เลี้ยงน้อง ๆ ในคอนโด ใครว่ายาก
เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ผู้รักสัตว์เลี้ยง เข้าใจลูก ๆ ตัวน้อยของคุณมากขึ้น
Photo by Origin Play Sri Lasalle Station Sale Gallery
ก่อนที่เราจะมาทำความรู้จักกับน้อง ๆ ที่น่ารักในแต่ละสายพันธุ์นั้นเรามีเกร็ดความรู้เล็ก ๆ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับเทรนด์ Pet Humanization ที่เป็นกระแสในช่วงที่ผ่านมากันก่อน
Pet Humanizationเป็นพฤติกรรมหนึ่งที่สร้างความผูกพันระหว่างสัตว์เลี้ยงและมนุษย์มากขึ้น เกิดจากที่คนยุคใหม่ครองตัวเป็นโสด หรือคู่แต่งงานต้องการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นสมาชิกในครอบครัวแทนการมีลูก เนื่องจากทัศนคติของสังคมต่อสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไป ผู้คนส่วนมากตอนนี้มองสัตว์เลี้ยงของตนไม่เพียงแค่เป็นสัตว์ แต่เป็นเพื่อนร่วมชีวิตที่มีความต้องการทางอารมณ์และสิทธิในแบบเดียวกับมนุษย์
ในปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาอยู่คอนโดมากขึ้น จากความต้องการเดินทางสะดวกติดรถไฟฟ้าเชื่อมถึงกลางเมือง ใกล้พื้นที่ทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกรอบตัว แต่ยังคงมีความต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์ในคอนโด ซึ่งปัจจุบันหลายโครงการนั้นยังไม่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ และยังไม่มีฟังก์ชั่นที่รองรับเพียงพอสำหรับสัตว์เลี้ยง
เรามาดูกันว่าสัตว์เลี้ยงประเภทไหนมีลักษณะนิสัยและพฤติกรรมเหมาะสำหรับการเลี้ยงในคอนโดกันบ้าง
อย่างที่เราหลายคนคงรู้กันดีว่า สัตว์เลี้ยงที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคือน้องหมาและน้องแมว ซึ่งน้อง ๆ แต่ละชนิดแต่ละสายพันธุ์จะมีลักษณะที่แตกต่างกันไป น้องแมวสามารถเลี้ยงในคอนโดมิเนียมได้ไม่ต้องกังวลเรื่องขนาด สายพันธุ์ และน้ำหนักมากนัก แต่ในส่วนของน้องหมานั้นมีหลากหลายพันธุ์และขนาด โดยขนาดของน้องหมาที่เหมาะสมจะเลี้ยงในพื้นที่ขนาดเล็กอย่างคอนโดมิเนียมจะเป็นน้องหมาขนาดจิ๋วและน้องหมาขนาดเล็ก
น้องหมาขนาดจิ๋วโดยทั่วไปน้ำหนักของพวกเขาจะไม่เกิน 4 กิโลกรัม ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย ยกตัวอย่างสายพันธุ์ขนาดจิ๋ว เช่น
มอลทีส หนัก 3–4 กก. สูง 7–9 นิ้ว
ชิวาวา หนัก 1–4 กก. สูง 6–12 นิ้ว
ปอมเมอเรเนียน หนัก 1.3–3.1 กก. สูง 6–7 นิ้ว
ยอร์คเชียร์ เทอร์เรีย หนัก 1–3 กก. สูง 7.8–8.6 นิ้ว
ควรระมัดระวัง : เรื่องกระดูก รวมถึงฟัน ไม่ควรให้อาหารชิ้นใหญ่หรือย่อยได้ยาก เพราะระบบย่อยอาหารไม่แข็งแรง ควรมีการออกกำลังกายเล็กน้อยเพื่อให้เกิดสุขภาพที่ดี
ชิวาวา น้องหมาขนาดจิ๋ว Photo by Origin Play Sri Lasalle Station Sale Gallery
น้องหมาขนาดเล็กเป็นอีกหนึ่งขนาดที่เหมาะสมกับการเลี้ยงในคอนโด โดยทั่วไป น้ำหนักของพวกเขาจะอยู่ในช่วง 5–10 กิโลกรัม ยกตัวอย่างสายพันธุ์ขนาดเล็ก เช่น
ปั๊ก หนัก 6–8 กก. สูง 10–13 นิ้ว
คอร์กี้ หนัก 10–12 กก. สูง 10–12 นิ้ว
เฟรนช์ บูลด็อก หนัก 7–12 กก. สูง 10–13 นิ้ว
บีเกิ้ล หนัก 10–11.3 กก. สูง 13–15 นิ้ว
ควรระมัดระวัง : น้ำหนักตัวกดทับบริเวณข้อกระดูกต่าง ๆ และ ควรลดการกระทบกระเทือนจากการออกกำลังกายหนัก ๆ ไปยังส่วนขาและกระดูกสันหลัง
เฟรนช์ บลูด็อก น้องหมาขนาดเล็ก Photo by Origin Play Sri Lasalle Station Sale Gallery
VCA Animal Hospital กล่าว “Dogs are basically social animals that enjoy the company of their peers.”
