'เธอจะมีชีวิตอยู่เสมอในความฝันของฉัน' Dreams เพลงรักแท้สุดโรแมนติก ของวง The Cranberries
Chungking Express หนังฮ่องกงที่เข้าฉายในปี 1994 ของผู้กำกับฯ หว่อง กาไว ติดอยู่ในอันดับที่ 88 หนังที่ดีที่สุดตลอดกาลจากการจัดอันดับของทางนิตยสารภาพยนตร์ระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Sight & Sound เมื่อปี 2022
หนังเรื่องนี้มีฉากที่น่าจดจำอยู่แทบจะตลอดทั้งเรื่อง
แต่ฉากที่ส่วนตัวแล้วชื่นชอบและอยู่ในความทรงจำมาโดยตลอดอยู่ในฉากที่เฟย์ (เฟย์ หว่อง) พนักงานร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด Midnight Express ที่ตั้งอยู่ในย่านลานไควฟง ของเขตเซ็นทรัล ในเกาะฮ่องกงได้แอบเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจหมายเลข 663 (เหลียงเฉาเหว่ย) ที่เธอหลงรัก
เท่านั้นไม่พอ เธอยังถือวิสาสะจัดบ้าน, จัดเตียงแล้วนอนเล่น, เปลี่ยนผ้าปูโต๊ะ, ทำความสะอาดห้องน้ำ ไปจนถึงขั้นเอาปลาทองมาใส่ในตู้ปลา
และใส่ยานอนหลับในขวดน้ำเปล่าเพื่อให้ตำรวจหนุ่มที่ทำงานหนักและเพิ่งอกหักได้พักผ่อนบ้าง
ซีนนี้เป็นซีนที่ทั้งเท่และซ่อนนัยยะสำคัญบางอย่างเอาไว้ด้วย นั่นก็คือ ในเมื่อหญิงสาวไม่กล้าบอกรักชายหนุ่มตรงๆ และการทำความรู้จักกันผ่านการคบหาดูใจเป็นไปไม่ได้ การแอบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวก็คือการทำความรู้จักคนคนหนึ่งทางอ้อมผ่านสิ่งที่เขาเคยสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน, ที่นั่ง, แปรงสีฟัน, อาหารสำเร็จรูป, เสื้อผ้า
มีอยู่ช็อตหนึ่งที่เฟย์ได้หยิบเอารูปตัวเองสมัยยังเด็กมาแปะไว้บนกระจกในห้องแต่งตัวของตำรวจหนุ่มด้วย
ฉากนี้เป็นฉากที่น่ารักมากเสียจนผู้ชมอาจมองข้ามไปเลยว่าสิ่งที่เฟย์ทำลงไปนั้นมันป่วยขนาดไหน เพราะในเมื่อหญิงสาวไม่สามารถมอบใจให้ชายหนุ่มได้รักษาและทะนุถนอมได้ ขอเพียงแค่ได้แปะรูปตัวเองไว้ใน (สี่) ห้อง (หัวใจ) ของเขาก็ยังดี
และสิ่งที่สร้างความ “เดียวดายอย่างโรแมนติก” ให้กับซีนนี้ได้ทั้งซีนก็คือเพลง Dreams ของวงอัลเทอร์เนทีฟร็อกชื่อดังจากประเทศไอร์แลนด์ The Cranberries
ในหนังเพลง Dreams ที่ขับกล่อมซีนนี้ไม่ใช่เวอร์ชั่นต้นฉบับ แต่ เฟย์ หว่อง นำมาร้องใหม่ด้วยภาษาจีนกวางตุ้งและทำออกมาได้ดีมากจนชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยเลยที่ชอบเพลง Dreams ที่ เฟย์ หว่อง ร้องมากกว่าเวอร์ชั่นต้นฉบับเสียอีก
ด้วยเนื้อหารวมถึงดนตรีในแนวดรีมป๊อป ของเพลง Dreams ได้เข้ามาเติมเต็มซีนนี้ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นและถือเป็นการเลือกเพลงประกอบหนังที่ในช่วงเวลาที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง
การได้ใช้ชีวิตอยู่ในห้องของคนที่แอบรักแบบลับๆ ไม่ต่างไปจากการอยู่ในความฝันสำหรับเฟย์ เธอล่องลอยอยู่ในความสุขที่ไม่มีทั้งความผิดหวังหรือสมหวัง เธอเพียงแค่อยากจะเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบของผู้ชายคนหนึ่งที่เธอหลงใหลเท่านั้น
