โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เธอจะมีชีวิตอยู่เสมอในความฝันของฉัน' Dreams เพลงรักแท้สุดโรแมนติก ของวง The Cranberries

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 พ.ค. 2567 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2567 เวลา 02.09 น.

Chungking Express หนังฮ่องกงที่เข้าฉายในปี 1994 ของผู้กำกับฯ หว่อง กาไว ติดอยู่ในอันดับที่ 88 หนังที่ดีที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับของทางนิตยสารภาพยนตร์ระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Sight & Sound เมื่อปี 2022

หนังเรื่องนี้มีฉากที่น่าจดจำอยู่แทบจะตลอดทั้งเรื่อง

แต่ฉากที่ส่วนตัวแล้วชื่นชอบและอยู่ในความทรงจำมาโดยตลอดอยู่ในฉากที่เฟย์ (เฟย์ หว่อง) พนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด Midnight Express ที่ตั้งอยู่ในย่านลานไควฟง ของเขตเซ็นทรัล ในเกาะฮ่องกงได้แอบเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหมายเลข 663 (เหลียงเฉาเหว่ย) ที่เธอหลงรัก

เท่านั้นไม่พอ เธอยังถือวิสาสะจัดบ้าน, จัดเตียงแล้วนอนเล่น, เปลี่ยนผ้าปูโต๊ะ, ทำความสะอาดห้องน้ำ ไปจนถึงขั้นเอาปลาทองมาใส่ในตู้ปลา

และใส่ยานอนหลับในขวดน้ำเปล่าเพื่อให้ตำรวจหนุ่มที่ทำงานหนักและเพิ่งอกหักได้พักผ่อนบ้าง

ซีนนี้เป็นซีนที่ทั้งเท่และซ่อนนัยยะสำคัญบางอย่างเอาไว้ด้วย นั่นก็คือ ในเมื่อหญิงสาวไม่กล้าบอกรักชายหนุ่มตรงๆ และการทำความรู้จักกันผ่านการคบหาดูใจเป็นไปไม่ได้ การแอบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวก็คือการทำความรู้จักคนคนหนึ่งทางอ้อมผ่านสิ่งที่เขาเคยสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน, ที่นั่ง, แปรงสีฟัน, อาหารสำเร็จรูป, เสื้อผ้า

มีอยู่ช็อตหนึ่งที่เฟย์ได้หยิบเอารูปตัวเองสมัยยังเด็กมาแปะไว้บนกระจกในห้องแต่งตัวของตำรวจหนุ่มด้วย

ฉากนี้เป็นฉากที่น่ารักมากเสียจนผู้ชมอาจมองข้ามไปเลยว่าสิ่งที่เฟย์ทำลงไปนั้นมันป่วยขนาดไหน เพราะในเมื่อหญิงสาวไม่สามารถมอบใจให้ชายหนุ่มได้รักษาและทะนุถนอมได้ ขอเพียงแค่ได้แปะรูปตัวเองไว้ใน (สี่) ห้อง (หัวใจ) ของเขาก็ยังดี

และสิ่งที่สร้างความ “เดียวดายอย่างโรแมนติก” ให้กับซีนนี้ได้ทั้งซีนก็คือเพลง Dreams ของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกชื่อดังจากประเทศไอร์แลนด์ The Cranberries

ในหนังเพลง Dreams ที่ขับกล่อมซีนนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นต้นฉบับ แต่ เฟย์ หว่อง นำมาร้องใหม่ด้วยภาษาจีนกวางตุ้งและทำออกมาได้ดีมากจนชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบเพลง Dreams ที่ เฟย์ หว่อง ร้องมากกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับเสียอีก

ด้วยเนื้อหารวมถึงดนตรีในแนวดรีมป๊อป ของเพลง Dreams ได้เข้ามาเติมเต็มซีนนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและถือเป็นการเลือกเพลงประกอบหนังที่ในช่วงเวลาที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง

