฝั่งตะวันออก ลองสั่งเป็นตัว Island ที่โชว์เคสผลไม้หาทานยากอย่าง มะพำ (ตระกูลเดียวกับมังคุดนั่นแหละ) จากจังหวัดจันทบุรี ที่ทางร้านเอาไปผสมกับกระวาน กะทิ น้ำสัปปะรด และเสิร์ฟพร้อมกับ เมอแรงก์มะพร้าวปิดท้าย
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Buph Phe Bar.
Invitation Only
เปิดประตูวาร์ปไปสู่เซตติ้งโลกหนังพาสเทลของ Wes Anderson กับ Invitation Only บาร์เปิดใหม่ของตึก Empire Tower ที่ทุกเอเลเมนท์ชวนให้เรารู้สึกว่าเหมือนได้ไปอยู่ในโรงแรม The Grand Budapest จริง ๆ–แถมยังได้วิวดีจากชั้น 55 ของตัวตึกมาเสริมบรรยากาศด้วย ที่นี่เขามีซิกเนเจอร์ค็อกเทลถึง 16 ตัว เราชอบตัวที่เป็น Banananrama แก้วเบสเบอร์เบิน ผสมเหล้าอัลมอนด์ creme de banana ชีสที่ทำจากนมแคลร์ริไฟด์ อบเชย ขิง และแต่งแก้วด้วยกล้วยเคลือบช็อคโกแล็ต อีกแก้วที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Cigarette After Ex แก้วกลิ่นหอมควันฟุ้ง ที่มีเบสเป็นเมซคัล ผสมจินอินฟิวส์กับชาเขียว ซีตรัสคาโมมายด์ และส้มยุซุน้ำผึ้ง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Invitation Only.
The Label Club
หากคุณเป็นคนที่ไม่ได้ชอบค็อกเทลสายซับซ้อน และชอบดื่มแก้วคลาสสิกเรียบง่าย เราแนะนำให้พุ่งตัวมาที่ The Label Club บาร์เปิดใหม่ของย่านราธิวาศ ที่นอกจากจะเสิร์ฟค็อกเทลพื้น ๆ แต่หมัดหนัก แต่ยังมีบรรดาดีเจ มาเล่นเปิดแผ่นเรียงกันไม่ขาดสาย ตัวเมนูเครื่องดื่มก็ดึงคอนเซปต์มาจากเพลงไอค่อนของยุค อย่างตัว Rihanna ที่เป็นแก้วเบสเบอร์เบิน ผสมกับเหล้าอัลมอนด์ ท็อปด้วยไวน์แดง หรือจะเป็นแก้ว Big Bang ที่ใช้เตกิล่าอินฟิวส์กับดอกอัญชัญ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ The Label Club.
Akara Sky Hanuman
ชาวออฟฟิศเพลินจิต มีรูฟท็อปบาร์แห่งใหม่ให้ไปแฮงค์เอาท์หลังเลิกงานแล้วกับ Akara Sky Hanuman รูฟท็อปบาร์ของตึก One City Centre ที่ดึงเอาคาแรกเตอร์เจ้าลิงวายุ หนุมานจากรามเกียรติ์ มาเป็นคอนเซปต์หลักของตัวร้าน–ซึ่งเขาก็เล่นใหญ่จริง ๆ ตั้งแต่ที่เอารูปปั้นหนุมานยักษ์มาตั้งเป็นปากทางเข้าแล้ว ของว่างเขาก็ไม่ได้มาเล่น ๆ เพราะได้ทีมจาก Vaso Spanish Tapas Bar มาช่วยดูให้ ตัวค็อกเทลของที่นี่ ชูโรงตัว Grey Goose Vodka ที่เหมาะมากกับการจับคู่กับวัตถุดิบสุุดหรู อย่างตัว Goosebump ที่จับคู่ตัววอดก้า กับคาเวียร์ หรือ Grey Goose Oyster Soiree ที่ผสมผสานหอยนางรมสดตัวอ้วนกับวอดก้า พร้อมท็อปมาด้วยหองนางรมสดอีกต่อนึง
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Akara Sky Hanuman.