และที่น่าสนใจก็คือแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้ โดโลเรส โอริออร์แดน นักร้องนำผู้ล่วงลับของวง The Cranberries แต่งเพลงเพลงนี้ขึ้นมาก็คือ “รักแรก”
Dreams เป็นซิงเกิลแรกจาก Everybody Else Is Doing It, So Why Can’t We? อัลบั้มชุดแรกของวง เธอรับหน้าที่แต่งเนื้อเพลง ส่วนพาร์ตดนตรีเป็นผลงานการแต่งของ โนล โฮแกน มือกีตาร์ Dreams ถือเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จใกล้เคียงกับเพลง Linger ซึ่งเป็นซิงเกิลที่ 2 ของอัลบั้ม
ก่อนที่ The Cranberries จะดังเป็นพลุแตกจากเพลง Zombie ที่อยู่ใน No Need to Argue อัลบั้มลำดับที่ 2 ของวง
โดโรเลสเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้นตอนที่เพลง Dreams ถูกปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการในปี 1992 โดยเธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า Dreams เป็นเพลงที่เธอใช้ความรู้สึกลึกๆ ภายในใจของเด็กสาวที่เพิ่งจะตกหลุมรักอย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรกในชีวิตในการเขียนเนื้อเพลง
สำหรับเธอแล้วรักแรกพบหรือรักแรกของผู้หญิงเป็นความรู้สึกที่ยากจะหาคำมาอธิบาย และสำหรับบางคนอาจจะเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิต
เพลง Dreams พูดถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่ทุกสิ่งรอบตัวของเธอเปลี่ยนแปลงไปในทุกๆ วันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ส่วนความฝันที่ซ้ำซากจำเจมาตลอดก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
โดโลเรสถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเนื้อเพลงต่ออีกว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยสัมผัสกับความรู้สึกในทำนองนี้มาบ้างเหมือนกัน แต่ไม่เคยดิ่งลึกถึงกลางใจมากเท่านี้มาก่อนเลย
ใจเธอสะดุดหกล้มพลิกคว่ำไม่เป็นท่าในหลุมแห่งความรักนี้ก็เพราะผู้ชายคนหนึ่ง และมันเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย
หากลงลึกไปในรายละเอียด โดโลเรสคิดว่าเธอเคยรู้จักความรักมาก่อน แต่แท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่ รักครั้งใหม่นี้ไม่ได้เป็นหลุมรักที่รอให้เธอตกลงไป แต่เธอต้องการที่จะอยู่ในหลุมนั้นด้วยตัวของเธอเอง เพื่อที่จะได้เข้าใจด้วยตัวเองจริงๆ ว่าความรักแท้นั้นเป็นเช่นไร และถึงแม้ว่าความผิดหวังจะเผ้ารอให้หัวใจเธอแหลกสลายในอนาคต แต่เธอก็ไม่อาจที่จะปฏิเสธความรู้สึกรักอันแรงกล้าครั้งนี้ได้เลย
ความหลงใหลในความรักครั้งนี้ได้สร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับเธอ เป็นทั้งที่พักใจและเป็นความฝันที่ทำให้เธออยากหลับตานอนหลับชั่วนิรันดร์ เพราะคุณนั่นเองคือความฝันของฉัน (ตามเนื้อเพลงที่เขียนว่า You’re dream to me)
