โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สลด!! ผัวเมียนักธุรกิจชาวเกาหลี ผูกคอดับทั้งคู่ คาดเครียดธุรกิจเสริมความงามเจ๊ง

77kaoded

เผยแพร่ 12 ก.ค. 2567 เวลา 15.39 น. • 77 ข่าวเด็ด

ภูเก็ต พบศพผัว-เมียชาวเกาหลี เจ้าของธุรกิจเสริมความงาม นำเข้าเครื่องสำอางจากเกาหลี เป็นศพตายคู่อยู่ในร้านของตัวเอง คาดประสบปัญหาธุรกิจ

เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2567 พ.ต.ต.เอกศักดิ์ ขวัญหวาน สารวัตร(สอบสวน) สภ.กะรน จ.ภูเก็ต รับแจ้งพบศพชาย-หญิง ต่างชาติเสียชีวิต 2 รายภายในอาคารพานิชย์ พื้นที่ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต จึงประสานแพทย์นิติเวช รพ.วชิระภูเก็ต แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.คุณเดช ณ หนองคาย ผกก.สภ.กะรน ฝ่ายสืบสวน พฐ. และกู้ภัยมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ต

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านเสริมความงาม ขายเครื่องสำอาง และสินค้าเสริมความงามนำเข้าจากประเทศเกาหลี ส่วนชั้นบนเป็นห้องพัก พบศพชาย-หญิง สัญชาติเกาหลี โดยฝ่ายชาย อายุ 52 ปี ส่วนฝ่ายหญิงเป็นภรรยา อายุ 44 ปี เป็นเจ้าของธุรกิจ

คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน ตรวจสอบภายในห้องพบเอกสารต่างๆเป็นภาษาเกาหลีและมีหนังสือของทางราชการไทยเกี่ยวกับ การเพิกถอน อายัด ห้ามออกนอกประเทศไทย

จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายทั้งคู่เช่าอาคารพาณิชย์ ทำธุรกิจเสริมความงาม ขายเครื่องสำอาง และนำเข้าผลิตภัณฑ์เสริมความงามจากประเทศเกาหลี กำหนดสัญญาเช่า 2 ปี ค่าเช่าเดือนละ 60,000 บาท โดยเดือนตุลาคม 2567 จะครบ 1 ปี แต่ขณะนี้ค้างค่าเช่าอยู่ 2 เดือน คาดธุรกิจประสบปัญหาขาดทุนทำให้เกิดความเครียด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่มอบศพ ให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตนำศพ ไปยังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการตายอย่างละเอียด ก่อนประสานสถานทูตเกาหลีประจำประเทศไทยเพื่อติดต่อญาติของทั้งสอง เพื่อไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...