บาร์เปิดใหม่น่าไปลองประจำเดือนมีนาคม 2024
G.O.D. BKK
ชิมค็อกเทลฝีมือชั้นครูประหนึ่งเทพชง กับ G.O.D. บาร์แห่งใหม่ล่าสุดและน่าจะเป็นโลเกชั่นท้ายสุดของทีม Teens of Thailand–ซึ่งเป็นแก๊งค์เดียวกันกับคนที่อยู่เบื้องหลังหลากหลายบาร์ดัง Asia Today, Tax, Independence, และ The Untitled นั่นแหละ–ตัวคอนเซปต์ร้านก็ถอดแบบมาจากการเล่นคำของตัวย่อชื่อร้าน G.O.D. (ที่จริง ๆ แล้วย่อมาจาก Genius on Drugs) ด้วยรูปลักษณ์ที่กินขาดด้วยผนังอิฐเปลือย คานไม้ กระจกสีสเตนกลาส ยังกับว่าอยู่ในวิหารโบสถ์ร้าง ยังไงยังงั้น
The drinks: เราชอบคอนเซปต์เมนูค็อกเทลของที่นี่ ที่ชูโรงความแปลกใหม่ ตามประสาคนทำบาร์ที่ชอบทดลองแนวคิดส่วนผสมที่ดิบเถื่อนและไม่เหมือนใคร โดยแต่ละเมนูจะมีการแพร์ริ่งอาหารให้เข้ากับตัวดริงก์ เริ่มต้นกันด้วยเมนู Oyster Martini ที่นำเอาน้ำของหอยนางรม มาทำเป็นเบสผสมกับมาร์ตินี และมีหอยนางรม Fine de Claire No.2 เสิร์ฟมาคู่กันให้ทานจริง ๆ อีกหนึ่งแก้วที่น่าสนใจคือ The Trinity: The Father, the Son, & Laab Kwaii ค็อกเทลเบสวอดก้าผสมเลือดหมู แคบควาย และซอสทรัฟเฟิลมาโยด้วย
G.O.D. ซอยนานา เวลาทำการ พฤหัส - อาทิตย์ 19:00 - 01:00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G.O.D BKK.
BRUT
คำว่า ‘BRUT’ มาจากสถาปัตยกรรมสไตล์ Brutalism ที่กลายเป็นสไตล์การตกแต่งยอดฮิตหลังช่วงหลังสงครามโลก (ใครนึกไม่ออก ก็ให้นึกถึงการใช้คอนกรีตปูนเปลือย ที่เผยให้เห็นความดิบ เท่ และสัจจะ (essence) ของงานออกแบบนั้น ๆ ) และเช่นเดียวกับเมนูของทางร้าน BRUT ไม่ได้เสิร์ฟเมนูซับซ้อน หรือใช้คอนเซปต์แนวทดลองอะไรมากมาย แต่ดึงคอนเซปต์ความดิบและเรียบง่าย ออกมาเป็นเมนูอย่าง ‘1950’ ค็อกเทลจินโทนิก รสชาติสดชื่น ผสมชาเขียวและมะนาว อโลเวร่า คัมปารี และความคาวจากหมึกดำที่ป้ายมาใส่ไว้ในแก้ว อีกแก้วหนึ่งที่ควรสั่งคือ “Concrete” ที่ทางร้านใช้จินผสม Port Wine เชอร์รี่บรั่นดี และถั่วพิสตาชิโอ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ BRUT.
New Cocktail menu ประจำเดือนมีนาคม 2024
Crimson Room
บาร์หลังม่านแดงของชาวหลังสวน เขาออกเมนูเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ใหม่ ที่จะพาเราวาปไปดูหมุดหมายสำคัญ ๆ ของประวัติศาสตร์ เรื่องราว ประเพณีจากทั่วทุกมุมโลก เริ่มต้นกันด้วย “Polynesian Fizz” เป็นแก้วที่จิบแล้วสดชื่นจาก Tanqueray Gin, Yerba Mate (ชาสมุนไพรที่เป็นที่นิยมในอเมริกาใต้) อกาเว่ น้ำมะนาว ท็อปด้วยจิงเจอร์เบียร์ เสิร์ฟมาในแก้วรูปปั้นโมอาย ถัดมาเป็น “Crimson Room No.5” ทางร้านเล่าว่าเป็นแก้วที่ได้แรงบันดาลใจมาจากน้ำหอมChanel ทำจากวอดก้า Champagne Cordial เวอร์มุธจัสมิน เบอร์กาม็อต และน้ำสกัดจากดอกส้ม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Crimson Room.