Dreams เป็นเพลงที่สะดุดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ฟัง ด้วยแนวเพลงแล้ว Dreams ขับเคลื่อนด้วยดนตรีแนวดรีมป๊อป ที่เข้ากับเนื้อหาของเพลงได้อย่างลงตัว ทางวงใช้เอฟเฟ็กต์กีตาร์อย่าง Overdrive ในการสร้างซาวด์ที่แตกพร่าแข็งกร้าวในช่วงอินโทรก่อนที่จะใช้เอฟเฟ็กต์ Reverb กับกีตาร์ในภายหลังเพื่อสร้างบรรยากาศที่ทั้งดิ่งลึกและล่องลอยในเวลาเดียวกัน ถ้าหากเปรียบกีตาร์เป็นเหมือนเลือดที่หล่อเลี้ยงบทเพลงแล้ว จังหวะกลองและเบสของเพลงก็ทำหน้าที่ไม่ต่างไปจากหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเพื่อสูบฉีดเลือดนำออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงทั้งบทเพลง
นอกจากนี้ เสียงกีตาร์ที่แหลมเล็กในแนว Jangle Pop ก็สร้างมิติของเพลงให้ลึกมากขึ้นด้วย
ที่น่าสนใจก็คือ โดเลเรสได้บันทึกเสียงลงในท่อนร้องในหลายท่อนเป็นจำนวน 2 ครั้งเพื่อสร้างฮาร์โมนีที่สวยงามให้กับเพลง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมีนักร้องคอรัสเลย
และในบางช่วงเธอก็ใช้พลังเสียงด้วยโน้ตที่สูงลิบและดังกังวานในรูปแบบของดนตรีแนว Ethereal Wave ที่ได้รับอิทธิพลมาจากดนตรีกอธิกและดาร์กเวฟ ซึ่งเสียงร้องที่โดโรเลสฝากไว้กับหลากหลายบทเพลงของวง The Cranberries โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลง Dreams ส่งอิทธิพลอย่างสูงต่อวงดนตรีแนวดรีมป๊อป รุ่นหลังๆ มากมาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวงที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิง
ซีนที่เฟย์เข้าไปจัดห้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เธอแอบรัก ถ้าหากมองผ่านเลนส์ของเพลง Dreams แล้ว เห็นได้ชัดว่าผู้กำกับฯ หว่อง กาไว ต้องการใช้เพลงเพลงนี้รื้อถอนมายาคติเดิมๆ ที่ว่าการตกหลุมรักใครสักคนเป็นเรื่องโรแมนติกในตัวมันเองอยู่แล้ว
แต่มันยังโรแมนติกมากกว่านั้นได้ ถ้าหากมันพ่วงความโดดเดี่ยวเดียวดายเข้าไปด้วย
ถ้าหากเปรียบเทียบห้องพักของตำรวจหนุ่มหมายเลข 663 เป็นเหมือนหลุมรักสักหลุม เฟย์ไม่ได้เพียงแต่ตกลงไปในหลุมเท่านั้น
แต่เธอสร้างหลุมแห่งความรักขึ้นมาด้วยโลกส่วนตัวของเธอเอง ดื่มด่ำหลงใหลรื่มรมย์ไปกับมันอย่างสุดหัวใจ ผ่านข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เป็นดั่งฝันนิรันดร์ของเธอ และเขาจะมีชีวิตอยู่ในความฝันของเธอตลอดไป
มีศิลปินรุ่นหลังจำนวนมากที่นำเพลง Dreams มาโคฟเวอร์ใหม่ ซึ่งก็มีความไพเราะแตกต่างกันออกไป
แต่เวอร์ชั่นที่โดยส่วนตัวแล้วชอบที่สุดเป็นของวงดนตรีแนวอินดี้ป๊อปและดรีมป๊อปอย่าง The Japanese Breakfast ที่นำเพลงนี้ไปโคฟเวอร์บนเวทีคอนเสิร์ตในหลายครั้งหลายโอกาส
ส่วนโชว์ที่ประทับใจมากที่สุดคือการที่ทางวงเล่นสดเพลงนี้ที่เทศกาลดนตรี ฟูจิ ร็อก เมื่อปี 2022 โดยมีหลายฉากจำจากหนังเรื่อง Chungking Express เปิดประกอบอยู่บนจอขนาดใหญ่ด้านหลังเวทีไปด้วย
ภาพของวงดนตรีวงโปรดกำลังเล่นคอนเสิร์ตโดยที่มีภาพเคลื่อนไหวจากหนังที่ตัวเองหลงรักมาตั้งแต่สมัยยังเป็นวัยรุ่นโลดแล่นไปพร้อมๆ กันเป็นภาพที่งดงามอย่างเหลือเชื่อ
เหมือนนำความจริงและความฝันมาบรรจบเข้าไว้ด้วยกันอย่างไรอย่างนั้น
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เธอจะมีชีวิตอยู่เสมอในความฝันของฉัน’ Dreams เพลงรักแท้สุดโรแมนติก ของวง The Cranberries
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com