รู้หรือไม่ ? ว่าต้นกำเนิดน้องหมามาจากป่า !!
หลายงานวิจัยกล่าวว่าน้องหมามีต้นตระกูลที่มาจากสุนัขป่า จึงมีพฤติกรรมที่เฉลียวฉลาด รู้จักการเอาตัวรอด การเข้าสังคมกับฝูง และการปรับตัวเข้าสังคมกับคน ทำให้มนุษย์นำมาเลี้ยงเพื่อใช้งานในยุคเริ่มแรก จนแพร่หลายไปทั่วโลกและเกิดเป็นหลากหลายสายพันธุ์ สะท้อนเป็นพฤติกรรมที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนที่มีขนาดกว้างเพื่อวิ่งเล่นในแนวราบ เป็นพื้นที่เปิดโล่ง ให้เค้าได้หายใจสะดวก ไม่ปีนป่ายเหมือนแมว
พื้นที่ในการพบปะกับน้องหมาตัวอื่น ๆ เพื่อพัฒนาการเข้าสังคมจึงสำคัญ แต่ด้วยสัญชาตญาณของน้องหมา บางตัวอาจจะใช้ปัสสาวะเป็นการบอกอาณาเขต บางตัวอาจมีการเห่าและขู่ จึงควรเตรียมการในแง่ความสะอาดและความปลอดภัยของพื้นที่เหล่านี้
น้องหมาวิ่งเล่นในพื้นที่เปิดโล่ง
ถ้าเช่นนั้น สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของน้องหมา ต้องเป็นอย่างไรกันนะ ?
มาฟังคำแนะนำของคุณหมอจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อกัน…
พื้นที่สำหรับพักผ่อนนอนหลับ กิน ควรมีความสงบและเป็นส่วนตัวมีแสงสว่างเข้าถึง เพื่ออุณหภูมิที่หลากหลาย เป็นพื้นที่แห้งและสะอาดเพื่อสุขอนามัย
พื้นที่ขับถ่ายโดยปกติจะปัสสาวะประมาณ 6 ครั้งต่อวัน และ ถ่าย 1–3 ครั้งต่อวัน คือ หลังกินอาหาร หรือดื่มน้ำ หลังการเล่น หลังการตื่นนอน
พื้นที่เล่น ควรมีพื้นที่ให้ผ่อนคลาย มีระยะในการหมุนตัวและระยะวิ่ง น้องหมาขนาดเล็กต้องการการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับขนาดตัว เช่น วิ่งเล่น, เล่นของเล่น, การวิ่งเบา ๆ ของเล่นที่มีลักษณะ Interactive จะช่วยพัฒนาทักษะของน้อง ๆ ได้ดี แต่ไม่ควรให้มีการกระโดดเพราะจะทำให้เกิดปัญหาข้อต่อหรือปัญหาด้านสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ ซึ่งการออกกำลังกาย จะช่วยลดความเครียด ลดความเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ และยังช่วยเรื่องสุขภาพจิตของน้องไม่ให้ก้าวร้าว และปัญหาด้านอารมณ์อีกด้วย
ของเล่นของน้องหมาที่เหมาะสมควรเป็นของเล่นขบเคี้ยวเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
ของเล่นของน้องหมา
ส่วนทาสแมวไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักของน้อง ๆ
เพราะส่วนใหญ่ในแต่ละสายพันธ์ุจะมีน้ำหนักที่ใกล้เคียงกัน แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างกันจะขึ้นอยู่กับความยาวของขน โดยเหล่าทาสของน้องแมวขนสั้นหายกังวลเรื่องนี้ไปได้เลย ยกตัวอย่างสายพันธุ์น้องแมวขนสั้น เช่น
แมวที่มีขนสั้น
บริติช ชอร์ตแฮร์ หนัก 4–7 กก.
