โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์สาบานตน “ผมจะหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 15.43 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2567 เวลา 16.04 น.
ลอว์เรนซ์ หว่อง สาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคดปร์ วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 (ภาพโดย Edgar Su/REUTERS/Pool)

ลอว์เรนซ์ หว่อง รับไม้นั่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ต่อจาก ลี เซียนลุง สาบานตนรับตำแหน่ง “ผมจะรับใช้คุณอย่างสุดหัวใจ … ผมจะแสวงหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้” พร้อมขอบคุณผู้นำรุ่นก่อนที่วางรากฐานประเทศไว้ให้อย่างดี

วันที่ 15 พฤษภาคม 2024 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเร็วกว่าเวลาไทย 1 ชั่วโมง สิงคโปร์จัดพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ ลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 4 ของสิงคโปร์ รับไม้ต่อจาก ลี เซียนลุง (Lee Hsien Loong) นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ซึ่งบริหารประเทศมาเป็นเวลา 20 ปี ที่อิสตานา (Istana) ทำเนียบประธานาธิบดีสิงคโปร์

พิธีเริ่มจากการที่ประธานาธิบดี ธาร์มาน ชานมุการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) กล่าวสุนทรพจน์ โดยเขาเริ่มจากขอบคุณลี เซียนลุง สำหรับความเป็นผู้นำในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมาและการอุทิศตนเพื่อรับใช้ประเทศชาติและประชาชน

ธาร์มานกล่าวว่า ในปี 2004 ตอนที่นายลีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง เขาสัญญาว่าจะ “เป็นนายกรัฐมนตรีของชาวสิงคโปร์ทุกคนและจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ซึ่งเขาได้ทำตามคำมั่นสัญญานี้ตลอดการดำรงตำแหน่ง

ประธานาธิบดีสิงคโปร์ยกย่องอีกว่า ลี เซียนลุง ได้สร้างมาตรฐานระดับสูงสำหรับการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และกล่าวถึงความมุ่งมั่นของลีในการที่จะจัดการกับปัญหาที่ยากลำบากตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ปล่อยทิ้งไว้ให้ผู้นำในอนาคตต้องแก้ไข

จากนั้น เขากล่าวถึงการแต่งตั้ง ลอว์เรนซ์ หว่อง เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจาก ลี เซียนลุง ว่า เป็นการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองในสิงคโปร์อย่างราบรื่นและเป็นระเบียบ

สำหรับนายกฯหว่อง ประธานาธิบดีธาร์มานกล่าวว่า นายหว่องกำลังเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาแห่งความเปราะบางทั่วโลกและกระแสภูมิรัฐศาสตร์ที่คาดเดาไม่ได้ แต่ทีมงานของหว่องประกอบด้วยคนที่มีประสบการณ์ และอยู่ในจุดที่ดีในการที่จะรักษาผลประโยชน์ของชาติสิงคโปร์และพัฒนาความสมัครสมานสามัคคีของอาเซียนได้

ประธานาธิบดีธาร์มานกล่าวอีกว่า ผู้ที่ทำงานร่วมกับนายหว่องในหน่วยงานรัฐบาลและในชุมชนต่าง ๆ ต่างทราบกันว่า หว่องมาพร้อมกับความเชื่อมั่น ประสบการณ์ชีวิต และทักษะของตนเอง

นอกจากนั้น เขายังกล่าวชื่นชมว่า หว่องมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของสิงคโปร์ และทำงานอย่างใจเย็นภายใต้แรงกดดันในฐานะประธานร่วมของคณะทำงานเฉพาะกิจเรื่องโควิด-19 อีกทั้ง เขายังดำรงตำแหน่งผู้นำระดับนานาชาติในเวทีโลกอีกด้วย

ธาร์มานบอกว่า ตัวเขาเองมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในความสามารถของหว่องที่จะพาสิงคโปร์เดินหน้าสู่บทต่อไป