Playroom
ถึงแม้ว่า Stage (อ่านว่า สตาจ) ไฟน์ไดน์นิ่งฝรั่งเศสของศิษย์เก่า L'Atelier de Joël Robuchon อย่างเชฟเจย์ - สายนิสา แสงสิงแก้ว จะปิดทำการและพร้อมย้ายบ้านออกจากเวิ้งตรงเอกมัยไปเรียบร้อยแล้ว สปีกอีซี่บาร์ชั้นสองธีมโซ่แส้กุญแจมือ Playroom เขาก็ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ยังอยู่ที่เดิม แถมยังแอบออกเมนูใหม่แบบไม่ได้บอกใคร ให้เราไปหากันเองอีก ลองสั่ง "Lisa" ค็อกเทลเบสรัม ผสมวานิลลา ลิคเคอร์อัลมอนด์ แอปเปิล มะนาว และปิดท้ายด้ววยไอศกรีมพาร์เมซานเนย ที่เรารับรองว่าจิบเดียว น่าจะติดใจไปอีกหลายวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Playroom
Siwilai Group
คลับคนเมืองของ Central Embassy ตั้งแต่เปิดมา ก็ยังมีกิจกรรมแน่นและอะไรใหม่ ๆ ให้เราไปดูแทบตลอด ไหนจะมีอีเวนต์แขกดารานักร้องหมุนเวียนกันเข้ามาแทบไม่ขาดสาย รวมถึงสาขาใหม่ที่เขาไปเปิดที่ทองหล่ออย่าง Siwilai Radical Club ที่เสิร์ฟเป็นทั้ง All-Day Dining Menu เปิดตั้งแต่เช้ายันดึกอีกล่ะ สำหรับเมนูดริงก์ใหม่ของทางร้าน เรียกว่าทำถึงเล่นใหญ่อยู่นะคุณน้า เพราะแต่ละสาขาของทาง Siwilai Group เขาออกเมนูเฉพาะถิ่นตัวเอง อย่างที่ Siwilai City Club ก็จะเสิร์ฟเป็น “Stick No.1” ค็อกเทลวอดก้า ที่เพิ่มความฉ่ำด้วยสารพัดผลไม้ ตั้งแต่บลูเบอร์รี่ ลิ้นจี่ และน้ำมะนาว ที่ Siwilai Sound Club เขาก็จะเสิร์ฟเป็น “Straight No Chsaser” ที่ผสมรวมเหล้าเมซคาลกับเวอร์มุธ เบอร์เบิน และคัมปารี ตัวน้องใหม่อย่าง Siwilai Radical Club เขาก็ไม่น้อยหน้านะ กับแก้วหมัดหนักทรงพลัง “Wasted” ที่มีส่วนผสมเป็นเหล้าตั้ง 3 ชนิด เติมความแซ่บด้วบพริกโคล่า และปิดท้ายด้วยโซดา Seltzer
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Siwilai..
Rogues Bar
หากใครเคยไปนอนโรงแรม Intercontinental Sukhumvit ก็น่าจะคุ้นเคยกับ Rogues Bar บาร์ค็อกเทลที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงแรม ตกแต่งด้วยโทนสีอบอุ่น แต่ละที่นั่งก็จะมีหมอนลายม้าลายเพิ่มกิมมิคความสนุกให้กับตัวบาร์ ตัวร้านเขาเคลมว่าเป็นสปีกอีซี่ (แต่เราว่าจริง ๆ แล้วก็หาค่อนข้างง่ายนะ เพราะสว่างเชียวมาแต่ไกล) สำหรับเมนูค็อกเทลใหม่ เขาได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายคลาสสิก The Great Gatsby และภาพยนตร์ฮ่องกงความหว่อง ของผู้กำกับ Wong Kar Wai บางแก้วก็ตั้งชื่อตามหนัง Kill Bill เราแนะนำให้ลองสั่งเป็น Rouge Negroni จับคู่ London Dry Gin ‘Tanqueray’ และ Vermouth Rosso ท็อปด้วยเหล้าขาว และโฟมเวอร์มุธ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Rogues Bar.