อเมริกัน ชอร์ตแฮร์ หนัก 3–5 กก.
สฟิ้งซ์ หนัก 3–6 กก.
วิเชียรมาศ หนัก 3–4 กก.
สฟิ้งซ์ น้องแมวพันธุ์ขนสั้น
แมวที่มีขนยาว
ส่วนน้องแมวขนยาวจะมีเรื่องการดูแล สภาพอากาศที่เหมาะสมและการออกแบบที่อยู่สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องคำนึงถึงมากขึ้น ยกตัวอย่างสายพันธุ์น้องแมวขนยาว เช่น
สก๊อตติช โฟลว์ หนัก 6–8 กก.
เปอร์เซีย หนัก 3–5 กก.
เมนคูน หนัก 3–8 กก.
แร็กดอลล์ หนัก 4–9 กก.
เมนคูน น้องแมวพันธุ์ขนยาว
ข้อควรระมัดระวังสำหรับน้องแมว: คือเรื่องเกี่ยวกับโรคหัวใจที่เป็นได้โดยกำเนิด หรือภายหลังที่เกิดจากการผิดปกติของกล้ามเนื้อหัวใจ จึงต้องคอยสังเกตอาการ ดูแลคุณภาพอาหาร และความเครียดของน้อง ๆ เพราะมักจะพบในแมวพันธุ์ดังกล่าว และโรคผิวหนังสำหรับแมวพันธุ์สฟิ้งซ์ เนื่องจากผิวหนังที่ไม่มีขนทำให้ไวต่อแสง
ส่วนน้องแมวขนยาวมีข้อควรระวังเป็นพิเศษ เพราะน้องแมวกลุ่มนี้ต้องการการดูแลเรื่องขน คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลเรื่องโภชนาการที่มีคุณสมบัติบำรุงขน แปรงขนเพื่อป้องกันขนร่วง และหมั่นเช็คท่อระบายน้ำที่อาจจะมีปัญหาการอุดตันของขน ยังมีเรื่อง อุณภูมิเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะวิธีระบายความร้อนของแมวคือการหอบ หรือปล่อยความร้อนที่อุ้งเท้าซึ่งไม่เหมือนคนที่สามารถระบายความร้อนผ่านผิวหนังและเหงื่อได้อย่างรวดเร็ว
ต้นกำเนิดของน้องแมว
สัญชาตญาณมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนิสัยแมว น้องแมวนั้นเป็นทายาทของ โปรไอลูรัส (Proailurus) เหล่าน้องในยุคแรกเริ่มเป็นนักล่า มีกรงเล็บที่ช่วยปีนป่าย เพื่อหนีขึ้นต้นไม้ให้ปลอดภัย หรือปีนขึ้นที่สูงเพื่อนอนรอเหยื่อ ส่งทอดมาถึงปัจจุบัน น้องแมวยังคงรักการปีนป่ายพื้นที่แนวตั้ง เมื่ออยู่บนที่สูงก็จะรู้สึกปลอดภัย และสังเกตการณ์ได้ง่าย
คุณหมอจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อกล่าวว่า
“พฤติกรรมของแมว จะชอบยืดเหยียด กระโดดขึ้นที่สูง มุด พุ่งตัว และเป็นที่น่าสังเกตว่าแมวบางตัวไม่สามารถเล่นรวมกับแมวตัวอื่นได้”
โดยระยะของพฤติกรรมที่สำคัญสำหรับน้องแมว มี 3 ประเด็นหลัก ๆ คือ ระยะยืดตัว 29–36 เซนติเมตร ระยะกระโดด 150–180 เซนติเมตร และ ช่องระเบียง กว้างไม่เกิน 5 เซนติเมตร
สำหรับน้องแมว สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมควรเป็นอย่างไรบ้าง ?
คุณหมอจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อแนะนำว่าพื้นที่ของน้องแมวต้องเป็นพื้นที่ที่สะอาดและจะมีรายละเอียดที่มากกว่าน้องหมา
พื้นที่เล่นเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและบริเวณสำหรับการผ่อนคลายที่ใหญ่ที่สุดของแมว ต้องเป็นที่ที่สามารถวิ่งแข่งรอบ ๆ ซ่อน หรือเกาะอยู่บนที่สูงได้ จะช่วยให้แมวสนุกเพื่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ไม่ต้องกว้างเหมือนน้องหมาก็เพียงพอต่อการออกกำลังกาย
พื้นที่อาหารต้องเป็นบริเวณที่เงียบสงบ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ห้องรับประทานอาหารหรือบริเวณที่อาจมีการรบกวน ควรแยกพื้นที่การวางน้ำและอาหารไม่ให้อยู่ใกล้กัน และห่างจากกระบะทราย
พื้นที่พักผ่อนนอนหลับกระจายตัวขึ้นอยู่กับแสงแดดและแหล่งความร้อนตามธรรมชาติ น้อง ๆ ชอบนอนที่สูง และมักเลือกพื้นที่ที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด “ยิ่งมีความเป็นส่วนตัว จะสามารถลดความเครียด”ความกังวลได้
บริเวณขับถ่าย ต้องวางกระบะทรายในบริเวณที่เงียบสงบและแมวเข้าถึงได้ตลอดเวลาและต้องเป็นส่วนตัวเพื่อป้องกันความเครียดเช่นเดียวกัน
เรารู้ไหมว่าน้องหมาน้องแมวมองเห็นไม่เหมือนเรานะ ?
นอกจากเรื่องพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงแล้ว ยังมีเรื่อง “การรับรู้สี”ของดวงตาน้อง ๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ คน น้องหมา และน้องแมวแล้ว จะเห็นว่าความสามารถในการรับรู้สีมีไม่เท่ากัน
การทำงานของเซลล์จอตารูปกรวย สามารถดูดกลืนความยาวคลื่นของแสงของเซลล์เม็ดสี 3 ชนิด ได้แก่ สีแดง สีฟ้า และสีเขียว ทำให้มนุษย์สามารถมองเห็นสีอื่น ๆ ได้ และสามารถจำแนกแสงแต่ละสีได้
ในดวงตาของสุนัขและแมวมีเซลล์รูปกรวยอยู่เพียงแค่ 2 ชนิด ทำให้มองเห็นภาพต่างๆ เป็นโทน สีเทา สีเหลือง และ สีฟ้า แต่จะบกพร่องในการมองเห็นสีแดงและสีเขียว
การรับรู้สีระหว่างสัตว์(บน) และคน(ล่าง) Photo by thehoundproject.com
สีแนะนำที่มีผลต่อความรู้สึกจึงเป็นสีในโทน สีเทา ซึ่งเป็นสีกลางที่น้อง ๆ รับรู้ได้หลัก ๆ
สีเหลืองกระตุ้นให้น้อง ๆ มีความ active
สีฟ้าและสีที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติจะทำรู้สึกเงียบสงบ ผ่อนคลาย
ภาพจำลองการมองเห็นของคน น้องหมา และน้องแมว ตามลำดับ Photo by How Pets See Your Home By HomeAdvisor
อีกเซลล์ที่มีความสำคัญกับน้องหมาและน้องแมว คือ เซลล์รูปแท่ง น้องแมวมีจำนวนเซลล์จอตารูปแท่งมากกว่ามนุษย์ถึง 6 เท่า ในขณะที่น้องหมามีจำนวนมากกว่ามนุษย์ 4 เท่า น้อง ๆ จึงต้องการแสงสว่างสำหรับการมองเห็นในปริมาณน้อยกว่าที่คนต้องการ เพราะฉะนั้นสีที่ควรเลี่ยง คือสีที่ขาวสว่าง หรือสีที่เกิดการเรืองแสง
การมองเห็นของคน (บน) เมื่อเทียบกับแมว (ล่าง) photo by LiveSience
อ่านมาถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่คงรู้เเล้วว่า น้อง ๆ สัตว์เลี้ยงตัวน้อยของเรา ต่างมีความต้องการ ความชอบที่แตกต่างกันไป เรามีความเชื่อว่า สัตว์เลี้ยงของทุกคนเปรียบเสมือนคนในครอบครัว รูปแบบที่อยู่อาศัย จึงต้องเปลี่ยนแปลง และปรับตัวเพื่อรองรับการใช้ชีวิตของสัตว์เลี้ยงให้มากยิ่งขึ้น
แนวคิดในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่เหมาะสม เพื่อตอบรับกับความต้องการในการอยู่อาศัยร่วมกันระหว่างคนและสัตว์เลี้ยงจึงเกิดขึ้น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก
: Website thehoundproject
: Website LiveScience
: Website HomeAdvisor