การได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องของคนที่แอบรักแบบลับๆ ไม่ต่างไปจากการอยู่ในความฝันสำหรับเฟย์ เธอล่องลอยอยู่ในความสุขที่ไม่มีทั้งความผิดหวังหรือสมหวัง เธอเพียงแค่อยากจะเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอหลงใหลเท่านั้น

และที่น่าสนใจก็คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ โดโลเรส โอริออร์แดน นักร้องนำผู้ล่วงลับของวง The Cranberries แต่งเพลงเพลงนี้ขึ้นมาก็คือ “รักแรก”

Dreams เป็นซิงเกิลแรกจาก Everybody Else Is Doing It, So Why Can’t We? อัลบั้มชุดแรกของวง เธอรับหน้าที่แต่งเนื้อเพลง ส่วนพาร์ตดนตรีเป็นผลงานการแต่งของ โนล โฮแกน มือกีตาร์ Dreams ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จใกล้เคียงกับเพลง Linger ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้ม

ก่อนที่ The Cranberries จะดังเป็นพลุแตกจากเพลง Zombie ที่อยู่ใน No Need to Argue อัลบั้มลำดับที่ 2 ของวง

โดโรเลสเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้นตอนที่เพลง Dreams ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในปี 1992 โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า Dreams เป็นเพลงที่เธอใช้ความรู้สึกลึกๆ ภายในใจของเด็กสาวที่เพิ่งจะตกหลุมรักอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในชีวิตในการเขียนเนื้อเพลง

สำหรับเธอแล้วรักแรกพบหรือรักแรกของผู้หญิงเป็นความรู้สึกที่ยากจะหาคำมาอธิบาย และสำหรับบางคนอาจจะเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต

เพลง Dreams พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ทุกสิ่งรอบตัวของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ส่วนความฝันที่ซ้ำซากจำเจมาตลอดก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

โดโลเรสถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเนื้อเพลงต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยสัมผัสกับความรู้สึกในทำนองนี้มาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่เคยดิ่งลึกถึงกลางใจมากเท่านี้มาก่อนเลย

ใจเธอสะดุดหกล้มพลิกคว่ำไม่เป็นท่าในหลุมแห่งความรักนี้ก็เพราะผู้ชายคนหนึ่ง และมันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย

หากลงลึกไปในรายละเอียด โดโลเรสคิดว่าเธอเคยรู้จักความรักมาก่อน แต่แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ รักครั้งใหม่นี้ไม่ได้เป็นหลุมรักที่รอให้เธอตกลงไป แต่เธอต้องการที่จะอยู่ในหลุมนั้นด้วยตัวของเธอเอง เพื่อที่จะได้เข้าใจด้วยตัวเองจริงๆ ว่าความรักแท้นั้นเป็นเช่นไร และถึงแม้ว่าความผิดหวังจะเผ้ารอให้หัวใจเธอแหลกสลายในอนาคต แต่เธอก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธความรู้สึกรักอันแรงกล้าครั้งนี้ได้เลย

ความหลงใหลในความรักครั้งนี้ได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเธอ เป็นทั้งที่พักใจและเป็นความฝันที่ทำให้เธออยากหลับตานอนหลับชั่วนิรันดร์ เพราะคุณนั่นเองคือความฝันของฉัน (ตามเนื้อเพลงที่เขียนว่า You’re dream to me)

Dreams เป็นเพลงที่สะดุดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง ด้วยแนวเพลงแล้ว Dreams ขับเคลื่อนด้วยดนตรีแนวดรีมป๊อป ที่เข้ากับเนื้อหาของเพลงได้อย่างลงตัว ทางวงใช้เอฟเฟ็กต์กีตาร์อย่าง Overdrive ในการสร้างซาวด์ที่แตกพร่าแข็งกร้าวในช่วงอินโทรก่อนที่จะใช้เอฟเฟ็กต์ Reverb กับกีตาร์ในภายหลังเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทั้งดิ่งลึกและล่องลอยในเวลาเดียวกัน ถ้าหากเปรียบกีตาร์เป็นเหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงบทเพลงแล้ว จังหวะกลองและเบสของเพลงก็ทำหน้าที่ไม่ต่างไปจากหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเพื่อสูบฉีดเลือดนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั้งบทเพลง