บาร์เปิดใหม่น่าไปลองประจำเดือนกุมภาพันธ์2024
Dry Wave Cocktail Studio
Dry Wave Cocktail Studio เป็นโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุดของ ปาล์ม-ศุภวิชญ์มุททารัตน์ บาร์เทนเดอร์ที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายงานประกวด และยังเป็นที่ปรึกษาให้กับบาร์ดัง ๆ หลายแห่งในกรุงเทพ ฯ รวมถึงไนต์คลับที่เพิ่งเปิดไปไม่นานอย่าง Fuchsia ด้วย สำหรับคอนเซปต์เครื่องดื่มของบาร์ใหม่ของปาล์ม เป็นการผสมผสานแก้วค็อกเทลคลาสสิก 2 แก้ว ดัดแปลงให้ออกมาเป็นแก้วซิกเนเจอร์ใหม่ แต่ก็ไม่ทิ้งรายละเอียดและคาแร็กเตอร์ของตัวแก้วเดิม
ไฮไลต์เมนูของร้านคือ Bitter Sweet & Mint ที่ผสมผสานความหวานและกลิ่นหอมจาก Mint Julep ด้วย Hanky and Panky ค็อกเทลเบสจิน สวีทเวอร์มุธ และเหล้าอิตาเลียน Fernet Branca อีกหนึ่งแก้วที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Dirty Red Dot ที่ดึงเอารสชาติราซเบอร์รี่จาก Clover Club ให้มาปะทะกับโน๊ตออกเค็มจาก Dry Martini
Dry Wave Cocktail Studio. 263 ซอยทองหล่อ 13 เวลาทำการ ทุกวัน 19:00 - 00:00 โทร. 090-512-4111 Instagram.
W Lounge
สำหรับใครที่เคยไป W Bangkok แล้วชอบไปนั่ง Woobar ก่อนอื่นเราขอบอกเลยว่าเสียใจด้วย เพราะทางโรงแรมเขาพลิกโฉมบาร์เก่าให้กลายเป็น W Lounge ที่ชูโรงเครื่องดื่มเวอร์มุธมากกว่า 40 เลเบล ไม่ว่าจะเป็นคนชอบรสสัมผัสที่ดรายหน่อย หรือออกฟรุ๊ตตี้ บอกเลยว่าที่นี่เขามีมาครบทุกแบบ ตัวร้านยังใช้คอนเซปต์เป็น Modern Carbaret เหมือนยกกรุงปารีสมาไว้ที่กรุงเทพฯ
ไฮไลต์เมนูของร้านคือ The Jazz Sway เป็นแก้วที่ทวิสต์มาจากแก้วคลาสสิกอย่าง Rosita ที่ใช้ Campari ปรุงรสด้วยน้ำมัน (Fat Wash) มะพร้าว เวอร์มุธสองตัวคือ Mancino Roso และ Mancino Bianco พร้อมตบท้ายด้วยบิตเตอร์เกรปฟรุ๊ต รวมถึง Miraculous แก้วเบสเวอร์มุธGrifoll รมควันด้วยไม้แอปเปิ้ล
W Lounge. โรงแรม W Bangkok เวลาทำการ ทุกวัน 10:00 - 00:00 น. Instagram
Noun Bar
บางพลัดอาจจะไม่ใช่ที่แรกที่เรานึกถึงค็อกเทล แต่สำหรับบาร์น้องใหม่ของโครงการช่างชุ่ย Changchui อย่าง NOUN Bar ถือเป็นอีกหนึ่งบาร์ที่จริงจังเรื่องการคราฟต์แก้วค็อกเทลอีกหนึ่งร้าน ที่มีไวบ์สุดชิลล์ ให้เรามานั่งจิบค็อกเทล สยายผมหลังเลิกงานได้อีกที่หนึ่ง
ไฮไลต์เมนูของร้านคือ Love Potion ค็อกเทลเบสวอดก้า มีรสหวานและสัมผัสออกครีม ที่ทาง NOUN Bar ผสมกับน้ำผึ้ง คาราเมล ราซเบอร์รี่ และชากุหลาบ เหมาะมากสำหรับสั่งมาชนกับหวานใจช่วงเดือนแห่งความรักแบบนี้ อีกแก้วหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ Power Potion ที่ใช้ไวน์แดง ผสมกับมิกซ์เบอร์รี่ และแอบแซ็งธ์ มีโน๊ตออกฟรุ๊ตตี้และกลิ่นออกสมุนไพรหน่อย ๆ
NOUN Bar ซอยโชคชัย 4 54 เวลาทำการ ทุกวัน 19:00 - ดึก Facebook / Instagram
Untitled House
Untitled House เป็นอีกหนึ่งบาร์ของย่านโชคชัย 4 ที่ดึงเอาบรรยากาศความเรียบง่ายสไตล์บ้านเพื่อน มาจับคู่กับแก้วค็อกเทลดี ตัวเมนูค็อกเทลไฮไลต์หลักของทางร้านก็จะมีเป็น Laughing Out Loud ซึ่งทำจาก Rhum Agricole หรือที่เป็นรัมทำจากน้ำอ้อยคั้นสด ผสมกับโยเกิร์ต และเอลเดอร์ฟลาวเว่อร์ หรือจะลองสั่งมาเป็น Chasing Starlight ที่จับคู่เหล้าแรงเมซคัลกับเตกิล่าที่เพิ่มคาแร็กเตอร์ด้วยกลิ่นควันจากใบชาดำจีน–จิบเข้าไปอึกเดียว ก็เหมือนได้ลุกขึ้นไปเต้นใน MV ของเพลง Dua Lipa แล้ว
Untitled House 76 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพล้าว เวลาทำการ ทุกวัน 07:00 - 01:00 น. โทร. 061-749-9965 Instagram.