“เขาจะเป็นตัวของตัวเอง โดยมีแนวทางของเขาเองในการสร้างฉันทามติและค้นหาแนวทางที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาจะทำตามท่วงทำนองและจังหวะของเขาเอง”

เขากล่าวเสริมว่า ชาวสิงคโปร์สามารถมั่นใจได้ว่าประเทศนี้อยู่ในมือของคนที่มีความสามารถ และมั่นใจได้ว่าหว่องจะสร้างประเทศต่อไปบนรากฐานอันแข็งแกร่งที่บรรพบุรุษ (ทางการเมือง) ของเขาได้สร้างไว้

เมื่อกล่าวสุนทรพจน์จบ ประธานาธิบดีประกาศแต่งตั้งหว่องเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

จากนั้น ลอว์เรนซ์ หว่อง ยกมือขวาขึ้นกล่าวคำสาบานตนรับตำแหน่งว่าเขาจะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีอย่างซื่อสัตย์ตลอดไป และเขาให้คำมั่นว่าจะทำงานอย่างสุดความสามารถและความรู้ โดยปราศจากความกลัว ความลำเอียง-เลือกที่รักมักที่ชัง หรือความประสงค์ร้าย

ถัดจากนั้น สมาชิกคณะรัฐมนตรีกล่าวคำสาบานต่อ รวมถึงลี เซียนลุง ซึ่งลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่จะเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรีของหว่อง โดยจะอยู่ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีอาวุโส” ดังที่อดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ทั้งสองเคยทำ

เมื่อคณะรัฐมนตรีกล่าวคำสาบานแล้ว นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวสุนทรพจน์ในฐานะนายกรัฐมนตรีครั้งแรก โดยเขาเริ่มจากกล่าวว่า “รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสิงคโปร์”

จากนั้น เขากล่าวถึงความสำคัญของชาวสิงคโปร์ทุกสาขาอาชีพที่ให้การสนับสนุนเขา ทั้งที่เข้าร่วมงานและที่อยู่ที่บ้าน พร้อมกับกล่าวขอบคุณ และขอการสนับสนุนต่อไป

“ผมขอการสนับสนุนและความไว้วางใจจากคุณ” นายกฯสิงคโปร์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่สดใส

เขากล่าวเป็นภาษามาเลย์ว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติและเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจให้รับผิดชอบในฐานะนายกรัฐมนตรี เขาบอกว่าจะลงพื้นที่เพื่อมีส่วนร่วมกับประชาชน และจะทำงานอย่างหนักเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน

เขาเสริมว่า อนาคตจะเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชาวสิงคโปร์สามารถคว้าโอกาสที่จะสร้างสิงคโปร์ให้ดีขึ้นได้

จากนั้น นายกฯผู้มีเชื้อสายจีนเปลี่ยนไปกล่าวเป็นภาษาจีนกลางว่า จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแบกรับความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของการเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

เขากล่าวถึงอดีตนายกฯ ลี เซียนลุง ว่าตั้งแต่เขาเข้าสู่การเมือง ลีคอยให้คำปรึกษา สนับสนุน และให้กำลังใจเขามาตลอด

หว่องกล่าวว่า ผู้นำรุ่น 4 ของพรรคกิจประชาชน (People’s Action Party-PAP) เกิดมาหลังจากที่สิงคโปร์ได้รับเอกราชแล้ว เขาบอกว่าคนรุ่นเขารู้สึกขอบคุณสำหรับสิ่งที่ผู้นำรุ่นก่อนสร้างไว้ให้ และจะยังคงสร้างประเทศต่อไปบนรากฐานที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้

เขากล่าวว่า ทีมงานของเขาจะทำงานร่วมกับชาวสิงคโปร์ เพื่อผลักดันประเทศไปข้างหน้าท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน และเขาเน้นย้ำถึงการส่งไม้ต่อจากผู้นำรุ่นก่อนหน้าไปสู่คนรุ่นต่อไป