นอกจากนี้ เสียงกีตาร์ที่แหลมเล็กในแนว Jangle Pop ก็สร้างมิติของเพลงให้ลึกมากขึ้นด้วย

ที่น่าสนใจก็คือ โดเลเรสได้บันทึกเสียงลงในท่อนร้องในหลายท่อนเป็นจำนวน 2 ครั้งเพื่อสร้างฮาร์โมนีที่สวยงามให้กับเพลง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีนักร้องคอรัสเลย

และในบางช่วงเธอก็ใช้พลังเสียงด้วยโน้ตที่สูงลิบและดังกังวานในรูปแบบของดนตรีแนว Ethereal Wave ที่ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีกอธิกและดาร์กเวฟ ซึ่งเสียงร้องที่โดโรเลสฝากไว้กับหลากหลายบทเพลงของวง The Cranberries โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง Dreams ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อวงดนตรีแนวดรีมป๊อป รุ่นหลังๆ มากมาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวงที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิง

ซีนที่เฟย์เข้าไปจัดห้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เธอแอบรัก ถ้าหากมองผ่านเลนส์ของเพลง Dreams แล้ว เห็นได้ชัดว่าผู้กำกับฯ หว่อง กาไว ต้องการใช้เพลงเพลงนี้รื้อถอนมายาคติเดิมๆ ที่ว่าการตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องโรแมนติกในตัวมันเองอยู่แล้ว

แต่มันยังโรแมนติกมากกว่านั้นได้ ถ้าหากมันพ่วงความโดดเดี่ยวเดียวดายเข้าไปด้วย

ถ้าหากเปรียบเทียบห้องพักของตำรวจหนุ่มหมายเลข 663 เป็นเหมือนหลุมรักสักหลุม เฟย์ไม่ได้เพียงแต่ตกลงไปในหลุมเท่านั้น

แต่เธอสร้างหลุมแห่งความรักขึ้นมาด้วยโลกส่วนตัวของเธอเอง ดื่มด่ำหลงใหลรื่มรมย์ไปกับมันอย่างสุดหัวใจ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นดั่งฝันนิรันดร์ของเธอ และเขาจะมีชีวิตอยู่ในความฝันของเธอตลอดไป

มีศิลปินรุ่นหลังจำนวนมากที่นำเพลง Dreams มาโคฟเวอร์ใหม่ ซึ่งก็มีความไพเราะแตกต่างกันออกไป

แต่เวอร์ชั่นที่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่สุดเป็นของวงดนตรีแนวอินดี้ป๊อปและดรีมป๊อปอย่าง The Japanese Breakfast ที่นำเพลงนี้ไปโคฟเวอร์บนเวทีคอนเสิร์ตในหลายครั้งหลายโอกาส

ส่วนโชว์ที่ประทับใจมากที่สุดคือการที่ทางวงเล่นสดเพลงนี้ที่เทศกาลดนตรี ฟูจิ ร็อก เมื่อปี 2022 โดยมีหลายฉากจำจากหนังเรื่อง Chungking Express เปิดประกอบอยู่บนจอขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีไปด้วย

ภาพของวงดนตรีวงโปรดกำลังเล่นคอนเสิร์ตโดยที่มีภาพเคลื่อนไหวจากหนังที่ตัวเองหลงรักมาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นโลดแล่นไปพร้อมๆ กันเป็นภาพที่งดงามอย่างเหลือเชื่อ

เหมือนนำความจริงและความฝันมาบรรจบเข้าไว้ด้วยกันอย่างไรอย่างนั้น

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เธอจะมีชีวิตอยู่เสมอในความฝันของฉัน’ Dreams เพลงรักแท้สุดโรแมนติก ของวง The Cranberries

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...