Maria Bar
ชาวพระโขนง มีแหล่งแฮงค์เอาต์ใหม่เพิ่มอีกหนึ่งร้านกับ Maria Bar ไวน์บาร์ที่แอบอยู่ในตึก Max Value ชั้น 4 ติดกับบีทีเอสพระโขนง เดินมายังไม่ทันเหนื่อยก็ถึงแล้ว ที่นี่นอกจากจะมีเมนูค็อกเทลและสารพัดไวน์ให้เลือกกันแล้ว เขายังมีเสิร์ฟเป็นเมนูยุโรปคลาสสิก อย่างพวก Foccacia Burrata Sandwich (380 บาท) ที่เป็นแซนด์วิช ชีสบูราต้า พาร์มาแฮม และผักร็อคเก็ตด้วย
ไฮไลต์เมนูเครื่องดื่มของทางร้าน อย่างตัว French Awakening (ที่เอาเข้าจริง เราไม่แน่ใจว่าชื่อตั้งล้อไปกับพระนางมารีย์ที่โดนบั่นหัวในช่วงปฎิวัติฝรั่งเศสหรือเปล่า) แก้วนี้ใช้เป็นเบสจิน ผสมกับฝรั่งชมพู ผักชี และสปาร์กกลิ้งไวน์ อีกตัวที่น่าลองคือ Summer in Rome เป็นแก้วที่ได้ความสดชื่นสลับกับรสฝาด จาก Campari ดรายด์เวอร์มุธ ไวน์ Merlot ท็อปด้วยโซดา
Maria Bar ชั้น 4 ตึก Max Value ถนนสุขุมวิท พระโขนงเหนือ เวลาทำการ อังคาร - พุธ 18:00 - 23:30 น. และ ศุกร์ - อาทิตย์ 18:00 - 01:00 น. Instagram
Must Wine Bar
ช่วงก่อนนู้น เราเคยเขียนอีเวนต์น่าไปประจำสัปดาห์ ที่เชฟ Shunsuke Shimomura เจ้าของร้านอาหารมิชลินหนึ่งดาว Resonance มาทำเมนูป๊อปอัพที่ Must Wine Bar โปรเจ็กต์ใหม่ของคุณเบน–เบ็ญจวรรณ วิสุทธิ์สัตย์ และ ลิลลี่–ณัฐิยา วิสุทธิ์สัตย์ ผู้คร่ำหวอดในวงการไวน์ (เพราะถ้าพูดชื่อ FIN Wine ก็คงจะอ๋อกัน เพราะเข้าเป็นธุรกิจนำเข้าไวน์ artisanal ทีเปิดให้่บริการมากว่า 20 ปีแล้ว) จนถึงวันนี้ ทั้งคู่ได้เปิดเป็นพร็อพเพอร์ไวน์บาร์ในซอยทองหล่อ 14 ในชื่อว่า Must Wine Bar โดยชูคอนเซปต์ความเป็น Wine Dining ที่จับคู่อาหารรสชาติดี กับไวน์ที่ทางทีมคิวเรทมาให้แล้ว
Must Wine Bar ชั้น 2 ตึก SODALITY ซอยทองหล่อ 13 เวลาทำการ ทุกวัน 11:00 - 00:00 น. โทร. 092-599-8919. Facebook / Instagram.