“ผมเป็นนายกฯคนแรกของสิงคโปร์ที่เกิดหลังจากได้รับเอกราช” เขากล่าว และบอกว่าบรรดาผู้นำรุ่นที่ 4 ของ PAP เกือบทั้งหมดก็เกิดหลังปี 1965 เช่นกัน

เขากล่าวว่า ค่านิยมที่หล่อหลอมประเทศชาตินั้นฝังแน่นอยู่ในทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการไม่คอร์รัปชัน ระบบคุณธรรม ความหลากหลายและกลมกลืนทางเชื้อชาติ ความยุติธรรม และความเท่าเทียมกัน

นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวว่า คนรุ่นนี้ได้รับประโยชน์จากนโยบายของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ ซึ่งนั่นจะช่วยให้รูปแบบความเป็นผู้นำของเขาแตกต่างจากคนรุ่นก่อน ๆ

“เราจะเป็นผู้นำในแบบของเราเอง เราจะคิดอย่างกล้าหาญและคิดให้ไกล เรารู้ว่ายังมีอะไรอีกมากที่ต้องทำ”

หว่องบอกว่า ครม.ชุดใหม่ของเขา “ยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ใหญ่” ซึ่งหมายความว่า คณะรัฐมนตรีของเขาสามารถมองได้ไกลและต่อยอดอะไรได้อีกมากด้วยรากฐานที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้ให้

เขากล่าวสดุดีผู้นำรุ่นก่อนว่า ลี กวนยู (Lee Kuan Yew) เป็นผู้นำพาประเทศสู่เอกราช ส่วนโก๊ะ จ๊กตง (Goh Chok Tong) เป็นผู้ทำให้สังคมสิงคโปร์ (ซึ่งมีความต่างทางเชื้อชาติ) เป็นสิงคมที่มีเมตตาและอ่อนโยนต่อกันมากขึ้น และภายใต้การปกครองของ ลี เซียนลุง สิงคโปร์เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอก และเอาชนะวิกฤติต่าง ๆ หลายครั้ง

“คุณลี (เซียนลุง) พูดบ่อยครั้งถึงความจำเป็นในการทำให้สิงคโปร์มีความโดดเด่นอยู่เสมอ เขามีความโดดเด่นในตัวเอง – ด้วยความทุ่มเท ความเสียสละ และการอุทิศตนเพื่อรับใช้ (ประเทศชาติและประชาชน) เราเป็นหนี้บุญคุณเขาอย่างใหญ่หลวง”

นอกจากนั้น หว่องกล่าวอีกหลายประเด็น ก่อนจะเข้าสู่ช่วงท้ายสุนทรพจน์แรกของเขาว่า “ผมจะรับใช้คุณอย่างสุดหัวใจ ผมจะไม่มีวันยอมอยู่กับสภาพที่เป็นอยู่ ผมจะแสวงหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้”

เขาเสริมว่าภารกิจของเขาคือการท้าทายอุปสรรคที่มีต่อไป และรักษาปาฏิหาริย์ที่สิงคโปร์มีเอาไว้ เพื่อให้ประเทศก้าวไปสู่จุดสูงสุด และเป็นดวงประทีปแห่งความหวังและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“พี่น้องชาวสิงคโปร์ของผม ผมขอให้คุณร่วมเดินทางไปกับผมและทีมของผมด้วย” เขาบอกว่า ทุกคนจะมีส่วนร่วมในความก้าวหน้าของสิงคโปร์ และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดอนาคตของประเทศ

“ขอให้เราสามัคคีกันโดยมีเป้าหมายและปณิธานร่วมกัน ขอให้เราพาสิงคโปร์ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน” ลอว์เรนซ์ หว่อง กล่าวปิดท้าย

อ้างอิง : The Straits Times

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯสิงคโปร์สาบานตน “ผมจะหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อทำให้วันพรุ่งนี้ดีกว่าวันนี้”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...